Geely รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 เพิ่ม 36% YoY เป็น 4.9 พันล้านหยวน ใกล้เคียงคาด ขณะที่รายได้เพิ่ม 15% YoY เป็น 89.8 พันล้านหยวน แม้ตลาดรถยนต์จีนยังอ่อนแอ แต่ได้แรงหนุนจากยอดส่งออกที่เติบโตแรงและสัดส่วนรถระดับพรีเมียม Zeekr ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น บริษัทจึงปรับเพิ่มเป้ายอดขายต่างประเทศปี 2026 เป็น 920,000 คัน และวางต่างประเทศเป็นเครื่องยนต์หลักของการเติบโตในระยะยาว เรามอง Geely เป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มรถยนต์ที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ดีด้วยอุตสาหกรรมที่แข่งขันสูงอาจมองที่ Supply Chain อย่าง CATL (CATL23) อาจมีความผันผวนที่ต่ำกว่า
Geely กำไร 2Q26 โต 36% ส่งออก–Zeekr ช่วยชดเชยตลาดจีนอ่อนตัว

1. กำไร 2Q26 โตเด่น แม้ยอดขายรถในจีนยังอ่อนแอ
Geely มีกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 4.9 พันล้านหยวน เพิ่ม 36% YoY และใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด ขณะที่รายได้อยู่ที่ 89.8 พันล้านหยวน เพิ่ม 15% YoY สะท้อนว่าบริษัทสามารถรักษาการเติบโตของกำไรได้ แม้ความต้องการรถยนต์ในจีนยังซบเซา
สำหรับ 1H26 รายได้อยู่ที่ 173.6 พันล้านหยวน เพิ่ม 15% YoY ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 9.09 พันล้านหยวน ลดลง 1.8% YoY แต่สูงกว่าที่ตลาดคาด โดยหากตัดผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและรายการพิเศษออก กำไรจากธุรกิจหลักเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนว่าคุณภาพของกำไรจากการดำเนินงานดีขึ้น
ตารางสรุปผลประกอบการ Geely
รายการ | 2Q26 / 1H26 | YoY | ประเด็นสำคัญ |
|---|---|---|---|
รายได้ 2Q26 | RMB 89.8bn | +15% | เติบโตแม้ตลาดจีนอ่อนตัว |
กำไรสุทธิ 2Q26 | RMB 4.9bn | +36% | ใกล้เคียงตลาดคาด |
อัตรากำไรขั้นต้น 2Q26 | 18.4% | จาก 16.9% | ดีขึ้นจาก Zeekr และยอดขายต่างประเทศ |
รายได้ 1H26 | RMB 173.6bn | +15% | สูงกว่าการเติบโตของปริมาณขาย |
กำไรสุทธิ 1H26 | RMB 9.09bn | -1.8% | ยังสูงกว่าคาด |
กำไรธุรกิจหลัก 1H26 | RMB 9.7bn | +46% | สะท้อนคุณภาพกำไรดีขึ้น |
ยอดขายรวม 1H26 | 1.42 ล้านคัน | +1% | ปริมาณโตจำกัด |
รายได้เฉลี่ยต่อคัน | RMB 112,000 | เพิ่ม ~RMB 15,000 | Product Mix ดีขึ้น |
2. จุดเปลี่ยนสำคัญคือ “ขายรถแพงขึ้น” มากกว่าการเพิ่มจำนวนรถ
แม้ปริมาณขายรวม 1H26 เพิ่มเพียง 1% YoY เป็นประมาณ 1.42 ล้านคัน แต่รายได้ต่อคันเพิ่มขึ้นราว 15,000 หยวนเป็น 112,000 หยวนต่อคัน เนื่องจากสัดส่วนรถส่งออกและรถระดับพรีเมียมเพิ่มขึ้น
อัตรากำไรขั้นต้น 2Q26 เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 18.4% จาก 16.9% ในปีก่อนและ 17.5% ใน 1Q26 โดยได้แรงหนุนจากสัดส่วนยอดขายต่างประเทศและ Zeekr ที่สูงขึ้น รวมถึงการควบคุมต้นทุนภายใต้ยุทธศาสตร์ “One Geely” ซึ่งช่วยลดต้นทุนห่วงโซ่อุปทานและการวิจัยพัฒนา แม้ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการขยายตลาดต่างประเทศยังเพิ่มขึ้น
โดยเฉพาะ Zeekr 9X ซึ่งเป็นรถอเนกประสงค์ระดับสูงกว่า 500,000 หยวน สามารถขึ้นเป็นรุ่นขายดีในจีนในระดับราคาดังกล่าว และเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มราคาขายเฉลี่ยของ Geely
3. ต่างประเทศกลายเป็นตัวขับเคลื่อนกำไรที่สำคัญขึ้นอย่างรวดเร็ว
ยอดส่งออก 1H26 เพิ่มขึ้น 158% YoY เป็นประมาณ 474,000 คัน และคิดเป็นสัดส่วนสูงขึ้นอย่างมากของยอดขายรวม ช่วยชดเชยยอดขายรถในจีนที่ลดลงประมาณ 20% ในช่วงครึ่งปีแรก
จุดสำคัญคือรถที่ขายในต่างประเทศมีอัตรากำไรสูงกว่าตลาดจีน โดยมีการประเมินว่าอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจต่างประเทศสูงกว่าธุรกิจในประเทศประมาณ 10 จุดเปอร์เซ็นต์ ขณะที่ Zeekr มีอัตรากำไรสูงกว่าแบรนด์อื่นประมาณ 5–10 จุดเปอร์เซ็นต์ จึงทำให้การเปลี่ยนสัดส่วนยอดขายไปต่างประเทศและรถระดับสูงช่วยกำไรได้มากกว่าการเพิ่มจำนวนรถเพียงอย่างเดียว
4. Geely ปรับเป้าส่งออกขึ้นแรง และกำลังสร้างฐานผลิตนอกจีน
หลังยอดขายต่างประเทศแข็งแกร่ง Geely ปรับเป้ายอดขายต่างประเทศปี 2026 จาก 640,000 คันเป็น 920,000 คัน และมีกรณีเชิงบวกที่อาจแตะ 1 ล้านคัน โดยเป้าหมายระยะกลางอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านคัน และระยะยาวต้องการให้ยอดขายประมาณ 2 ใน 3 มาจากต่างประเทศ
ยุทธศาสตร์ต่างประเทศจะเน้นการใช้โรงงานและพันธมิตรที่มีอยู่แทนการสร้างโรงงานใหม่ทั้งหมด เช่น การใช้กำลังผลิตของ Ford ในสเปน, ร่วมมือกับ Renault ในบราซิลและเกาหลีใต้ รวมถึงใช้ฐานการผลิตของ Volvo ซึ่งช่วยลดเงินลงทุน เพิ่มความเร็วในการขยายกำลังผลิต และลดความเสี่ยงด้านภาษีและภูมิรัฐศาสตร์
ตารางกลยุทธ์ขยายต่างประเทศ
ตลาด / พันธมิตร | รูปแบบ | ความหมาย |
|---|---|---|
Ford – Spain | ใช้กำลังการผลิตโรงงานเดิม | ลดเงินลงทุนและเร่งเข้าสู่ยุโรป |
Renault – Brazil | ร่วมผลิตในประเทศ | ลดความเสี่ยงภาษีนำเข้า |
Renault – Korea | ใช้ฐานผลิตร่วม | เพิ่มกำลังผลิตนอกจีน |
Volvo | ใช้เครือข่ายและโรงงานเดิม | สนับสนุนรถระดับพรีเมียม |
Proton – ASEAN | ฐานผลิตและจำหน่าย | รองรับการเติบโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ |
5. ห่วงโซ่อุปทานยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตา ขณะที่ One Geely ช่วยลดต้นทุน
Geely มีผู้จัดหาชิ้นส่วนจำนวนมากกว่า 500 ราย โดยกลุ่มสำคัญครอบคลุมแบตเตอรี่ อุปกรณ์ไฟฟ้า และชิ้นส่วนรถยนต์ เช่น CATL, Sunwoda, Hitachi, Aptiv, BorgWarner และ Continental ทำให้การเติบโตของยอดผลิต Geely มีผลต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนหลายกลุ่มตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนแบตเตอรี่ ชิปหน่วยความจำ และวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นยังเป็นแรงกดดัน โดยมีการประเมินว่าต้นทุนต่อรถเพิ่มขึ้นราว 2,500 หยวนต่อคันใน 1H26 แต่ถูกชดเชยด้วยสัดส่วนรถราคาสูงและยอดขายต่างประเทศที่มีอัตรากำไรดีกว่า
6. ระยะต่อไป Geely เน้น 3 เสาหลัก: รถพรีเมียม ต่างประเทศ และ AI
ฝ่ายบริหารระบุว่าแผนระยะต่อไปจะเน้น 3 ด้าน ได้แก่ การยกระดับแบรนด์ในจีน การเร่งขยายต่างประเทศ และการนำ AI เข้ามาใช้ทั่วทั้งระบบรถยนต์ โดยครอบคลุมระบบช่วยขับ ห้องโดยสารอัจฉริยะ ระบบขับเคลื่อน และการพัฒนา Robotaxi
บริษัทมีแผนนำระบบช่วยขับ G-ASD รุ่นใหม่เข้าสู่การผลิตจำนวนมาก รวมถึงขยายการใช้งานไปยัง Lynk & Co และ Galaxy ขณะที่ด้าน Robotaxi มีแผนเพิ่มการให้บริการในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งสะท้อนว่า Geely ต้องการแข่งขันไม่เพียงด้านราคาและรถยนต์ไฟฟ้า แต่ต้องการเพิ่มมูลค่ารถผ่านซอฟต์แวร์และระบบอัจฉริยะด้วย
มุมมองของ InnovestX
- จากผลประกอบการครั้งนี้มองเป็น บวกต่อ Geely เรามอง Geely เป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มรถยนต์ที่แข็งแกร่ง เนื่องจากคุณภาพของกำไรดีขึ้นแม้ตลาดรถยนต์จีนยังอ่อนแอ จุดเด่นอยู่ที่การเปลี่ยนโครงสร้างยอดขายไปสู่ ต่างประเทศและ Zeekr ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่า ทำให้รายได้และกำไรสามารถโตเร็วกว่าปริมาณขาย ขณะที่การปรับเป้าส่งออกเป็น 920,000–1 ล้านคันในปีนี้เพิ่มความชัดเจนต่อการเติบโตใน 2H26
- อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงหลักยังอยู่ที่การแข่งขันด้านราคาในจีน ต้นทุนแบตเตอรี่และชิปที่สูงขึ้น รวมถึงการที่ Geely ยังมีเครือข่ายต่างประเทศตามหลัง BYD ซึ่งอาจมองที่ Supply Chain อย่าง CATL (CATL23) อาจมีความผันผวนที่ต่ำกว่า
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

