ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงหลังมีความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อในสหรัฐฯที่ตัวเลข PCE ออกมาตามคาดแต่ปรับขึ้นจากเดือนก่อน ประกอบกับนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าของ Trump ที่อาจส่งผลให้เงินเฟ้อปรับตัวขึ้นได้ในระยะถัดไป ด้วยภาพนี้จึงทำให้ตลาดกังวลว่า Fed ปรับลดดอกเบี้ยช้าลง ขณะที่ผลประกอบการวานนี้ยังคงออกมาในทิศทางผสม โดยกลุ่มค้าปลีกออกมาดีจากการปรับกลยุทธ์
Markets
Global Morning Routine - 28 พ.ย. 2567

บทสรุป
- กระแสเงินในวันที่ 26 พ.ย. 2024 1) กระแสเงินในตราสารหนี้ผันผวน 2) แรงขายในตลาดหุ้นจีนต่อเนื่องเป็นผลจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า ส่วนตลาด EM มีแรงขายหนาแน่น 3) กระแสเงินในกลุ่มเทคโนโลยีเริ่มผันผวนและเทรนด์ไม่ชัดเจน 4) กระแสเงินในหุ้นขนาดเล็กมีเงินไหลเข้าจากได้ประโยชน์จากนโยบายของทรัมป์ แต่ปริมาณลดลง 5) มีแรงซื้อในกลุ่ม Value ทั้งนี้มองว่าตลาดอาจจะกังวลกับ Valuation ที่สูงในภาพรวม 6) มีแรงขายในตลาดหุ้นยุโรปจากผลประกอบการและตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอ 7) มีแรงขายในตลาดหุ้นญี่ปุ่นมองเป็นผลจากแนวโน้มค่าเงินเยนที่แข็งค่า
- Workday (WDAY) เผยงบ F3Q25 แกร่ง โดยกำไรต่อหุ้นและรายได้สูงกว่าที่คาด อย่างไรก็ดีราคาหุ้นลงกว่า 7% หลังปรับลดคาดการณ์รายได้ Subscription FY25 ลง โดยเราประเมินว่าเป็นผลจากการแข่งขันในกลุ่มยังคงเพิ่มขึ้น รวมถึง IT Spending ที่มีแรงกดดันจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ด้วยภาพนี้ทำให้เราแนะอยู่ในหุ้นกลุ่มใหญ่ที่มีแรงกดดันจากภาพนี้จำกัดอย่าง MSFT PANW
- งบ ANF และ URBN ออกมาดีได้จากการปรับกลยุทธ์ส่งผลให้รายได้และกำไรเติบโตดี อย่างไรก็ดีเรามองว่าแรงกดดันหลักของกลุ่มค้าปลีกคือ 1) การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในอุตฯ 2) เศรษฐกิจชะลอตัวส่งผลให้ผู้บริโภคจับจ่ายแบบมีกลยุทธ์ ซึ่งการที่ผลประกอบการจะดีได้จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ในการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับมองว่าการที่มีแบรนด์แกร่งจะได้รับผลกระทบจำกัด เช่น WMT
- ผลกำไรอุตสาหกรรมของจีนในเดือนตุลาคมยังคงลดลง 10% YoY แม้จะชะลอจากการลดลง 27% YoY ในเดือนกันยายน แต่การฟื้นตัวเป็นไปในทิศทางค่อนข้างช้า ทำให้ดูเหมือนว่ามาตรการกระตุ้นต่างๆที่เคยออกมาก่อนหน้านี้ อาจไม่ค่อยที่จะได้ผลดีมากนัก ทำให้นักลงทุนคาดหวังมาตรการสนับสนุนจากรัฐบาลครั้งใหม่ในการประชุมเศรษฐกิจประจำปีในเดือนธันวาคม
- Tesla และ BYD มีการเตรียมพร้อมที่จะลดราคารถไฟฟ้าในจีน สะท้อนถึงการเตรียมพร้อมสำหรับสงครามราคาที่รุนแรงในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของจีน คาดว่าส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตชิปยานยนต์ เช่น Infineon และ STMicroelectronics สงครามราคารอบใหม่ที่อาจต้องมีการระมัดระวังมากขึ้น ถึงแม้ว่าเราจะยังคงชอบ BYD และ Tesla แต่การแข่งขันอาจจะทำให้อัตราการทำกำไรลดลงได้
- ผลกระทบต่อผู้ผลิตรถยนต์ยุโรปจากภาษีนำเข้า 25% จากเม็กซิโกและแคนาดาของทรัมป์ คาดอาจส่งผลกระทบต่อ Ebit รวม €6.4 พันล้าน โดยเฉพาะจาก Stellantis และ Volkswagen ที่มีสัดส่วนยอดขายที่นำเข้าสูง ซึ่งจะกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร ท่ามกลางการชะลอตัวของอุตสาหกรรมและการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากจีน เราจึงยังคงแนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนหุ้นกลุ่มยานยนต์ยุโรป
- เรามองตลาดยังมีแรงหนุนจากทิศทางดอกเบี้ยขาลงและกำไรที่ดีกว่าคาด อย่างไรก็ดีในระยะถัดไปเชื่อว่าตลาดมีแรงกดดันเพิ่มจากการขายทำกำไรของหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาดี ขณะที่เราแนะติดตามทิศทางการใช้จ่ายผู้บริโภคในช่วง Black Friday โดยคาด WMT (TP: 96.2$) และ AMZN (TP: 233.9$) จะได้ประโยชน์จากภาพนี้

