สถานะคำแนะนำการลงทุนล่าสุด ณ วันที่ 7 มี.ค. 2025
INVX แนะนำตัดขาดทุนในกองทุน AFMOAT-HA ที่มีแนะนำเข้าลงทุนครั้งแรกวันที่ 18 ต.ค. 2024 เนื่องจาก
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโดยรวมที่ชะลอตัวลง จากที่ก่อนหน้านักวิเคราะห์คาดหวังไว้ในระดับสูง ประกอบกับนักลงทุนขาดความเชื่อมั่นจากการที่ ปธน.ทรัมป์ เล่มสงครามภาษีปรับเปลี่ยนไปมาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง
- กำไรของดัชนี MOAT ถูกปรับประมาณการลง ส่งผลให้ราคาเริ่มเคลื่อนไหว underperform ดัชนี S&P500 ในภาพรวม
- ดัชนี MOAT ETF ปรับตัวหลุดเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน ทำให้ภาพรวมทางเทคนิคค่อนข้างอ่อนแอ ประกอบกับราคายังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบขาลง
ในระยะสั้น ทำให้เราจึงแนะนำให้นักลงทุน Stoploss ออกจากพอร์ตการลงทุนในระยะสั้น เพื่อเตรียมรอเข้าลงทุนในสินทรัพย์อื่นแทน
สามารถติดตามคำแนะนำเคาะซื้อล่าสุดได้ใน Satellite Portfolio
[Event play คือ กลยุทธ์ลงทุนตามปัจจัยสนับสนุนระยะสั้น ด้วยสัญญาณ Technical และ Market Sentiment มี Catalyst สนับสนุน]
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดต่อเนื่อง โดยการปรับตัวขึ้นเป็นไปในลักษณะของการกระจายตัวเป็นวงกว้าง (Broadening) มากขึ้น สะท้อนภาวะตลาดหุ้นขาขึ้นที่แข็งแกร่ง (Healthy Bull Market) โดยหุ้นที่มูลค่าไม่แพงหรือมีความตึงตัวน้อย และหุ้นกลุ่มอื่นๆ ที่ไม่ใช่หุ้นขนาดใหญ่มาก (Non-Mega Cap) มีโอกาสที่จะสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่น เรามองว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีโอกาสฟื้นตัวต่อ หลังสภาวะการลงทุนค่อนข้างเอื้ออำนวย โดยเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังส่งสัญญาณขยายตัวต่อทำให้ความกังวลภาวะ Recession ลดลงต่อเนื่อง ประกอบกับวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงช่วยหนุนภาวะทางการเงินให้ผ่อนคลายเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อการลงทุนในระยะข้างหน้า อีกทั้ง ตามสถิติในอดีต ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มักทำผลตอบแทนได้โดดเด่นในช่วงหลังจากเดือนต.ค. ไปจนถึงช่วงสิ้นปี ทำให้เรามองเป็นจังหวะการเข้าลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ โดยผลประกอบการไตรมาส 3 ที่ทยอยประกาศออกมา มีแนวโน้มที่จะทยอยออกมาสูงกว่าคาดการณ์ ซึ่งจะเป็นอีกแรงหนุนต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเรามีความชื่นชอบการลงทุนในลักษณะ Equal Weight โดยเน้นไปยังหุ้นคุณภาพดี เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในหุ้นขนาดใหญ่ อีกทั้ง เน้นการลงทุนหุ้นคุณภาพดีเป็นซึ่งมีข้อได้เปรียบทางธุรกิจและมีการเติบโตที่ยั่งยืน ส่งผลให้หุ้นประเภทนี้ มีความทนทานต่อทุกสภาวะการลงทุน
Great Backdrop for Investing
- เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังส่งสัญญาณแข็งแกร่งและขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนจากตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ (Nonfarm Payrolls) ที่ยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง และการคาดการณ์ GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 3 ผ่าน Atlanta FED GDPNow ขยายตัวสูงกว่าระดับ 3% ส่งผลให้ความกังวลภาวะ Recession คลี่คลาย
- วัฏจักรดอกเบี้ยขาลงของ FED ช่วยหนุนภาวะทางการเงินให้มีความผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งจากสถิติในอดีต ในช่วงดอกเบี้ยขาลง และเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่เผชิญกับภาวะ Recession ตลาดหุ้นสามารถปรับตัวขึ้นได้โดดเด่น
- ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนของสหรัฐฯ ในไตรมาส 3 มีแนวโน้มออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ หลังนักวิเคราะห์มีความคาดหวังในการเติบโตของกำไรที่ไม่ได้สูงเมื่อเทียบกับในช่วงไตรมาส 1 และ 2 ที่ผ่านมา
Q4 is The Best Seasonality
- จากสถิติในอดีตย้อนหลัง 20 ปี พบว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ มักปรับตัวขึ้นได้โดดเด่นในช่วงกลางเดือน ต.ค. ถึง ช่วงสิ้นปี โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 5% ทำให้เป็นโอกาสที่ดีในการเข้าลงทุน
Broadening
- การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ กระจายตัวเป็นวงกว้าง (Broadening) มากขึ้น โดยหุ้นกลุ่มที่มี Valuation ตึงตัวน้อยและไม่ใช่หุ้นขนาดใหญ่มาก (Non-Mega Cap) ทำผลตอบแทนได้ดี
- เรามองว่าลักษณะการปรับตัวขึ้นแบบ Broadening จะดำเนินต่อไป จากการเติบโตของกำไรโดยรวมดูดีขึ้น โดยหุ้นกลุ่มที่ Valuation ตึงตัวน้อยกว่ามีโอกาสทำผลตอบแทนได้โดดเด่นกว่า (Outperform) เมื่อเทียบกับหุ้นที่มี Valuation ตึงตัวในระยะข้างหน้า
- โดยเรามีความชื่นชอบการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในลักษณะการลงทุนที่เป็นแบบ Equal Weight มากกว่า Market Weight เนื่องจากเป็นการกระจายความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในหุ้นขนาดใหญ่ และได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของกำไรแบบวงกว้าง อีกทั้ง Valuation ในดัชนี S&P 500 Equal Weight มีความตึงตัวน้อยกว่าดัชนี S&P 500 ทำให้มีโอกาสในการปรับตัวขึ้นได้มากกว่า



Technical analysis
ในด้านแนวโน้มราคาสะท้อนผ่านดัชนี Morningstar Wide Moat Focus ซึ่งเป็นตัวแทนของหุ้นสหรัฐฯ คุณภาพดีในลักษณะแบบ Equal Weight ยังเป็นเทรนด์ขาขึ้น โดยราคาสามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้ต่อเนื่อง และราคาเคลื่อนไหวอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 และ 200 วัน บ่งชี้ถึงสภาวะขาขึ้นและราคามีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ เรามองเป้าหมายดัชนีที่บริเวณ 23,500 – 24,000 จุด

กองทุนแนะนำ: AFMOAT-HA
จากข้อมูล Universe กองทุนหุ้นสหรัฐฯ ของทาง InnovestX Wealth Products & Strategy กองทุนหุ้นสหรัฐฯ ที่เป็นกลุ่ม General (Quality) จะมีทั้งหมด 7 กองทุน รายละเอียดดังนี้

แนวทางที่ InnovestX Wealth Products & Strategy คัดเลือกกองทุน AFMOAT-HA
- ทาง InnovestX Wealth Products & Strategy คัดเลือกกองทุน AFMOAT-HA เนื่องจากเป็นกองทุนที่ตอบโจทย์กลยุทธ์ของทางทีม InnovestX Products & Strategy ในการ Trading หุ้นสหรัฐฯ ขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพ
- กองทุนมีหุ้นขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักในกลุ่มของ MAG7 น้อยกว่ากองทุนอื่น และมีลักษณะของพอร์ตการลงทุนที่เป็นการกระจายการลงทุนแบบ Equal-weighted หรือให้น้ำหนักของหุ้นรายตัวในน้ำหนักที่เท่าๆ กัน หรือเป็นการให้ความสำคัญกับขนาดของหุ้นขนาดใหญ่มาก (Mega Cap) น้อยกว่าดัชนีอ้างอิงส่วนใหญ่ที่ค่อนข้างมีน้ำหนักอิงกับมูลค่าของหุ้น
- พอร์ตการลงทุนปัจจุบันของกองทุนหลักมีหุ้นกลุ่ม MAG7 เพียง 3.7% (as of 30 Sep 2024)
สรุปจุดเด่นของกองทุนและกองทุนหลัก VanEck Morningstar Wide Moat ETF (MOAT)
- กองทุน AFMOAT-HA เน้นลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ ที่มี Wide-Moat ผ่านกองทุนหลัก VanEck Morningstar Wide Moat ETF (MOAT) มีประวัติการจัดตั้งตั้งแต่ปี 2012
- กองทุนหลัก MOAT ลงทุนแบบเชิงรับ (Passive) โดยมุ่งหวังให้ผลประกอบการของกองทุนเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับดัชนี Morningstar® Wide Moat Focus Index
- การลงทุนใน MOAT คือการลงทุนในบริษัทที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง และมีความสามารถรักษาผลกำไรส่วนเกินในระยะยาวได้
- ดัชนีอ้างอิงมีแนวทางการสร้างพอร์ต โดยจะเลือกลงทุนในหุ้นที่มี Wide Moat และ Price to Fair Value Ratio ต่ำที่สุด 40 อันดับแรก
- ใช้กระบวนการปรับเปลี่ยนพอร์ตแบบ Staggered Reconstitution ซึ่งสามารถช่วยลด Turnover ลงได้มากถึง 50% เมื่อเทียบกับการปรับเปลี่ยนพอร์ตรูปแบบอื่น
- ปัจจุบัน (30 Sep 2024) มีการลงทุนอยู่ในหุ้นราว 55 ตัว และมีสัดส่วนของหุ้นในกลุ่ม MAG7 เพียง 3.7%
- กลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่มีการลงทุน ได้แก่ Industrials, Health Care, Information Technology, Consumer Staples และ Financials
- ตัวอย่างหุ้นที่มีการลงทุนอยู่ ได้แก่ Transunion บริษัทที่ให้บริการข้อมูลเครดิตและการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน, Gilead Sciences Inc บริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ที่เชี่ยวชาญในการพัฒนาและผลิตยาเพื่อรักษาโรคติดเชื้อ, Bristol-Myers Squibb Co บริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ที่เชี่ยวชาญในการวิจัยและพัฒนายาเพื่อรักษาโรคต่างๆ, Autodesk Inc บริษัทซอฟต์แวร์ที่เชี่ยวชาญในการพัฒนาโปรแกรมซอฟต์แวร์สำหรับการออกแบบ และ Marketaxess Holdings Inc บริษัทที่ให้บริการแพลตฟอร์มการซื้อขายตราสารหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์
- ผลการดำเนินงานในช่วง 3 เดือน กองทุนหลักสร้างผลตอบแทน 11.9% เทียบกับดัชนี S&P500 ที่สร้างผลตอบแทน 5.9%
- ผลการดำเนินงานรายปีปฏิทิน 5 ปีย้อนหลัง (ปี 2019-2023) กองทุนหลักสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ 4% เทียบกับดัชนี S&P500 ที่สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ 17.4%
กองทุนเอ เอฟ ยูเอส ไวด์ โมท เฮดจ์ (AFMOAT-HA) เป็นกองทุนรวมหุ้นสหรัฐฯ ที่เน้นลงทุนในกลุ่มธุรกิจที่มีคุณภาพสูงที่มีมูลค่าเหมาะสม และมี Moat ผ่านกองทุนหลัก VanEck Morningstar Wide Moat ETF ซึ่งมีเป้าหมายการลงทุนแบบเชิงรับ (passive) โดยมุ่งหวังให้ผลประกอบการของกองทุนก่อนหักค่าใช้จ่ายเคลื่อนไหวสอดคล้องไปกับดัชนี Morningstar® Wide Moat Focus Index
Moat คือ คุณสมบัติทางโครงสร้างที่ช่วยให้บริษัทสามารถรักษาผลกำไรส่วนเกินในระยะยาวได้ โดยกำไรส่วนเกินนี้มาจากผลตอบแทนจากการลงทุน (Return on invested capital, “ROIC”) ที่สูงกว่าค่าใช้จ่ายทุนโดยเฉลี่ย (WACC) หากบริษัทไม่มี Moat สะท้อนว่ากำไรส่วนเกินที่บริษัทสร้างได้มีแนวโน้มที่จะถูกบริษัทอื่นเข้ามาแก่งแย่งหรือแข่งขันช่วงชิงส่วนนี้ได้ง่าย
โดย Morningstar เชื่อว่าบริษัทที่มี Wide-moat คือบริษัทที่มีแนวโน้มที่จะมีกำไรส่วนเกินไปอย่างน้อยอีก 20 ปี และยิ่งบริษัทสร้างกำไรทางเศรษฐกิจได้นานเท่าไหร่ มูลค่าในตัวของบริษัทก็จะยิ่งสูงขึ้น
ทั้งนี้ Morningstar จะแบ่งการประเมิน Moat จาก 5 ปัจจัย ประกอบด้วย
- Intangible Assets เช่น แบรนด์ที่แข็งแกร่ง หรือทรัพย์สินทางปัญญา ที่ทำให้บริษัทมีความสามารถในการตั้งราคาสูง
- Switching Costs สูง ซึ่งจะส่งผลให้การเปลี่ยนไปใช้แบรนด์ใหม่ หรือสินค้าทดแทนอื่น ๆ ทำได้ยากขึ้น
- Network Effect ที่เกิดขึ้นเมื่อบริษัทได้รับผลประโยชน์จากการมีเครือข่ายผู้ใช้งานที่แข็งแกร่ง
- Cost Advantage หรือการที่บริษัทสามารถตั้งราคาได้เทียบเท่ากับคู่แข่งแต่ยังสามารถมีผลกำไรที่ดีได้ จากการมีต้นทุนที่ต่ำกว่า
- Efficient Scale หรือการที่ผู้เล่นเดิมมีความได้เปรียบจากการมีกำลังการผลิตขนาดใหญ่ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่ำกว่า ซึ่งอาจทำให้อุตสาหกรรมมีกำแพงที่จะป้องกันไม่ให้มีคู่แข่งหน้าใหม่
นอกเหนือ 5 ปัจจัยข้างต้นแล้ว ทาง Morningstar ยังจะมีการพิจารณาต่อปัจจัยที่อาจกระทบและทำลาย Moat ในอนาคต เช่น ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ ESG, การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม สถานะทางการเงิน หรือปัญหาเฉพาะตัวของบริษัท และทาง Morningstar จะมีการวิเคราะห์ Moat trend เพื่อคอยประเมินแนวโน้มความยั่งยืนของ Moat บริษัทที่มีอยู่ในปัจจุบัน และท้ายที่สุดเป็นการให้คะแนนหรือการกำหนด Moat Rating ของบริษัทต่างๆ เพื่อใช้ในการพิจารณาบริษัทที่เข้าเกณฑ์ในการถูกคัดเลือกเข้าลงทุนในดัชนี
หลังจากที่ได้บริษัทที่มี Wide-moat ก็จะมีการกรองด้าน Valuation หรือระดับราคาที่น่าสนใจผ่านการคาดการณ์กระแสเงินสดของบริษัทในอนาคต เพื่อทำการ Ranking บริษัทตาม Price to Fair Value Ratio โดยจะเข้าลงทุนในหุ้น 40 อันดับแรกที่มี Price to Fair Value Ratio ต่ำสุด
ในแง่ของการเพิ่มและถอดหุ้นรวมถึงการปรับน้ำหนักหุ้นที่อยู่ในดัชนีอ้างอิงที่กองทุนหลักมีการลงทุนตามนั้น ทาง Morningstar จะมีกระบวนการที่เรียกว่า “Staggered Reconstitution” โดยเริ่มจากการแบ่งดัชนีออกเป็น 2 พอร์ตย่อยที่มีหน้าตาเหมือนกันทุกประการและมีน้ำหนักเท่ากันที่พอร์ตละ 50% จากนั้นจึงทำการปรับเปลี่ยนหุ้นในแต่ละพอร์ตย่อยในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน เช่น พอร์ตการลงทุนย่อย 1 จะมีปรับเปลี่ยนหุ้นในช่วงเดือน มี.ค. และเดือน ก.ย. ส่วนพอร์ตการลงทุนย่อย 2 นั้นจะมีการปรับเปลี่ยนหุ้นในช่วงเดือน มิ.ย. และ ธ.ค. และจะมีการ Rebalanced น้ำหนักของพอร์ตการลงทุนย่อย 1 และ 2 ให้เท่ากันที่พอร์ตละ 50% ในช่วงเดือน มิ.ย. และ ธ.ค.
ซึ่ง Morningstar ได้มีการให้เหตุผลของการทำ Staggered Reconstitution เอาไว้ว่าจะสามารถช่วยลดปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ (Turnover) ลงได้มากกว่า 50% เมื่อเทียบกับการปรับเปลี่ยนพอร์ตแบบอื่น ๆ ในขณะเดียวกัน กระบวนการปรับพอร์ตดังกล่าวยังจะสามารถทำให้หุ้นที่มีมูลค่าต่ำถูกเพิ่มเข้ามาอยู่ในดัชนีได้เร็วขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้การทำ Staggered Reconstitution อาจส่งผลให้ดัชนีมีหุ้นอยู่มากกว่า 40 บริษัท และอาจทำให้หุ้นที่อยู่ในดัชนีอาจมีน้ำหนักที่ไม่เท่ากัน
สัดส่วนประเทศที่ลงทุน (ณ 30 ก.ย. 2024)
- US 98.7%
- Netherlands 1.2%
- Other/Cash 0.1%
กลุ่มอุตสาหกรรม (ณ 30 ก.ย. 2024)
- Industrials 23.9%
- Health Care 21.2%
- Information Technology 17.6%
- Consumer Staples 13.9%
- Financials 6.4%
Top holdings (ณ 30 ก.ย. 2024)
- Transunion บริษัทที่ให้บริการข้อมูลเครดิตและการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน
- Gilead Sciences Inc บริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ที่เชี่ยวชาญในการพัฒนาและผลิตยาเพื่อรักษาโรคติดเชื้อ เช่น โรคไวรัสตับอักเสบ B และ C เป็นต้น
- Bristol-Myers Squibb Co บริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ที่เชี่ยวชาญในการวิจัยและพัฒนายาเพื่อรักษาโรคต่างๆ รวมถึงโรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น
- Autodesk Inc บริษัทซอฟต์แวร์ที่เชี่ยวชาญในการพัฒนาโปรแกรมซอฟต์แวร์สำหรับการออกแบบ 2D และ 3D การสร้างแบบจำลอง และการจำลองข้อมูล เป็นต้น
- Marketaxess Holdings Inc บริษัทที่ให้บริการแพลตฟอร์มการซื้อขายตราสารหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์
ผลการดำเนินงานของกองทุนหลักย้อนหลัง (ณ 30 ก.ย. 2024)
- ผลการดำเนินงานในช่วง 3 เดือน กองทุนหลักสร้างผลตอบแทน 11.9% เทียบกับดัชนี S&P500 ที่สร้างผลตอบแทน 5.9%
- ผลการดำเนินงานในช่วง 1 ปี กองทุนหลักสร้างผลตอบแทน 29.0% เทียบกับดัชนี S&P500 ที่สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ 36.4%
- ผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปี กองทุนหลักสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ 11.0% เทียบกับดัชนี S&P500 ที่สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ 11.9%
- ผลการดำเนินงานรายปีปฏิทิน 5 ปีย้อนหลัง (ปี 2019-2023) กองทุนหลักสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ 18.4% เทียบกับดัชนี S&P500 ที่สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ 17.4%

กองทุนแนะนำเพิ่มเติม: KKP EWUS500-UH
นอกเหนือจากกองทุนที่เราได้กล่าวมาทั้งหมด ทาง KKPAM ได้มีการ IPO กองทุนออกมาช่วง 27 พ.ย. – 3 ธ.ค. 2024 โดยกองทุนนี้มีการเข้าลงทุนในกองทุนหลัก Invesco S&P 500 Equal Weight ETF ซึ่งอ้างอิงดัชนี S&P 500® Equal Weight หรือกระจายการลงทุนในหุ้น S&P500 ในลักษณะ Equal Weight หรือให้น้ำหนักของหุ้นในดัชนี S&P 500 ที่เท่าๆ กัน และมีการลงทุนในหุ้นกลุ่ม MAG7 เพียง 1.75% (as of 17 Dec 2024) ตรงตามกลยุทธ์การลงทุนของทางเรา
ดังนั้นทางเราจึงแนะนำเข้าลงทุนในกองทุน KKP EWUS500-UH เป็นทางเลือกเพิ่มเติมนอกเหนือจากการลงทุนในกองทุน AFMOAT-HA
อย่างไรก็ตามกองทุน KKP EWUS500-UH ไม่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (FX Unhedged) จึงเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนได้
คลิกที่นี่เพื่อดูกองทุนเคาะซื้อใน INVX Satellite Portfolio ล่าสุด
คำเตือน: ผลการดำเนินในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนที่ได้รับในอนาคต กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะ เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่บล.อินโนเวสท์ เอกซ์