ราคาอาหารโลกเดือน ส.ค. เพิ่มขึ้น 1.9% MoM สู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2022 โดยมีแรงกดดันจากราคาธัญพืช น้ำตาล และผลิตภัณฑ์นม ท่ามกลางความเสี่ยงด้านอุปทานจากความตึงเครียดในทะเลดำ สภาพอากาศในยุโรป และ El Niño ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มต้นทุนวัตถุดิบและกดดันอัตรากำไรของผู้ผลิตอาหารในช่วงถัดไป ด้วยเหตุนี้ INVX จึงให้น้ำหนักเชิงบวกต่อหุ้นต้นน้ำการเกษตร เช่น Corteva, Nutrien และ Mosaic รวมถึงหุ้นเมล็ดพันธุ์จีน ขณะที่มองว่า Walmart และ Costco ดูดีกว่าผู้ผลิตอาหารปลายน้ำจากอำนาจต่อรองและประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทานที่สูงกว่า และควรระมัดระวัง Mondelez, General Mills, Nestlé, Danone ที่เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนมากขึ้น
ราคาอาหารโลกสูงสุดนับจากปี 2022 กดดันอัตรากำไรผู้ผลิต

1) ราคาอาหารโลกกลับมาเป็นความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อและต้นทุนธุรกิจ
ดัชนีราคาอาหารโลกขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เดือน ส.ค. เพิ่มขึ้น 1.9% MoM สู่ 133.3 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2022 โดยแรงกดดันหลักมาจากราคาธัญพืช น้ำตาล และผลิตภัณฑ์นม สะท้อนว่าความเสี่ยงด้านอุปทานสินค้าเกษตรเริ่มกลับมาเป็นประเด็นสำคัญ หลังตลาดเผชิญทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ สภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย และต้นทุนการผลิตที่อยู่ในระดับสูง
แรงกดดันด้านราคามีความชัดเจนมากขึ้น โดยราคาข้าวสาลีเพิ่มขึ้น 2.6% MoM ขณะที่ราคาน้ำตาลเพิ่มขึ้นถึง 11.9% MoM และ Bloomberg Agriculture Spot Index เพิ่มขึ้นมากกว่า 13% ในเดือน ส.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2012 ขณะที่ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของข้าวสาลีและข้าวโพดขึ้นสู่ระดับสูงในรอบหลายปี
2) ความเสี่ยงด้านอุปทานมาจากหลายปัจจัยพร้อมกัน
ปัจจัยแรกคือความตึงเครียดบริเวณ ทะเลดำ ที่เพิ่มขึ้น หลังความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนกลับมารุนแรงขึ้น ทำให้ตลาดกังวลต่อการส่งออกข้าวสาลีและธัญพืชจากภูมิภาคดังกล่าว ซึ่งถือเป็นแหล่งส่งออกอาหารสำคัญของโลก หากเส้นทางขนส่งหรือโครงสร้างพื้นฐานได้รับผลกระทบเพิ่มเติม อาจทำให้ราคาธัญพืชโลกอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง
อีกด้านหนึ่ง ผลผลิตทางการเกษตรในยุโรปได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ ทำให้ภูมิภาคมีแนวโน้มต้องพึ่งพาการนำเข้ามากขึ้น ขณะเดียวกันตลาดยังจับตาความเสี่ยงของ El Niño ที่มีความรุนแรงกว่าปกติ ซึ่งอาจกระทบผลผลิตสินค้าเกษตรในหลายพื้นที่พร้อมกัน โดยเฉพาะธัญพืช น้ำตาล และพืชอาหารสำคัญ
3) ผลกระทบสำคัญอยู่ที่ต้นทุนผู้ผลิตอาหาร
การเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกจะไม่ได้ส่งผ่านไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคทันที เนื่องจากผู้ผลิตส่วนใหญ่มีสัญญาจัดซื้อและการป้องกันความเสี่ยงด้านราคาล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม หากราคาวัตถุดิบอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ผลกระทบมีแนวโน้มเริ่มสะท้อนผ่าน ต้นทุนขายที่สูงขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง ในช่วงถัดไป
กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงคือผู้ผลิตที่ใช้ น้ำตาล ข้าวสาลี ข้าวโพด นม และน้ำมันพืช ในสัดส่วนสูง เช่น อาหารสำเร็จรูป ขนม เครื่องดื่ม เบเกอรี และผลิตภัณฑ์นม ขณะที่การเพิ่มขึ้นของราคาข้าวโพดและธัญพืชยังมีโอกาสส่งผ่านไปยังต้นทุนอาหารสัตว์ ทำให้ผู้ผลิตเนื้อสัตว์ ไก่ สุกร และผลิตภัณฑ์นมมีความเสี่ยงด้านต้นทุนเพิ่มขึ้นตามมา
4) อำนาจในการปรับราคาขายจะเป็นตัวแบ่งผู้ชนะและผู้แพ้
ผลกระทบต่อกำไรของแต่ละบริษัทจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภค บริษัทที่มีแบรนด์แข็งแกร่ง มีส่วนแบ่งตลาดสูง และสินค้ามีความแตกต่าง จะสามารถทยอยปรับราคาขายหรือเปลี่ยนขนาดบรรจุภัณฑ์เพื่อรักษาอัตรากำไรได้ดีกว่า
ในทางตรงกันข้าม ผู้ผลิตสินค้าที่มีการแข่งขันด้านราคาสูงหรือผู้ผลิตสินค้าให้แบรนด์อื่น มีความเสี่ยงมากกว่า เนื่องจากไม่สามารถปรับราคาขายได้เร็วเท่ากับการเพิ่มขึ้นของต้นทุน ซึ่งอาจทำให้อัตรากำไรถูกกดดันอย่างมีนัยสำคัญหากราคาสินค้าเกษตรทรงตัวสูงเป็นเวลานาน
5) มุมมองของ INVX
บวกต่อกลุ่มต้นน้ำการเกษตร: ราคาสินค้าเกษตรที่สูงขึ้นเป็นบวกต่อบริษัทต้นน้ำที่มีรายได้เชื่อมโยงกับราคาพืชผลและการลงทุนภาคเกษตร เช่น Corteva ในธุรกิจเมล็ดพันธุ์และสารป้องกันศัตรูพืช รวมถึง Nutrien และ Mosaic ในกลุ่มปุ๋ย หากราคาพืชผลสูงขึ้นต่อเนื่อง เกษตรกรมีแรงจูงใจเพิ่มการใช้เมล็ดพันธุ์คุณภาพสูง ปุ๋ย และเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิต
สำหรับจีน กลุ่มเมล็ดพันธุ์อย่าง Hainan Shennong Seed Industry, Gansu Dunhuang Seed, Wanxiang Doneed และ Yuan Longping High-tech Agriculture ยังได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากนโยบายภาครัฐด้านความมั่นคงทางอาหาร
บวกเชิงเปรียบเทียบต่อค้าปลีกขนาดใหญ่: Walmart และ Costco ดูดีกว่าผู้ผลิตอาหารปลายน้ำ เพราะมีอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์สูง ประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทานดี และมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง
ระมัดระวังกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม: Mondelez, General Mills, Nestlé และ Danone มีความเสี่ยงจากต้นทุนน้ำตาล ธัญพืช และผลิตภัณฑ์นมที่สูงขึ้น แม้บางบริษัทสามารถส่งผ่านต้นทุนได้บางส่วน
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

