ค่าการกลั่นคงแข็งแกร่ง หนุนจากการเข้าสู่ฤดูขับขี่ ปริมาณสต็อกคงอยู่ในระดับต่ำ
รัสเซียส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปลดลงทำระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน ที่ 825kBD ลดลง 6%MoM หลังได้เริ่มการปิดซ่อมโรงกลั่นรัสเซียตามฤดูกาลใน 2Q25 ด้านสหภาพยุโรปได้ออกมาตรการคว่ำบาตรกองเรือเงารัสเซียเพิ่มเติม เพื่อนำไปสู่การหยุดพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียโดยสมบูรณ์ ผ่านการตรวจสอบการเดินเรือที่เข้มข้นขึ้น และกำหนดให้ฮังการีและสโลวาเกียเร่งทำแผนหยุดการนำเข้าน้ำมันรัสเซียภายในปี 2027 เนื่องจากทั้งสองประเทศนำเข้าน้ำมันรัสเซียคิดเป็น 80% ของปริมาณนำเข้าของ EU โดยผลของการคว่ำบาตรในช่วงที่ผ่านมายุโรปสามารถลดสัดส่วนการนำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซียลงเหลือ 3% จากในปี 2022 ที่ระดับ 27% ของปริมาณนำเข้าทั้งหมด (Platts)
มองค่าการกลั่นจะยังคงแข็งแกร่งในระดับปัจจุบัน โดยค่าการกลั่นสิงคโปร์เฉลี่ยช่วง 2Q25TD อยู่ที่ US$4.29/bbl (Figure 2) หนุนจากอุปทานที่อยู่ในระดับต่ำ ทั้งจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นในบางภูมิภาค และปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปสำรองที่อยู่ในระดับต่ำที่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี (Figure 3-4) ขณะที่อุปสงค์จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการเข้าสู่ช่วงฤดูขับขี่ระหว่าง พ.ค.-ส.ค. ในสหรัฐฯ เชิงกลยุทธ์ สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ เก็งกำไร SPRC ซึ่งมองว่าจะได้ประโยชน์มากที่สุดจากการเข้าสู่ฤดูขับขี่ เนื่องจากมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์เบนซินสูงที่สุดในกลุ่ม และอาจมี Upside เพิ่มเติมต่อกำไรปกติจากส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปและน้ำมันดูไบที่มีแนวโน้มลดลงจากการเร่งเพิ่มการผลิตของ OPEC+ โดย SPRC มีสัดส่วนนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางราว 45% ในปี 2024 เชิงพื้นฐาน ทยอยสะสม BCP ซึ่งมีการกระจายความเสี่ยงเชิงธุรกิจสูง ติดตามภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน ซึ่งอาจกระทบต่อความต้องการน้ำมันสำเร็จรูปและราคาน้ำมันที่ปรับลงมากอาจทำให้เกิดการขาดทุนสต็อก และค่าการกลั่นที่อาจปรับลงในระยะสั้น หลังโรงกลั่นในสเปนกลับมาผลิตหลังเผชิญเหตุไฟดับครั้งใหญ่ (Argus)
การเพิ่มภาษีกระทบค่าการตลาดระยะสั้น ราคาน้ำมันโลก-กองทุนน้ำมันฯ ช่วยประคอง
กรมสรรพสามิตได้ปรับขึ้นอัตราภาษีน้ำมันสำเร็จรูป 1 บาท/ลิตร ตามสัดส่วนเนื้อน้ำมัน (E10 เพิ่มขึ้น 0.90 และดีเซล B7 เพิ่มขึ้น 0.93 บาท/ลิตร เป็นต้น, ฐานเศรษฐกิจ) และต่อมา กบน. ได้เห็นชอบปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ในอัตราเดียวกับที่มีการเก็บภาษีสรรพสามิตเพิ่ม เพื่อประคองราคาหน้าสถานีบริการน้ำมัน และประเมินว่าจะกระทบต่อการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ราว 50 ลบ./วัน (ENC)
มองค่าการตลาดจะสามารถกลับมาประคองอยู่ในระดับปัจจุบันได้ แม้ช่วงแรกค่าการตลาดได้รับผลกระทบในวันที่มาตรการข้างต้นมีผลเป็นวันแรก โดยในวันที่ 7 พ.ค. ค่าการตลาดเฉลี่ยทุกผลิตภัณฑ์ลดลงราว 0.35 บาท/ลิตร (Figure 5) แต่ค่าการตลาดในภาพรวมยังคงมีแนวโน้มแข็งแกร่ง (Figure 6) และมีปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันโลกที่ลดลงตามภาวะตลาดน้ำมันในปี 2025 ที่มีแนวโน้มเกินดุลตลอดปี (Figure 7), OPEC+ จะเร่งเพิ่มการผลิต และความกังวลต่อสงครามการค้าและมาตรการภาษีศุลกากรสหรัฐฯ ที่กดดันอุปสงค์ ขณะที่แรงกดดันต่อค่าการตลาดลดลงตามฐานะกองทุนน้ำมันฯ ที่ดีขึ้นต่อเนื่อง โดยส่วนของบัญชีน้ำมันล่าสุดขาดดุลเพียง 2,540 ลบ. และด้วยการเก็บเงินเข้าในอัตราราว 250 ลบ./วัน ซึ่งรวมการปรับลดในข้างต้นแล้ว ประเมินบัญชีน้ำมันจะยังสามารถล้างขาดดุลได้ภายใน พ.ค. นี้ (Figure 8) เป็นบวกต่อกลุ่มค้าปลีกน้ำมัน เชิงกลยุทธ์ สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ รอจังหวะเก็งกำไร OR ที่มีการกระจายความเสี่ยงเชิงธุรกิจในธุรกิจ Lifestyle ที่แข็งแกร่ง และมี Upside จากการจำหน่ายน้ำมันอากาศยานที่มีมาร์จิ้นสูง ติดตามความคืบหน้าการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน หากการเจรจามีความคืบหน้า อาจหนุนราคาน้ำมันโลกปรับขึ้นและเป็นแรงกดดันต่อค่าการตลาดได้ในระยะสั้น
ความเสี่ยง:เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน, การเมืองในประเทศ, นโยบายพลังงานของใหม่สหรัฐฯ และของไทย, สถานการณ์ตะวันออกกลางและรัสเซีย-ยูเครน, นโยบายการผลิตของ OPEC+