Café Invest
Markets

Global Morning Routine - 4 มี.ค. 2568

Global Morning Routine - 4 มี.ค. 2568

ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลง จากความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรง หลังทรัมป์ประกาศว่าจะเรียกเก็บภาษี 25% สำหรับสินค้านำเข้าจากแคนาดาและเม็กซิโกเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม ด้านจีนจะถูกเก็บภาษีเพิ่มอีก 10% และขู่เรียกเก็บภาษี 25% สำหรับสินค้าจากสหภาพยุโรป นอกจากนี้มีแรงขายในหุ้นกลุ่มเซมิฯหลังกังวลการคุมเข้มการส่งออกเซมิฯที่เพิ่มขึ้น

บทสรุป

  • กระแสเงินในวันที่ 28 ก.พ. 2025 พบว่า 1) กระแสเงินในตราสารหนี้ผันผวน 2) กระแสเงินในตลาดหุ้นจีนมีแรงซื้อเก็งกำไรก่อนการประชุมสภาประชาชนของจีน 3) มีแรงซื้อในโลหะมีค่ามองเป็นผลจากความไม่ชัดเจนต่อการยุติสงครามในรัสเซีย 4) กระแสเงินในกลุ่มเทคโนโลยีมีแรงขาย มีแรงซื้อในกลุ่ม Cloud และ AI 5) มีแรงขายในหุ้นขนาดเล็กและกลุ่มการเงิน6) มีแรงขายในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมมีแรงขายจากความกังวลต่อการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐ 7) มีแรงขายในตลาด EM เป็นผลจากเศรษฐกิจจีนที่ฟื้นตัวช้า สงครามการค้าและค่าเงินดอลลาร์ผันผวน

  • แนวโน้มการคุมเข้มการส่งออกชิปของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นทำให้หุ้นเซมิฯลงแรง แม้จะมีเผยพัฒนาการในธุรกิจ โดย TSM ลงทุนในสหรัฐฯเพิ่มซึ่งซึ่งเรามองบวกหลังเป็นการทำตามนโยบายทรัมป์และช่วยกระจายความเสี่ยงออกนอกไต้หวัน ขณะที่อุปสงค์ยังไม่น่ากังวลหลังลูกค้าย้ายฐานการผลิตกลับสหรัฐนเช่นกัน ด้าน INTC อาจเสียดีล TSM อย่างไรก็ดีมองทดแทนได้จากแนวโน้มการทำสัญญาจาก NVDA AVGO

  • Trump เตรียมเริ่มเก็บภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากจีน แคนาดาและเม็กซิโก ซึ่งเราประเมินว่านโยบายนี้จะส่งผลกระทบต่อสหรัฐฯไม่ต่างกับประเทศคู่ค้า โดยคาดส่งผลทั้ง 1) ด้านเศรษฐกิจ เราเชื่อว่าอาจกดดันการขยายตัวของ GDP 2) ในเชิงอุตฯ เราประเมินว่าจะส่งผลต่อหลายกลุ่ม โดยภาพรวมได้รับผลกระทบจากต้นทุนการนำเข้าสินค้าและชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้น เช่น ยานยนต์ GM F STLA, กลุ่มค้าปลีก WMT COST

  • เราคาดว่าสิ่งที่รัฐบาลจีนจะมีการให้ความสำคัญในการประชุมสภาแห่งชาติจีน ได้แก่ 1) การลงทุนด้านเทคโนโลยีจะเป็นศูนย์กลางของนโยบายใหม่ 2) การสนับสนุนตลาดผู้บริโภคและตลาดในประเทศการท่องเที่ยวในประเทศ ขณะที่ตลาดมักมีปฏิกิริยาเงียบในช่วงระหว่างและหลังการประชุม NPC ส่วนปฏิกิริยาหลังการประชุม เมื่อมีการประกาศนโยบายและเป้าหมาย ตลาดมักปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 5%

  • การส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ลดลง 3% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วนี่เป็นการลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายปี 2023 สาเหตุมาจากราคาชิปหน่วยความจำแบบดั้งเดิม (NAND) ที่ลดลงอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เป็นแรงขับเคลื่อนรายได้จากต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ ทำให้เราอาจจะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนกลุ่มเทคโนโลยีมากขึ้น

  • ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดของผู้ผลิตจีนในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ยังมีแนวโน้มที่ดี นอกจากนี้ BYD เผยว่ากำลังระดมทุนมูลค่าสูงถึง 40.7 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง ภาพรวมอุตฯรถยนต์ไฟฟ้าจีนยังเผชิญความท้าทายจากการแข่งขัน ทำให้เรายังคงแนะ BYD จากความสามารถในการแข่งขันและตลาดที่ใหญ่

  • การแข่งขันในตลาด Smartphone ยังมีแนวโน้มรุนแรงต่อเนื่องหลัง Xiaomi เปิดตัว 15 Ultra และ Samsung เปิดตัวสมาร์ทโฟนที่รองรับ AI ในราคาประหยัด ภาพรวมเรายังชอบ Xiaomi จากการเติบโต

  • ในระยะสั้น หลายกลุ่มอุตฯมีแรงกดดันจากนโยบายของทรัมป์ ทั้งกลุ่มค้าปลีกและอาหารที่มีแรงกดดันจากนโยบายภาษี รวมถึงกลุ่มเซมิฯที่มีแรงกดดันแนวโน้มคุมเข้มการส่งออกเซมิฯ ขณะที่ผลประกอบการยังคงเติบโตได้ แต่มีความคาดหวังที่สูงขึ้น ทำให้ภาพรวมการลงทุนยังคงมีความผันผวนและยังคงแนะเก็งกำไรในกลุ่มที่คาดงบดีอย่าง CRWD($430.3) และ Xiaomi (HKD 53.2)