- ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้น นำโดยหุ้นกลุ่มเทคฯหลังความกังวลเกี่ยวกับ DeepSeek อาจไม่สามารถขยายตัวได้ในระดับที่จะกระทบกับอุตฯ AI ได้มากอย่างที่คาด ขณะที่ตลาดติดตามการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของเฟดฯในวันนี้ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับเดิม
Markets
Global Morning Routine - 29 ม.ค. 2568

บทสรุป
- กระแสเงินในวันที่ 27 ม.ค. 2025 1) กระแสเงินในตราสารหนี้ผันผวน มีแรงขายในตราสารหนี้ระยะสั้นก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐที่คาดว่าจะส่งสัญญาณคงดอกเบี้ย 2) กระแสเงินในตลาด EM ค่อนข้างผันผวน ทั้งนี้มีแรงขายจากท่าทีของ ปธน.ทรัมป์ต่อการขึ้นภาษี 3) มีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มการเงินและหุ้นขนาดเล็กจากความคาดหวังในการลดภาษี 4) กลุ่มเทคโนโลยีมีแรงซื้อจากการสนับสนุน AI ของปธน.ทรัมป์ 5) มีแรงขายในโลหะมีค่ามองเป็นเรื่องการยอมรับความเสี่ยงของตลาดที่เพิ่มขึ้น 6) กลุ่มพลังงานมีแรงขายจากความกังวลด้านอุปทานและนโยบายขุดน้ำมันที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐ
- Trump ยังคงเผยถึงรายละเอียดนโยบายต่อเนื่อง โดยมองเตรียมเก็บภาษีศุลกากรแบบ across-the-board ที่สูงกว่า 2.5% , มีแผนสร้างระบบป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐฯ และยืนยันว่า MSFT เป็นหนึ่งในผู้เจรจาซื้อ TikTok นอกจากนี้เริ่มมีนโยบายที่มีผลบังคับใช้แล้วอย่างการระงับความช่วยเหลือทางการเงินของรัฐบาลกลาง แต่ดูเหมือนจะเริ่มส่งผลกระทบจนทำให้ศาลสั่งระงับนโยบายชั่วคราว
- SBUX เผยงบ 1Q25 ดีกว่าคาด แม้การเติบโตจะยังหดตัวลงแต่หดตัวน้อยกว่าไตรมาสก่อนและเริ่มเห็นภาพการฟื้นตัวหลังมีแรงหนุนจากความพยายามปรับธุรกิจของ CEO ใหม่นอกจากนี้ SBUX มองยอดขายจะทยอยฟื้นตัวในช่วงปลายปี 2025 เช่นเดียวกับเราที่มองในช่วงนั้นภาพการฟื้นตัวจะชัดเจนขึ้นหนุนจากแรงซื้อของผู้บริโภคที่คาดดีขึ้นตามภาพเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวหลัง Fed ลดดอกเบี้ย
- Huawei เปิดตัว HarmonyOS Next ระบบปฏิบัติการที่พัฒนาขึ้นเองในจีน เพื่อแยกตัวออกจากระบบ Android ของ Google อย่างสมบูรณ์ เราประเมินเป็นพัฒนาการเชิงบวกต่อกลุ่มสมาร์ทโฟนผ่ายในประเทศจีนที่เริ่มมีการพัฒนาใช้ระบบปฏิบัติการ และชิป ภายในประเทศ สำหรับกลุ่ม smart phone เราชอบ Xiaomi ที่มีการเติบโตในส่วนแบ่งทางการตลาดที่ดี
- สถานการณ์ตลาดรถยนต์ในจีนเดือนธันวาคม ยอดขายปลีกเพิ่มขึ้น 10% แต่มูลค่าการขายเพิ่มขึ้นเพียง 6% แสดงถึงการลดราคายังมีอยู่ เรามองว่าการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดรถยนต์จีนจะยังส่งผลเชิงลบต่อหุ้นรถยนต์หรูจากยุโรป และประเมินว่าหุ้นกลุ่ม EV จะยังเติบโตได้ดีกว่าแม้จะมีการแข่งขันด้านราคารุนแรง ทำให้เรา BYD และ Tesla ที่มีความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีและต้นทุน
- LVMH เผยกำไรสุทธิปี 2024 -17%YoY ต่ำกว่าคาด หลังการลดลงของรายได้ในกลุ่มธุรกิจที่สำคัญและรายได้รวมใน 4Q24 ที่เพิ่มขึ้นเพียง 1%YoY จากผู้บริโภคในช่วงเทศกาลซบเซา ทั้งนี้แม้ CEO Bernard Arnault จะแสดงความมั่นใจว่าในปี 2025 จะฟื้นตัวได้แข็งแกร่ง แต่ยังต้องเผชิญความท้าทายหลายปัจจัย ดังนั้น เรายังคงไม่ชอบหุ้นกลุ่ม Luxury จนกว่าจะเห็นสัญญารการฟื้นตัวที่ชัดเจน
- เราประเมินว่าระยะสั้นตลาดยังมีทิศทางผันผวนจาก 1) นโยบายทรัมป์ที่ยังไม่แน่นอน 2) ตัวเลขเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อแนวทางการลดดอกเบี้ยของ Fed 3) การประกาศงบ 4Q24 แต่เชื่อว่าการเติบโตที่ดีกว่าคาดของบ.สหรัฐฯจะเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดได้ โดยเราแนะเก็งกำไรหุ้นที่คาดงบจะออกมาดีอย่าง META (TP: 677.8$) และมองเก็งกำไรใน MSFT (TP: 505.8$) หลังเรามองว่าราคาหุ้นปรับตัวลงจากความกังวลเรื่อง DeepSeek มากเกินไป ซึ่งโดยรวมปัจจัยพื้นฐานและแนวโน้มการเติบโตยังดี

