Café Invest
Markets

Global Morning Routine - 13 ม.ค. 2568

Global Morning Routine - 13 ม.ค. 2568

ตลาดหุ้นโลกปรับตัวลดลง 1.6% โดยตลาดได้รับแรงกดดันความกังวลการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐหลังตัวเลขการจ้างงานออกมาดีกว่าที่คาดมาก รวมถึงสหรัฐประกาศให้ Tencent และ CATL เข้าสู่บัญชีดำของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ นอกจากนั้นตัวเลขเงินเฟ้อจีนออกมาต่ำกว่าที่คาดส่งผลให้ตลาดกังวลกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน รวมถึงความกังวลต่อการเพิ่มขึ้นของสินค้าโภคภัณฑ์ที่อาจจะส่งผลต่อเงินเฟ้อในอนาคต

บทสรุป

  • ในสัปดาห์ก่อน กระแสเงินในตราสารหนี้ผันผวน มีแรงซื้อกลับในตราสารหนี้เพื่อลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่เพิ่มขึ้นและ Yield เริ่มนิ่ง ด้านหุ้นตลาดหุ้นโลกและ Growth มีเงินไหลเข้า ทั้งนี้มองว่านักลงทุนยังมองสินทรัพย์เสี่ยงน่าสนใจแต่ต้องการกระจายความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ส่วนกลุ่มเทคฯมีแรงซื้อเก็งกำไรหลังราคาย่อตัวและตอบรับจากงาน CES 2025 ปัจจัยที่เราแนะติดตามในสัปดาห์นี้ 1) ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างตัวเลขเงินเฟ้อ CPI และ PPI รวมถึง Retail Sales 2) ตัวเลขเงินเฟ้อของสหราชอาณาจักร 4) ทิศทางการฟื้นตัวของจีนผ่านตัวเลขเศรษฐกิจอย่าง GDP ข้อมูลราคาบ้าน การผลิตภาคอุตสาหกรรม และยอดค้าปลีก 5) ราคาน้ำมันและมาตรการคว่ำบาตร 6) ผลประกอบการกลุ่มธนาคารใหญ่ เช่น JPMorgan, Wells Fargo, Citi, Goldman Sachs, Bank of America และ Morgan Stanley ด้านบริษัทอื่นๆ เช่น KB Homes, UnitedHealthcare Group และ Taiwan Semiconductor Manufacturing Company

  • ภาพรวม – เศรษฐกิจในสหรัฐยังแข็งแกร่งทำให้การลดดอกเบี้ยทำได้จำกัด ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน ส่วนเอเชียและยุโรปยังต้องมีมาตรการกระตุ้นและการลดดอกเบี้ยเพื่อสู้กับ ศก ที่ชะลอตัวลง ทำให้ค่าเงินดอลลาร์เป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดกระแสเงินในตลาดนอกสหรัฐ นอกจากนั้นความกังวลต่อนโยบายของ ปธน.ทรัมป์จะยังเป็นตัวกดดันตลาดได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดีเรากำลังจะเข้าสู่ฤดูประกาศผลประกอบการซึ่งจะช่วยให้ตลาดให้น้ำหนักกับภาพเศรษฐกิจจุลภาคเพิ่มขึ้น ทั้งนี้มองการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมจะแตกต่างกัน โดยมองว่ากลุ่มการเงินและเทคโนโลยียังเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตดี ในขณะที่กลุ่มกำลังซื้อยังได้รับผลกระทบจากภาพเศรษฐกิจมหภาค
  • กลยุทธ์ – สัปดาห์นี้ (13-17 ม.ค.) มองว่า 1) เงินเฟ้อสหรัฐมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น 0.3% MoM ในเดือน ธ.ค. เท่ากับเดือน พ.ย. 2) รายงาน Beige book ยังบ่งชี้ว่า ศก มีแนวโน้มชะลอตัวลง ส่วนยอดค้าปลีกจะเพิ่มขึ้น 0.6% 3) ตัวเลข GDP จีนจะเพิ่มขึ้น 5% ส่วนตัวเลขเดือน ธ.ค. เติบโตแบบชะลอตัวลง 4) ตัวเลขการปล่อยกู้ในจีนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากมาตรการของรัฐบาลจีน 5) ตัวเลขเงินเฟ้อของยุโรปมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น โดยจะเพิ่มขึ้น 2.4% YoY จาก 2.2% YoY 6) ผลประกอบการในกลุ่มธนาคารที่มีแนวโน้มดี เรามองว่าผลประกอบการมีแนวโน้มดีจึงน่าจะลดทอนผลของภาพ ศก ได้ในระดับหนึ่ง
  • หุ้นแนะนำ – เราแนะนำหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการดีใน 4Q24 และมีแนวโน้มดีใน 2025 อย่าง GS และ TSM
Global Morning Routine - 13 ม.ค. 2568 | Café Invest