1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวหลังหุ้นเทคฯ ร่วงหนักในเดือน ต.ค. ตลาดรอลุ้นงบ Apple–AMD ฟื้นความเชื่อมั่น AI
2. Apple เตรียมรายงานงบไตรมาสแรกภายใต้ CEO ใหม่ ตลาดจับตายอดขาย iPhone และต้นทุนชิปที่สูงขึ้น
3. Binance เผชิญเงินไหลออก $3.64 พันล้านหลังถูกแฮกครั้งใหญ่ แม้เปิดถอนเงินอีกครั้ง แต่ความเชื่อมั่นยังเปราะบาง
4. ราคาน้ำมัน Brent ร่วงกว่า 3% จากความหวังเจรจาอิหร่าน แต่ราคาน้ำมันยังสูงและเสี่ยงผันผวนจากสถานการณ์สงคราม
5. ตลาดจับตา Midterm สหรัฐฯ 3 พ.ย. ผลเลือกตั้งอาจเปลี่ยนสมดุลอำนาจและเพิ่มข้อจำกัดนโยบายรัฐบาล Trump
6. SET ปิดลบต่อเนื่องจากแรงขายหุ้นใหญ่และพลังงาน คาดตลาดกังวลปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ก่อนเลือกตั้ง Midterm สหรัฐฯ
🌙 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 2 พฤศจิกายน 2026
1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้น โดย Nasdaq 100 +0.75%, S&P 500 +0.46% และ Dow +0.28% หลังหุ้นเทคฯ ถูกขายหนักในเดือน ต.ค. จากความกังวลเงินลงทุน AI ที่สูงและผลตอบแทนยังไม่ชัดเจน ขณะที่หุ้นเทคฯ เอเชียเริ่มฟื้นตัวช่วยหนุน Sentiment ตลาด โดยสัปดาห์นี้นักลงทุนจับตางบ Apple, Palantir และ Berkshire Hathaway ในวันจันทร์ ก่อนตามด้วย AMD วันอังคาร ซึ่งอาจช่วยประเมินแนวโน้มกำไรและความต้องการ AI อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวระยะสั้นยังต้องรอผลประกอบการยืนยัน จึงควรระวังความผันผวนหลังประกาศงบ
2. Apple เตรียมรายงานงบคืนนี้เป็นครั้งแรกภายใต้ CEO ใหม่ John Ternus ที่รับตำแหน่งต่อจาก Tim Cook ในเดือน ก.ย. หลังเปิดตัว iPhone พับได้และผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรายการ โดยตลาดจับตาแนวโน้มยอดขายช่วงปลายปี กลยุทธ์ AI และ Siri รวมถึงต้นทุนชิปหน่วยความจำที่สูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้กำไรโตช้าสุดในรอบ 6 ไตรมาส ขณะที่ Apple กลับมาเป็นบริษัทมูลค่าตลาดสูงสุดในโลกที่ $5.03 ล้านล้าน แซง Nvidia สะท้อนความคาดหวังต่อหุ้นที่พึ่งพาการลงทุน AI น้อยกว่า จึงต้องติดตามแนวโน้มกำไรและต้นทุนเป็นสำคัญ
3. Binance เผชิญเงินไหลออกสุทธิราว 3.64 พันล้านดอลลาร์ หรือ 2.1% ของสินทรัพย์ทั้งหมด หลังกลับมาเปิดให้ถอนเงินจากเหตุถูกโจมตีทางไซเบอร์ที่มีรายงานความเสียหายราว 6.3 พันล้านดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ก่อน แม้บริษัทระบุว่าการถอนเงินเริ่มมีเสถียรภาพและยังมีเงินฝากไหลเข้า ขณะที่ Bitcoin ฟื้นเหนือ $78,000 หลังแตะต่ำสุดรอบ 6 สัปดาห์ แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและสภาพคล่องของตลาด Crypto จึงควรติดตามกระแสเงินไหลออกและความเชื่อมั่นต่อแพลตฟอร์มต่อไป
4. ราคาน้ำมัน Brent ลดลง 3.3% สู่ $109.70/บาร์เรล และ WTI -3.5% สู่ $100.48/บาร์เรล หลังมีรายงานประธานาธิบดี Trump ต้องการให้เวลาเจรจากับอิหร่านมากขึ้น ก่อนตัดสินใจกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหาร ส่งผลให้ตลาดคลายกังวลความเสี่ยงอุปทานระยะสั้นและเกิดแรงขายทำกำไร หลังราคาน้ำมันทั้งสองชนิดเพิ่มขึ้นเกือบ 15% ในเดือน ต.ค. แม้ราคาที่ลดลงอาจช่วยบรรเทาแรงกดดันเงินเฟ้อและต้นทุนธุรกิจ แต่ระดับราคายังสูง จึงควรติดตามความคืบหน้าการเจรจาและความเสี่ยงอุปทานอย่างใกล้ชิด
5. สหรัฐฯ เตรียมเลือกตั้ง Midterm วันที่ 3 พ.ย. โดยชิงที่นั่งสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 435 ที่นั่ง และวุฒิสภา 35 ที่นั่ง ท่ามกลางความไม่พอใจต่อราคาน้ำมันสูงและสงครามอิหร่าน ซึ่งกดดันความนิยมของประธานาธิบดี Trump หากพรรค Democrat ได้เสียงข้างมากในสภาใดสภาหนึ่ง อาจทำให้การผลักดันนโยบายการคลังและกฎหมายสำคัญยากขึ้น ขณะที่รัฐบาลอาจหันไปใช้คำสั่งฝ่ายบริหารมากขึ้น สะท้อนความเสี่ยงด้านนโยบายการค้าและกฎระเบียบ จึงควรติดตามผลเลือกตั้งและทิศทางนโยบายหลังจัดตั้งสภา
6. SET Index ปิดที่ 1,507.20 จุด (-11.39 จุด / -0.75%) มูลค่าซื้อขาย 5.6 หมื่นลบ. ตลาดปรับลบจากแรงขายช่วงบ่ายก่อนเลือกตั้ง Midterm สหรัฐฯ โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมี ธนาคาร และพลังงานอ่อนตัว ขณะที่กลุ่มสื่อฯ ปรับขึ้น PTTEP (-4.24%) และ PTT (-2.38%) ร่วงตามราคาน้ำมัน หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน ส่วน SCC–KBANK–BH ถูกขายตาม Sentiment ตลาด แม้ KCE–HANA ฟื้นตามหุ้นเทคฯ เอเชีย สะท้อนตลาดยังเปราะบางและนักลงทุนเลือกชะลอความเสี่ยงเพื่อรอความชัดเจนจากปัจจัยภายนอก
-----
ที่มา: Investing.com
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b