Café Invest
Markets

Global Morning Routine - 24 ก.พ. 2568

Global Morning Routine - 24 ก.พ. 2568

ตลาดหุ้นโลกปรับตัวลดลง 1.1% ตลาดได้รับแรงกดดันจากท่าทีของ ปธน.ทรัมป์ จะปรับขึ้นภาษี 25% กับกลุ่มยานยนต์ กลุ่มชิปและการแพทย์ทำให้ตลาดกังวลกับความเสี่ยงสงครามการค้า รวมถึงแนวโน้มผลประกอบการในสหรัฐไม่ได้ดีอย่างที่คาดหวัง และความเชื่อมั่นผู้บริโภคออกมาบ่งชี้ความคาดหวังเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น รวมไปถึงความกังวลต่อไวรัส Coronavirus ใหม่ที่พบในจีน แต่อย่างไรก็ดีแนวโน้มกำไรของบริษัทจีนเริ่มฟื้นตัวเช่น Alibaba

บทสรุป

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา กระแสเงินในตราสารหนี้ผันผวน มีแรงซื้อในตราสารหนี้จากปัจจัยภายนอกที่ผันผวนและแนวโน้มเงินเฟ้อลดลงหลังราคาพลังงานลดลง ขณะที่มีแรงซื้อในตลาดหุ้นจีนหลังตัวเลขเศรษฐกิจและผลประกอบการเริ่มมีการฟื้นตัวที่ดีขึ้น รวมถึงกระแสของ AI ในจีนที่โดดเด่น ด้านตลาดหุ้นฝั่งเอเชียและตลาด EM มีแรงขายจากแนวโน้มความเสี่ยงจากนโยบายภาษีของสหรัฐ


ปัจจัยที่เราแนะติดตามในสัปดาห์นี้ 1) ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค PCE GDP4Q24 และตัวเลขยอดขายบ้าน 2) Fed Speaker ที่จะสะท้อนทิศทางการลดดอกเบี้ยของ Fed 3) ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น 4) ท่าทีของรัฐบาลใหม่เยอรมนีต่อการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ 5) ธนาคารกลางเกาหลีมีแนวโน้มกลับมาลดดอกเบี้ยจากความเชื่อมั่นที่ลดลง 6) ผลประกอบการ NVDA ที่ตลาดให้ความสำคัญ ขณะที่ตัวอื่นๆ เช่นDell, Ebay, Home Depot, HKEX, HP, Iberdrola, Nvidia, Salesforce, Snowflake, Stellanis, Synopsys, TJX, Trip.com, Workday, Zoom Communication


ภาพรวม – ภาพเศรษฐกิจมหภาคยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่พัฒนาการของยุโรปและจีนดีขึ้นจากราคาพลังงานที่ลดลงและกระแสของ AI ตามลำดับ ทำให้บรรยากาศการลงทุนดีขึ้นแม้ว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวช้า แต่อย่างไรก็ดีท่าทีของ ปธน.ทรัมป์ต่อมาตรการภาษีที่ไม่ชัดเจนเป็นปัจจัยกำหนดความผันผวนของตลาดในระยะสั้นซึ่งเชื่อมโยงกับกลุ่มเทคโนโลยี ยานยนต์และยา รวมถึงการพบ Coronavirus ในจีนทำให้ตลาดมีความกังวลเพิ่มขึ้น เรามองว่าในสัปดาห์นี้ผลของผลประกอบการในสหรัฐ โดยเฉพาะ Nvidia และกลุ่ม Software จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐ ในขณะที่ผลประกอบการของหุ้นขนาดเล็กยังมีแนวโน้มเปราะบางและไม่ชัดเจน


กลยุทธ์ – สัปดาห์นี้ (24-28 ก.พ.) มองว่า 1) ตัวเลข PCE ของสหรัฐมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 0.3% MoM แต่จะยังไม่มทำให้ FED เปลี่ยนมุมมอง 2) ท่าทีของรัฐบาลใหม่เยอรมนีต่อการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ 3) ธนาคารกลางเกาหลีมีแนวโน้มกลับมาลดดอกเบี้ยจากความเชื่อมั่นที่ลดลง 4) GDP ของอินเดียมีแนวโน้มฟื้นตัวช้าใน 4Q24 แต่มีแนวโน้มดีขึ้นในปี 2025 5) ธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยที่ 2.25% 6) ผลประกอบการในสหรัฐที่มีแนวโน้มดี เรามองว่าผลประกอบการมีแนวโน้มดีจะช่วยสนับสนุนได้
หุ้นแนะนำ – เราแนะนำหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการดีใน 4Q24 และมีแนวโน้มดีใน 2025 อย่าง FSLR, NVDA

Global Morning Routine - 24 ก.พ. 2568 | Café Invest