ตลาดหุ้นโลกปรับตัวลดลง 1.3% โดยตลาดตลาดได้รับแรงกดดันจากการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐ รวมไปถึงความเสี่ยงต่อการจ้างงานที่รัฐบาลสหรัฐจะปลดคนเงินเพิ่มเติม ในขณะที่ตลาดหุ้น EM ได้รับแรงหนุนจากท่าทีของรัฐบาลจีนที่ตั้งเป้าหมายการเติบโตที่ 5% และจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมและค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า นอกจากนั้นกระแสของ AI ในจีนยังมีต่อเนื่องและรัฐบาลจีนก็สนับสนุน รวมไปถึงท่าทีของประธานธนาคารกลางสหรัฐยังไม่กังวลกับภาษีนำเข้าสินค้านำเข้า โดยมองว่าเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2%
Global Morning Routine - 10 มี.ค. 2568

บทสรุป
สัปดาห์ที่ผ่านมากระแสเงินในตราสารหนี้ผันผวน มีแรงซื้อในตราสารหนี้ระยะยาวจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ ด้านตลาดจีนมีแรงซื้อฃหลังท่าทีของรัฐบาลจะสนับสนุนเศรษฐกิจต่อเนื่อง ส่วน EM มีแรงขายจากแนวโน้มความเสี่ยงจากนโยบายภาษีของสหรัฐและค่าเงินดอลลาร์ผันผวน
ปัจจัยที่เราแนะติดตามในสัปดาห์นี้ 1) ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างดัชนีราคาผู้ผลิตและดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน รวมถึงตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่ JOLTS 2) ตัวเลขเศรษฐกิจยูโรโซน อย่างดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม, GDP อังกฤษและ CPI ของเยอรมนี 3) การประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) 4) ผลประกอบการ AIA, BMW, BioNTech, CATL, Crown Castle, Porsche, Enel, Hon Hai, Industria de Diseno Textile, Li Auto, Ping An Bank, Volkswagen
ภาพรวม – ภาพเศรษฐกิจมหภาคมีสัญญาณของการชะลอตัวลงและมีความเสี่ยงของนโยบายภาษีของสหรัฐทำให้แนวโน้มการเติบโตไม่ชัดเจนและตลาดมีความผันผวนสูง แต่ด้วยราคาพลังงานที่ลดลงทำให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อลดลง และมีมาตรการของทางรัฐบาลจีนที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องทำให้ตลาดมี Downside risk ไม่สูงมากนัก ทิศทางของตลาดและเศรษฐกิจเรามองว่าขึ้นอยู่กับท่าทีของ ปธน.ทรัมป์เป็นสำคัญ เรามองว่าในสัปดาห์นี้ภาพสงครามการค้าจะกดดันตลาดต่อเนื่อง ทำให้การลงทุนจึงต้องเน้นตั้งรับจากความผันผวนทั้งค่าเงินและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร
กลยุทธ์ – สัปดาห์นี้ (10-14 มี.ค.) มองว่า 1) การเปิดตำแหน่งงานใหม่ในสหรัฐที่คาดว่าจะทรงตัวเมื่อเทียบกับ ม.ค. 2) ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% MoM เมื่อเทียบกับเดือน ม.ค. ที่เพิ่มขึ้น 0.5% MoM 3) การผลิตภาคอุตสาหกรรมของยุโรปเริ่มฟื้นตัวแต่ยังอ่อนแอ 4) ตัวเลขการว่างงานเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 3.1% เร่งตัวขึ้นจากเดือน ม.ค. 5) ตัวเลขการปล่อยกู้ทั้งระบบของจีนที่คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นที่ 8.8 ล้านล้านหยวน หรือ 24% MoM 6) ผลประกอบการในยุโรปและจีนมีความคาดหวังต่ำใน 4Q24 ทำให้ในภาพรวมมองว่าภาพเศรษฐกิจจะมีผลมากกว่าผลประกอบการ
หุ้นแนะนำ – เราแนะนำหุ้นที่คาดว่างบ 4Q24 ดีและมีแนวโน้มดีใน FY25 อย่าง ORCL และแนะ Tencent ที่คาดได้รับ Sentiment บวกจากการประชุมของทางการจีนและได้รับประโยชน์จาก AI

