Café Invest
Markets

Global Morning Routine - 20 ก.ย. 2567

Global Morning Routine - 20 ก.ย. 2567

บทสรุป

  • ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเทคฯและตลาดภูมิภาคเอเชียจากความการผ่อนคลายนโยบายการเงิน หลังเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยและส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกกระแสเงินในวันที่ 18 ก.ย. 2024 1) กระแสเงินในตราสารหนี้ผัน 2) มีแรงซื้อในกลุ่ม Value และหุ้นขนาดเล็กจากความคาดหวังในการลดดอกเบี้ยและการเปลี่ยนกลุ่มเล่นของตลาด 3) กระแสเงินในกลุ่มเทคโนโลยีเริ่มผันผวนหลังตลาดเปลี่ยนกลุ่มเล่น 4) มีแรงซื้อกลับในตลาดญี่ปุ่นหลังตลาดมองว่า BOJ จะไม่ขึ้นดอกเบี้ยในระยะสั้น 5) มีแรงซื้อในหุ้นกลุ่ม Consumer Staple จากกำลังซื้อในสินค้าจำเป็นและได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนกลุ่มเล่น 6) กระแสเงินในตลาดหุ้นจีนผันผวน ในขณะที่ EM มีแรงซื้อจากค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าและมีแนวโน้มลดดอกเบี้ยตาม Fed
  • ราคาหุ้น Apple ปรับตัวขึ้นหลัง T-Mobile มองยอดขาย iPhone 16 ในร้านจะมากกว่า iPhone 15 ในปีที่แล้ว ภายใต้ใหม่ของสหภาพยุโรป Apple ต้องปรับระบบปฏิบัติการให้สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีอื่นๆ ได้ โดยมีเวลา 6 เดือนมิเช่นนั้นอาจโดปรับระยะสั้นมองมีแรงกดดันจาก การควบคุมจากทางการ การอัปเกรด iPhone อาจเกิดขึ้นในปีหน้าหลังล่าช้าจาก AI Intelligence ส่วนระยะยาวยังเติบโตดี
  • Nike ได้เปลี่ยน CEO คนใหม่เป็น Elliott Hill ซึ่งเป็นอดีตพนักงาน จากแนวโน้มงบที่ซบเซาทั้งยอดขายและราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ดีเราประเมินว่าเป็นผลกระทบมาจากภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการแข่งขันในอุตฯที่สูง ด้าน FedEx เผยงบ 1Q25 น้อยกว่าคาด โดยรายได้ทรงตัวและกำไรหดตัว เราประเมินว่าจะเห็นการฟื้นตัวได้ในช่วงต้นปี 25 หลังจากที่หลังจาก Fed ปรับลดดอกเบี้ยไปแล้วราว 2-4 เดือน หลังทั้งสองบริษัทเป็นกลุ่มที่การฟื้นตัวค่อนข้างอาศัยการเติบโตของเศรษฐกิจ
  • ญี่ปุ่นเผยเงินเฟ้อดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้นตามคาดการณ์ในเดือนสิงหาคม การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 50 basis points ของเฟดส่งผลดีต่อสินทรัพย์ในเอเชีย มองเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรการผ่อนคลายนโยบายการเงินที่มีนัยสำคัญในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้า ซึ่งจะเป็นผลดีต่อสินทรัพย์เสี่ยงในเอเชีย
  • SK Hynix ลงแรงหลัง Morgan Stanley ปรับประมาณการมีความกังวลด้านอำนาจในการกำหนดราคา DRAM กำลังลดลง, NAND มีปริมาณมากเกินไป คาดว่าไตรมาสที่ 4 จะเป็นจุดสูงสุด เรามองว่าหากดูในส่วนของกำไรยังคงเห็นการเติบโตที่สูงอยู่ แต่ทาง Upside อาจะไม่ได้สูงมาก ด้วยปัจจุบันราคาหุ้นที่ลงมา ทำให้ Valuationลงมาระดับ P/E 6 เท่า ซึ่งมองว่าไม่ได้มี Downside มากนัก
  • ยอดขายรถยนต์ยุโรป ส.ค. 24 อ่อนแอต่อเนื่อง แม้แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยปรับตัวลงและกฎเกณฑ์ CO2 ที่เข้มงวดของสหภาพยุโรปในปี 2025 กระตุ้นยอดขาย EV car เรามองว่าระยะสั้นปัจจัยสนับสนุนยังไม่ชัดเจน ท่ามการผลประกอบการยังไม่ฟื้นตัว การแข่งขันจากจีนยังคงมี และเศรษฐกิจชะลอตัว เรายังคงแนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนหุ้นในกลุ่มนี้
  • ภาพตลาดในสัปดาห์นี้คาดยังคงผันผวนจากทิศทางการปรับลดดอกเบี้ยของ Fed รวมถึงธนาคารกลางใหญ่หลายแห่ง ทำให้เรายังแนะนำหุ้นที่มีความผันผวนต่ำอย่าง Walmart (TP: $80.3) และมองอีกทางหนึ่งหากใครรับความเสี่ยงได้มาก เรามองว่ามูลค่าหุ้นกลุ่มเทคฯตอนนี้น่าสนใจและแนวโน้มอุปสงค์ AI ยังคงโตดี แนะมอง MSFT (TP:$499.0)