ตลาดหุ้นโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น นำโดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแรง 3.3% โดยมีแรงหนุนจากประเด็นสหรัฐฯ และจีน ยอมถอยด้านภาษีเป็นระยะเวลา 90 วัน โดยสหรัฐฯ ลดภาษีนำเข้าจากจีนเหลือเพียง 30% จาก 145% ขณะที่จีนลดภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ เหลือเพียง 10% จาก 125%
Global Morning Routine - 13 พ.ค. 2568

บทสรุป
กระแสเงินในวันที่ 9 พ.ค. 2025 พบว่า 1) กระแสเงินในตราสารหนี้ผันผวน 2) กระแสเงินในจีนผันผวน มีแรงขายออกมาแต่ปริมาณไม่สูง 3) มีแรงซื้อในตลาดยุโรป เช่นเดียวกับตลาดเอเชียที่ผ่อนคลายจากนโยบายภาษีของสหรัฐ 4) มีแรงขายในโลหะมีค่าหลังภาพการเจรจาภาษีคืบหน้าทำให้ตลาดคลายความกังวล 5) มีแรงซื้อในกลุ่มการเงิน ส่วนกลุ่มเทคโนโลยีมองว่าเป็นแรงเก็งกำไร 6) ส่วนกลุ่มพลังงานมีแรงขายจากการเพิ่มกำลังการผลิต 7) กลุ่ม Healthcare มีแรงขายจากความกังวลนโยบายลดราคายาของ ปธน.ทรัมป์
ภาพรวมความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ผ่อนคลายมากขึ้น จาก 1.) สหรัฐฯ – อิหร่าน ตกลงเจรจาประเด็นนิวเคลียร์ต่อ 2.) รัสเซียเสนอการเจรจาโดยตรงกับยูเครน ในวันที่ 15 พ.ค. นี้ โดยมีสาระสำคัญเพื่อสันติภาพที่ยั่งยืน 3.) อินเดีย – ปากีสถาน ประกาศยุติการยิง ภาพดังกล่าวน่าจะกดกลุ่ม Defense และทองคำต่อในระยะข้าง ทั้งนี้ ปลายทางการเจรจายังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
Trump เตรียมลดราคายาในสหรัฐฯผ่านนโยบาย Most Favored Nation (MFN) รวมถึงวางแผนตัด PBMs ซึ่งเป็นตัวกลางในการเจรจาต่อรองราคายาออกจากระบบประกันสุขภาพของสหรัฐฯ ซึ่งเรามองว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดที่จะช่วยแก้ปัญหาราคายาในสหรัฐฯซึ่งจะกดดันทั้งกลุ่มยา (NVO) และกลุ่ม PBMs (CVS,UNH) ทำให้เราแนะกลุ่มโรงพยาบาล HCA THC EHC ที่มีผลกระทบจำกัด
WSJ เผย AAPL เตรียมขึ้นราคา iPhone รุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวช่วงเดือนก.ย.นี้ ซึ่งเราเชื่อว่าประเด็นนี้จะช่วยชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและหนุนมาร์จิ้นได้ อย่างไรก็ดีต้องติดตามทิศทาง Demand ของผู้บริโภคว่าจะชะลอตัวลงผลจากราคาที่ปรับขึ้นหรือไม่ นอกจากนี้ทรัมป์เผยความเป็นไปได้ที่ AAPL จะลงทุนเพิ่มเติมในสหรัฐฯ ซึ่งเรามองว่าเป็นรับมือกับนโยบายทรัมป์และภาษี
รายได้ TSMC เดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 48% สูงกว่าคาดจากการเร่งสั่งซื้อก่อนภาษีนำเข้ามีผล หนุนโดยความต้องการชิป AI โดยเฉพาะจาก NVIDIA ขณะที่ Sentiment เชิงบวกจากการผ่อนคลายนโยบายส่งออกของทรัมป์และยอดขายที่แข็งแกร่งในไต้หวัน ช่วยหนุนราคาหุ้นกลุ่มเซมิฯ ในช่วงสั้นี้ให้สามารถเก็งกำไรได้ในหุ้นอย่าง TSMC, HON HAI และ NVIDIA
ยอดขายรถยนต์จีนเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 14.8% YoY นำโดย EV และ Plug-in Hybrid ที่โต 33.9% คิดเป็นกว่า 50% ของตลาด ขณะที่ Nissan และ Toyota เผชิญแรงกดดันจากสงครามการค้าและการปรับตัวไม่ทันต่อ EV ส่วน Xiaomi ถูกกดดันจากประเด็นโฆษณาเท็จ เราประเมินว่ากลุ่มมีพื้นฐานแข็งแรงอย่าง BYD, Tesla และ Geely ยังคงมีความน่าสนใจมากกว่า
ระยะสั้น ตลาดมีความ Risk on ขึ้นจากการเจรจาระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่มีการผ่อนคลายกันในระยะสั้น รวมถึงหลายประเทศมีการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ และพัฒนาการที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ทำให้เราแนะเก็งกำไรบน 1) กลุ่มการเงินที่คาดว่าจะมี Sentiment บวกจากตลาดหุ้น อย่าง GS (TP: 584.8 USD) 2) กลุ่ม China Tech ที่คาดว่างบจะดีจากการนำ AI มาปรับใช้ใน Service อย่าง Tencent (TP: 625.82 HKD) อย่างไรก็ดีในระยะกลาง-ยาว เรายังคงแนะระมัดระวังหลังเชื่อว่าการลงทุนยังมีความเสี่ยงจาก Tariff อยู่เนื่องจากท่าทีทรัมป์ยังคงมีความไม่ชัดเจนในหลายประเด็น

