Café Invest
Markets

Global Morning Routine - 16 เม.ย. 2568

Global Morning Routine - 16 เม.ย. 2568

ตลาดหุ้นทั่วโลกในภาพรวมปรับตัวขึ้นในช่วงสองวันที่ผ่านมาหลังทรัมป์มีท่าทีผ่อนคลายและยกเว้นภาษีนำเข้ากับสินค้าบางส่วนใน Reciprocal tariff อย่างไรก็ดี เรามองเป็นเพียงภาพระยะสั้นและในระยะถัดไปทรัมป์ยังเล็งเก็บภาษีเซมิฯภายใต้นโยบายอื่น ทำให้ความไม่แน่นอนของทรัมป์ยังเป็นปัจจัยกดดันตลาด แม้ว่าภาพรวมงบจะออกมาดี แต่เราเชื่อว่าตลาดให้ความสำคัญกับ Guidance มากกว่า

บทสรุป

กระแสเงินในวันที่ 14 เม.ย. 2025 พบว่า 1) กระแสเงินในตราสารหนี้ผันผวน 2) กระแสเงินในตลาดหุ้นจีนมีความผันผวน มีแรงขายออกมามองเป็นความไม่แน่นอน ส่งผลให้ตลาด EM มีแรงขายตามไปด้วย 3) มีแรงซื้อในกลุ่มโลหะมีค่าจากความเสี่ยงจากสงครามการค้า 4) มีแรงขายในกลุ่มเทคโนโลยีจากนโยบายภาษี Semiconductor ของสหรัฐ 5) แรงขายในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาษีของสหรัฐน้อยลง 6) มีแรงขายในกลุ่ม Healthcare จากความกังวลในการขึ้นภาษี 7) มีแรงซื้อในกลุ่มการเงินหลังผลประกอบการออกมาดีกว่าที่คาด 8) มีแรงขายในหุ้นขนาดเล็กจากความเสี่ยงของสงครามการค้าที่มีผลต่อเศรษฐกิจ

ผลประกอบการธนาคารใหญ่สหรัฐฯ ในไตรมาสแรกดีกว่าคาด โดยได้แรงหนุนจากรายได้มิใช่ดอกเบี้ยและการเทรดหุ้นที่ทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้ว่าจะมีการตั้งสำรองต่ำกว่าที่คาด แต่ NIM ลดลง และความกังวลจากสงครามการค้าอาจทำให้แนวโน้มใน 2Q25 แย่ลง ธนาคารขนาดใหญ่ 6 แห่งซื้อหุ้นคืนและจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้น ขณะที่เราแนะนำ GS และ MS หากสงครามการค้าลดลง

จีนสั่งห้ามสายการบินในประเทศรับมอบเครื่องบิน Boeing และขอให้ระงับการซื้ออุปกรณ์จากบริษัทสหรัฐฯ เป็นส่วนหนึ่งของสงครามการค้ากับสหรัฐฯ ที่เพิ่มต้นทุนเครื่องบินและชิ้นส่วนจากสหรัฐฯ ด้าน Boeing เผชิญกับความเสี่ยงสูงจากการลดลงของคำสั่งซื้อในจีน ขณะที่ Airbus และเครื่องบิน Comac C919 ที่ผลิตในจีนมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในตลาดจีน จึงแนะให้ลงทุนใน Airbus มากกว่า.

ในระยะสั้นยังแนะหลีกเลี่ยงกลุ่มเทคฯ โดยเฉพาะเซมิฯ หลังมาตรการผ่อนคลายภาษีสินค้าเซมิฯและอิเล็กทรอนิกส์ภายใต้ Reciprocal Tariff เป็นเพียงภาพระยะสั้น ขณะที่ระยะถัดไปทรัมป์ยังเล็งเก็บภาษีเซมิฯภายใต้นโยบายอื่น รวมถึงท่าทีของทรัมป์ที่ยังไม่แน่นอน ทำให้เรามองว่าทิศทางการฟื้นตัวยังไม่ชัดเจนและหุ้นยังคงมีทิศทางผันผวนได้ในระยะสั้น

LVMH เผยงบต่ำกว่าคาดผลจากยอดขายสินค้าหรูหราและยอดขายในจีนที่ชะลอตัว โดยเรามองว่า LVMH ยังคงฟื้นตัวได้ช้าหลังมีแรงกดดันจาก 1) เศรษฐกิจและแรงซื้อที่ชะลอตัวลง ผลกระทบจาก Tariff 2) ตลาดสินค้าหลักอย่างจีนที่มองว่ายังมีแรงกดดันจากทั้งแรงซื้อที่ชะลอตัวลงและสงครามการค้าที่รุนแรงขึ้น ทำให้เรายังคงแนะหลีกเลี่ยง

กลุ่ม E-commerce จีนอัดฉีดเงินอุดหนุนหลายแสนล้านหยวนเพื่อช่วยผู้ขายและกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ท่ามกลางแรงกดดันจากภาษีและสงครามการค้ากับสหรัฐฯ ขณะเดียวกันบริษัทชั้นนำยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง ช่วยลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอกในระยะยาว เรายังคงแนะ JD.com และ Alibaba มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นการบริโภคจากรัฐบาลจีน

CATL รายงานผลประกอบการ 1Q25 กำไรสุทธิ +33% YoY สูงกว่าคาด ขณะที่รายได้โต +6.2% YoY และยอดขายแบตเตอรี่โต +31% YoY ครองส่วนแบ่งตลาดโลกอันดับ 1 ที่ 38.2% ด้วยจุดแข็งด้านต้นทุนและคุณภาพ แม้ Unit GP ลดลงจากการแข่งขันและภาษีสหรัฐฯ แต่บริษัทสามารถผลักภาระภาษีไปยังลูกค้าได้ ทำให้ผลกระทบจำกัด แนวโน้มยังแข็งแกร่งในระยะกลางถึงยาว

เราคาดตลาดยังผันผวนจากปัจจัย Macro อย่าง Trade war มากกว่า Micro ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากที่จะประเมินท่าทีทรัมป์ ทำให้เราแนะติดตามทิศทางและเน้นตั้งรับเป็นสำคัญโดยแนะ 1) T (TP: 27.5 USD) มองผลกระทบ Tariff จำกัดและมี Div Yield สูง 2) JD.com (TP: 213.6 HKD) หลังประกาศเงินอุดหนุนผู้ขายบน Platform และคาดได้ประโยชน์จากนโยบาย Trade-in เครื่องใช้ไฟฟ้าของจีน

Global Morning Routine - 16 เม.ย. 2568 | Café Invest