ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นเล็กน้อย โดยนักลงทุนรอดูท่าทีตลาดหลังฤดูกาลรายงานผลประกอบการใกล้สิ้นสุด รวมถึงติดตามรายงานการประชุมเฟดฯในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ย
Markets
Global Morning Routine - 19 ก.พ. 2568

บทสรุป
- กระแสเงินในวันที่ 17 ก.พ. 2025 พบว่า 1) กระแสเงินในตราสารหนี้ผันผวน 2) แรงซื้อในตลาดหุ้นจีนจากความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและลดดอกเบี้ย 3) มีแรงเก็งกำไรในตลาดยุโรปหลังผลประกอบการออกมาดีกว่าที่คาดและราคาพลังงานลดลง 4) มีแรงซื้อกลับในกลุ่มเทคโนโลยี แต่กลุ่ม Semiconductor ยังมีแรงขาย 5) มีแรงขายในตลาดหุ้นญี่ปุ่นมองเป็นเรื่องค่าเงินเยนที่มีแนวโน้มแข้งค่า 6) มีแรงขายในกลุ่มการเงินจากภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงแต่แรงขายลดลง 7) มีแรงขายในหุ้นขนาดเล็กมองเป็นเรื่องของการลดดอกเบี้ยที่ช้าลงและเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง
- ทรัมป์เตรียมเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์, เซมิฯ และยา ที่ 25% ซึ่งภาพรวมมองตลาดรับรู้อุตฯรถยนต์ไปแล้ว ขณะที่เซมิฯยังอยู่ในช่วงเจรจา ด้านกลุ่มยามองผลกระทบจำกัด นอกจากนี้ทรัมป์มีคำสั่งให้หน่วยงานอิสระที่เกี่ยวข้องกับ Financial Regulator เช่น SEC FTC ต้องส่งร่างกฎระเบียบให้รัฐฯตรวจสอบก่อนประกาศใช้ อย่างไรก็ดีหากอิงกับช่วงหาเสียง เรามองว่าเป็นการ Deregulation กลุ่มการเงินมากกว่า
- บริษัทหลายแห่งยังคงพัฒนาธุรกิจด้าน AI เช่น AMZN พัฒนาคลาวด์ด้านการแพทย์, xAI เปิดตัวโมเดลใหม่ ซึ่งเราประเมินว่าการ Monetization ซอฟต์แวร์แพลตฟอร์มและการมีฐานลูกค้า User ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนการเติบโตได้ดีสุด ด้วยภาพนี้ทำให้เรามองว่า META AMZN GOOGL MSFT ยังคงอยู่ในสถานะที่ดีหลังยังได้รับประโยชน์จากอุปสงค์ AI ที่เติบโต รวมถึงสามารถ Monetization AI ได้แล้ว
- Baidu เผยงบ 4Q24 ดีกว่าที่คาด แต่ราคาหุ้นลงจากรายได้หลักอย่าง Ads ที่ลดลง บริษัทยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน เราประเมินผลประกอบการของ Baidu ในระยะถัดไปจะยังถูกกดดันจาก 1) ธุรกิจ AI ของยังขาดทุนต่อเนื่อง 2) กำไรจากธุรกิจ Search Engine จะยังคงถูกกดดันตามภาพเศรษฐกิจ 3) การแข่งขันที่รุนแรง จึงแนะมองเป็นผู้ที่มีการเติบโตที่ชัดเจนกว่าอย่าง Tencent, Xiaomi และ Alibaba
- หุ้น Grab และ Sea ปรับตัวขึ้นในตลาดสหรัฐฯ หลังจากสิงคโปร์ประกาศนโยบายภาษีใหม่ที่จะให้ส่วนลดภาษีนิติบุคคล 50% เราประเมินว่า Sea และ Grab มีปัจจัยบวกจาก 1) มาตรการลดภาษีนิติบุคคล 50% 2) การสนับสนุนด้าน AI และ New Business ของรัฐบาล 3) ปัจจัยพื้นฐานของ Sea และ Grab เริ่มมีการฟื้นตัวดี จึงมองว่าทั้ง Sea และ Grab เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลงทุนในหุ้นสิงคโปร์ที่น่าสนใจ
- IHG เผยผลประกอบการปี 2024 มีกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ $1,124 ล้าน เพิ่มขึ้น 10%YoY ตามคาด โดยมี RevPAR +3.0% YoY สูงกว่าคาด สนับสนุนจากทุกภูมิภาคมีการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม แนวโน้มปี 2025 แม้มี แผนซื้อหุ้นคืนเพิ่มเติม $900 ล้าน หนุน EPS แต่ยังมีความกังวลการฟื้นตัวในจีนยังไม่แข็งแกร่งและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ดังนั้น เราจึงชอบหุ้นในกลุ่ม OTA มากกว่า
- เราประเมินว่าระยะสั้นท่าทีของ ปธน.ทรัมป์ต่อมาตรการภาษีที่ไม่ชัดเจนเป็นปัจจัยกำหนดความผันผวนของตลาด ส่วนผลกระทบจากงบในสหรัฐจะเริ่มลดน้อยลงหลังบริษัทขนาดกลางและเล็กเริ่มประกาศมากขึ้นแต่ในภาพรวมจะยังเห็นการเติบโตที่ดี ประกอบกับความคาดหวังต่อเทคฯจีนจะยังเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดได้ โดยเรายังคงแนะเก็งกำไร SEDG ($13.5) และ BKNG ($5430.4 )ที่คาดว่าเผยงบในทิศทางที่ดี

