ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงแรงซึ่งเราประเมินว่าเป็นผลจาก 1) ความกังวลต่อ Recession เพิ่มขึ้นหลัง Trump ให้สัมภาษณ์สื่อเกี่ยวกับการคาดการณ์ Recession ที่ทรัมป์มองว่ามีช่วงเปลี่ยนผ่านเพราะมองเป้าหมายระยะยาวใหญ่กว่าระยะสั้น ประกอบกับนโยบายทรัมป์ทั้ง Tariff และการปรับลดคนงานที่ส่งผลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ 2) ในเชิง Technical S&P ปิดต่ำกว่าเส้นสองร้อยวัน
Markets
Global Morning Routine - 11 มี.ค. 2568

บทสรุป
- กระแสเงินในวันที่ 7 มี.ค. 2025 พบว่า 1) กระแสเงินในตราสารหนี้ผันผวน 2) กระแสเงินในตลาดหุ้นจีนมีความผันผวน มีแรงเก็งกำไรจากแนวโน้มเศรษฐกิจของจีนที่รัฐบาลจะกระตุ้น 3) มีแรงซื้อในตลาดยุโรปจากแนวโน้มลดดอกเบี้ยของ ECB 4) กระแสเงินในกลุ่มเทคโนโลยีผันผวน มีแรงเก็งกำไรในกลุ่ม AI 5) มีแรงซื้อกลุ่มเชิงรับอย่างกลุ่มสาธารณูปโภคและ Healthcare จากความผันผวนภายนอก 6) มีแรงขายในกลุ่มสินค้าจำเป็นและสินค้าฟุ่มเฟือย 7) มีแรงขายในตลาดหุ้น EM เป็นผลจากเศรษฐกิจจีนที่ฟื้นตัวช้า สหรัฐชะลอตัวลง สงครามการค้าและค่าเงินดอลลาร์ผันผวน
- Delta Air Lines ปรับลดคาดการณ์การเติบโตใน 1Q24 ลง จากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและบริษัทที่ลดลง เรามองว่าภาพการปรับลดคาดการณ์ DAL ออกมาในทิศทางเดียวกันกับกลุ่ม Retail ที่ให้คาดการณ์ต่ำกว่าคาดใน 1Q24 เช่นกัน เราเชื่อว่ากลุ่ม Consumer Staple มีความยืดหยุ่นมากกว่า รวมถึงได้รับผลกระทบที่น้อยกว่าสินค้าไม่จำเป็น เราแนะนำ WMT, COST ที่ราคาปรับตัวลดลง
- Oracle (ORCL) เผยงบ F3Q25 ต่ำกว่าคาด แต่ให้แนวโน้มการเติบโตดี นอกจากนี้มีแผนเพิ่มค่าใช้จ่ายขึ้นเป็นสองเท่าเพื่อรองรับความต้องการ AI และคลาวด์ที่เพิ่มขึ้นใน FY25 รวมถึงมีส่วนร่วมในโครงการร่วมทุน AI ที่ชื่อว่า Stargate ทำให้เราประเมินได้ว่าความต้องการคลาวด์และโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นยังเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ ORCL เติบโตได้ แนะราคาหุ้นที่ปรับลงเป็นโอกาสสะสม
- BioNTech เผยงบดีกว่าคาด แต่รายได้ยังลดลงและให้คาดการณ์รายได้ปี 2025 ต่ำกว่าคาด ขณะที่ NVO เผยผลการทดลองทางคลินิกต่ำกว่าคาด ในกลุ่มการแพทย์เรามองว่า 1) กลุ่มวัคซีนโควิด-19: ความต้องการมีแนวโน้มชะลอตัวลง 2) กลุ่มยาลดน้ำหนัก GLP- 1: มองการเติบโตต่อได้จากความต้องการที่เพิ่มขึ้น ทำให้มองเก็งกำไรได้ในช่วง 1H25 ขณะที่ในช่วง 2H25 เราชอบ PFE Merck Roche
- TSMC รายงานยอดขายเพิ่มขึ้น 39%YoY ในสองเดือนแรกของปี หนุนจากความต้องการชิป (AI) ที่แข็งแกร่ง สอดคล้องกับที่ AVGO และ Hon Hai รายงานรายได้ที่เติบโตดีในช่วงต้นปีเป็นการสะท้อนว่าการใช้จ่ายและลงทุนด้าน AI ยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง ราคาหุ้นที่ปรับตัวลง เราแนะติดตามทิศทางนโยบายการค้าของทรัมป์ หากเริ่มเห็นสัญญาณที่ผ่อนคลายมองเป็นจังหวะเข้าซื้อ
- ในการประชุม NPC ผู้บริหารอุตฯมยานยนต์จีนเสนอนโยบายเพื่อผลักดันสู่ยุคใหม่ของการเคลื่อนที่อัจฉริยะ คือ 1) AI and Autonomy 2) Flying Cars 3) Going Global 4) แนวคิดอื่นๆ เราประเมินเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ของจีนในระยะยาว โดยในกลุ่มนี้เรายังคงชอบ BYD และ Xiaomi ด้านสหรัฐฯจำกัดการซื้อแบตจากจีน 6 แห่งมองเป็นนโยบายเชิงสัญลักษณ์ ขณะที่ผลกระทบจำกัด
- NetEase ประกาศการปิดบริการคลาวด์คอมพิวติ้งสาธารณะที่ชื่อ 163yun.com จากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดคลาวด์ของจีน ประเมิน Alibaba และ Tencent จะได้ Sentiment บวกจากเรื่องนี้
- เราประเมินว่าตลาดยังคงมีความผันผวนตามทิศทางการดำเนินนโยบายของทรัมป์ที่กดดันทั้งเศรษฐกิจและสงครามการค้าให้รุนแรงขึ้น ทำให้ตลาดมีความกังวลเพิ่มขึ้น ในระยะสั้นเราจึงมองภาพรวมการลงทุนยังคงมีความผันผวนและแนะตั้งรับความเสี่ยงมากขึ้นอย่าง AT&T ($26.0) และ PFE ($31.1)

