ผลประกอบการของ Disco, Mobileye, BESI และ STMicroelectronics สะท้อนว่าความต้องการชิปที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ และการผลิตขั้นสูงยังแข็งแกร่ง แต่การฟื้นตัวไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทุกตลาด โดย Disco และ BESI เด่นด้านเครื่องจักรผลิตและบรรจุชิป ขณะที่ STMicro และ Mobileye ยังพึ่งพาตลาดรถยนต์และชิปทั่วไปมากกว่า สาเหตุที่ราคาหุ้นหลายบริษัทตอบสนองเชิงลบไม่ใช่เพราะงบแย่ แต่เพราะแนวโน้มที่บริษัทให้ไว้ไม่สูงพอเมื่อเทียบกับความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นมากก่อนประกาศงบ รวมถึงราคาหุ้นได้สะท้อนข่าวดีไปแล้วจำนวนมาก
กลุ่มชิป Disco, BESI, STM และ Mobileye งบดี แต่ตลาดต้องการมากกว่าการ “ดีกว่าคาด”

1. ภาพรวมร่วมกัน: ปัญญาประดิษฐ์ยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
- ทั้งสี่บริษัทได้รับประโยชน์จากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ แต่ได้รับผลในคนละส่วนของห่วงโซ่ โดย Disco ได้แรงหนุนจากเครื่องจักรตัดและขัดแผ่นชิปสำหรับชิปประมวลผลขั้นสูงและหน่วยความจำ HBM ส่วน BESI ได้ประโยชน์จากเครื่องจักรประกอบและเชื่อมชิปขั้นสูง ขณะที่ STMicro มีรายได้เพิ่มจากชิปควบคุมพลังงานและการเชื่อมต่อในศูนย์ข้อมูล ส่วน Mobileye ได้แรงหนุนทางอ้อมจากจำนวนชิประบบช่วยขับขี่ที่ส่งมอบให้ผู้ผลิตรถยนต์ โดยเฉพาะรถยนต์ที่ผลิตในจีนเพื่อส่งออก อย่างไรก็ดี ความเชื่อมโยงกับปัญญาประดิษฐ์ของ Disco และ BESI มีความชัดเจนและตรงกว่าของ STMicro และ Mobileye
2. Disco: ผลไตรมาสแข็งแกร่ง แต่แนวโน้มกำไรต่ำกว่าที่ตลาดหวัง
- Disco รายงานรายได้ไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 27% YoY เป็น 114.3 พันล้านเยน และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 42% เป็น 49.0 พันล้านเยน ซึ่งสูงกว่าคาดเล็กน้อย จากความต้องการเครื่องจักรสำหรับชิปประมวลผลขั้นสูงและ HBM อย่างไรก็ดี บริษัทคาดกำไรจากการดำเนินงานไตรมาสถัดไปที่ 55.9 พันล้านเยน เพิ่มขึ้น 26% YoY แต่ต่ำกว่าตลาดคาดประมาณ 62.2 พันล้านเยน แม้บริษัทคาดยอดส่งมอบเครื่องจักรทำสถิติสูงสุดใหม่ก็ตาม จุดอ่อนจึงไม่ได้อยู่ที่ความต้องการ แต่เป็นการที่กำไรเติบโตไม่ทันความคาดหวังซึ่งถูกยกระดับตามแผนลงทุนขนาดใหญ่ของลูกค้ากลุ่มชิปปัญญาประดิษฐ์
3. BESI: งบดีที่สุดในกลุ่ม แต่ตลาดต้องการคำสั่งซื้อที่เหนือคาดมากกว่านี้
- BESI มีผลประกอบการโดดเด่นที่สุดในเชิงการเติบโต โดยรายได้ไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 69% YoY และ 35% QoQ เป็น 249.9 ล้านยูโร ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 177% YoY เป็น 89 ล้านยูโร และคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 129% YoY เป็น 292.9 ล้านยูโร บริษัทคาดว่ารายได้ไตรมาส 3 จะเพิ่มขึ้นอีก 10–15% QoQ ซึ่งสูงกว่าตลาดคาด แต่ราคาหุ้นยังลดลง เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังการเติบโตของรายได้ปี 2026 ไว้มากกว่า 60% อยู่แล้ว และยังไม่เห็นคำสั่งซื้อเครื่องเชื่อมชิปแบบใหม่จากผู้ผลิตหน่วยความจำ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญต่อการเติบโตในปี 2027
4. STMicro: รายได้ดีขึ้น แต่ธุรกิจหลักฟื้นช้ากว่าธุรกิจศูนย์ข้อมูล
- STMicro รายงานรายได้ไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 26% YoY เป็น 3.49 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดเล็กน้อย และปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้จากศูนย์ข้อมูลเป็นมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 และมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ในปี 2027 อย่างไรก็ดี บริษัทคาดรายได้ไตรมาส 3 ที่ 3.7 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าตลาดคาด 3.79 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานและอัตรากำไรยังต่ำกว่าคาด เนื่องจากธุรกิจชิปแอนะล็อก เซนเซอร์ และชิปกำลังสำหรับรถยนต์ยังฟื้นตัวช้า ดังนั้น แม้ธุรกิจศูนย์ข้อมูลแข็งแกร่ง แต่ยังมีขนาดไม่มากพอที่จะชดเชยความอ่อนแอของธุรกิจหลักทั้งหมด
5. Mobileye: ตัวเลขดีกว่าคาดมาก แต่คุณภาพของกำไรต้องพิจารณาเพิ่มเติม
- Mobileye รายงานรายได้ไตรมาส 2 ที่ 508 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าตลาดคาด 482 ล้านดอลลาร์ และกำไรจากการดำเนินงานที่ปรับรายการแล้วอยู่ที่ 155 ล้านดอลลาร์ เทียบกับตลาดคาดเพียง 44.6 ล้านดอลลาร์ พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรทั้งปีอย่างมาก อย่างไรก็ดี กำไรราว 93 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้มาจากเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนาของรัฐบาลอิสราเอล หากไม่รวมรายการดังกล่าว กำไรที่แท้จริงจะสูงกว่าคาดไม่มากนัก ขณะที่รายได้แทบไม่เติบโตจากปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นลดลง และผู้ก่อตั้งประกาศเตรียมลงจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จึงทำให้ความเสี่ยงด้านการดำเนินงานเพิ่มขึ้นในช่วงที่บริษัทกำลังเตรียมเปิดตัวระบบช่วยขับขี่และแท็กซี่ไร้คนขับหลายโครงการ
ตารางสรุปผลประกอบการกลุ่มชิป (Disco – BESI – STMicro – Mobileye)
บริษัท | ธุรกิจหลัก | ผลประกอบการล่าสุด | เทียบคาดการณ์ | รายการที่ดีกว่าคาด | รายการที่ต่ำกว่าคาด / ตลาดกังวล | มุมมองตลาด |
|---|---|---|---|---|---|---|
Disco | เครื่องจักรตัด ขัด และเตรียมแผ่นชิปสำหรับเซมิฯ ขั้นสูงและ HBM | รายได้ 114.3 พันล้านเยน (+27% YoY), กำไรดำเนินงาน 49.0 พันล้านเยน (+42% YoY) | งบไตรมาสล่าสุด ดีกว่าคาดเล็กน้อย | ความต้องการเครื่องจักรจาก AI, HBM และชิปขั้นสูงยังแข็งแกร่ง ยอดส่งมอบมีโอกาสทำสถิติใหม่ | แนวโน้มกำไรไตรมาสถัดไป 55.9 พันล้านเยน ต่ำกว่าคาด 62.2 พันล้านเยน แม้ยอดขายยังดี | ตลาดมองบวกต่อ AI แต่ผิดหวังเพราะกำไรระยะสั้นไม่สูงกว่าความคาดหวังมากพอ |
BESI | เครื่องจักรประกอบชิปขั้นสูง โดยเฉพาะ Hybrid Bonding สำหรับ AI และ HBM | รายได้ €249.9 ล้าน (+69% YoY), กำไรสุทธิ €89 ล้าน (+177% YoY), คำสั่งซื้อ €292.9 ล้าน (+129% YoY) | งบและแนวโน้ม ดีกว่าคาด | คำสั่งซื้อสูงกว่าคาด, อัตรากำไรขั้นต้น 65.7%, ได้แรงหนุนจาก AI Infrastructure และ Advanced Packaging | ตลาดผิดหวังที่ยังไม่มีคำสั่งซื้อ Hybrid Bonding จากผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ | พื้นฐานดีที่สุดในกลุ่ม แต่ราคาหุ้นสะท้อนความคาดหวังสูงแล้ว |
STMicro | ผู้ผลิตชิปกำลัง ชิปแอนะล็อก เซนเซอร์ และชิปสำหรับรถยนต์ | รายได้ $3.49 พันล้าน (+26% YoY) | งบไตรมาส 2 ดีกว่าคาดเล็กน้อย แต่แนวโน้มอ่อนกว่าคาด | ธุรกิจศูนย์ข้อมูลเติบโตดี ปรับเพิ่มเป้ารายได้ Data Center ปี 2026–27 | แนวโน้มรายได้ไตรมาส 3 $3.7 พันล้าน ต่ำกว่าคาด $3.79 พันล้าน, Margin ยังถูกกดดัน | ตลาดกังวลว่าการฟื้นตัวของธุรกิจหลักยังช้า โดยเฉพาะรถยนต์และอุตสาหกรรม |
Mobileye | ชิปและระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติ (ADAS) | รายได้ $508 ล้าน, Adjusted EPS $0.19, Adjusted Operating Income $155 ล้าน | งบ ดีกว่าคาดมาก | รายได้สูงกว่าคาด, ปรับเพิ่ม Guidance รายได้และกำไรทั้งปี, EyeQ Demand แข็งแกร่ง | กำไรส่วนหนึ่งมาจากเงินสนับสนุน R&D ราว $93 ล้าน, รายได้แทบไม่โต YoY, CEO เตรียมลงจากตำแหน่ง | ตัวเลขดี แต่ตลาดตั้งคำถามเรื่องคุณภาพกำไรและความต่อเนื่องของการเติบโต |
6. ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ตำแหน่งในห่วงโซ่อุตสาหกรรม
- Disco และ BESI เป็นผู้ขายเครื่องจักร จึงได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเพิ่มกำลังผลิตชิปขั้นสูง และมีอัตรากำไรสูงกว่าผู้ผลิตชิปทั่วไป โดย BESI เด่นด้านการประกอบและเชื่อมชิปหลายชั้น ส่วน Disco เด่นด้านการตัด ขัด และเตรียมแผ่นชิป ขณะที่ STMicro เป็นผู้ผลิตชิปที่ต้องรับภาระโรงงานและกำลังการผลิตส่วนเกิน จึงมีความผันผวนของอัตรากำไรมากกว่า ส่วน Mobileye เป็นผู้ออกแบบระบบช่วยขับขี่ที่ขึ้นอยู่กับปริมาณการผลิตรถยนต์ ราคาขายชิปต่อคัน และกำหนดเปิดตัวรถรุ่นใหม่ของลูกค้า ทำให้แนวโน้มรายได้ไม่เชื่อมโยงกับวัฏจักรศูนย์ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา
7. จุดแข็งและจุดอ่อนเมื่อเทียบกัน
- ในด้านคุณภาพการเติบโต BESI ดูแข็งแกร่งที่สุดจากคำสั่งซื้อที่ทำสถิติสูง รายได้เติบโตหลายตลาด และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 35%
- ขณะที่ Disco มีพื้นฐานแข็งแรงและได้ประโยชน์จาก HBM อย่างชัดเจน แต่แนวโน้มกำไรระยะสั้นต่ำกว่าคาด
- ส่วน STMicro มีโอกาสเติบโตจากศูนย์ข้อมูลและดาวเทียม แต่ยังถูกถ่วงด้วยธุรกิจรถยนต์และชิปทั่วไป
- สำหรับ Mobileye จุดแข็งคือฐานเงินสดสูงและยอดส่งมอบชิประบบช่วยขับขี่แข็งแกร่ง แต่การเติบโตของรายได้ยังต่ำ คุณภาพกำไรส่วนหนึ่งมาจากเงินสนับสนุน และบริษัทต้องเผชิญการเปลี่ยนผ่านผู้บริหาร
8. ทำไมตลาดตอบสนองเชิงลบทั้งที่ตัวเลขหลายรายการออกมาดี
- เหตุผลหลักคือราคาหุ้นสะท้อนการฟื้นตัวและการเติบโตจากปัญญาประดิษฐ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว ทำให้ตลาดไม่ได้พิจารณาเพียงว่างบสูงกว่าคาดหรือไม่ แต่ต้องการให้บริษัทปรับเพิ่มแนวโน้มในระดับที่มากพอจะทำให้ประมาณการกำไรในอนาคตเพิ่มขึ้นอีก Disco ถูกขายเพราะแนวโน้มกำไรต่ำกว่าคาด BESI ถูกขายเพราะคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งยังไม่เกินความคาดหวังระดับสูงและไม่มีคำสั่งซื้อสำคัญจากลูกค้าหน่วยความจำ ส่วน STMicro ถูกขายเพราะแนวโน้มไตรมาส 3 ต่ำกว่าคาดและธุรกิจหลักฟื้นตัวไม่เร็วพอ ขณะที่ Mobileye ได้การตอบรับดีกว่าในช่วงแรก แต่ตลาดยังต้องหักผลของเงินสนับสนุนออกจากกำไรและประเมินความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผู้บริหาร
มุมมองของ InnovestX
- ภาพรวมยังเป็นบวกต่อการลงทุนในห่วงโซ่การผลิตและประกอบชิปขั้นสูง เนื่องจากคำสั่งซื้อที่เกี่ยวข้องกับ HBM การประกอบชิปหลายชั้น และศูนย์ข้อมูลยังแข็งแกร่ง
- โดยในเชิงพื้นฐาน BESI และ Disco มีความเชื่อมโยงกับการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ชัดเจนที่สุด แต่ราคาหุ้นมีความอ่อนไหวต่อความคาดหวังสูงและอาจต้องเห็นการปรับเพิ่มประมาณการอย่างต่อเนื่องจึงจะตอบรับเชิงบวก
- ส่วน STMicro ควรรอหลักฐานว่าธุรกิจรถยนต์และอุตสาหกรรมฟื้นตัวควบคู่กับศูนย์ข้อมูล ขณะที่ Mobileye ยังควรระมัดระวัง เพราะกำไรที่ดีกว่าคาดส่วนใหญ่มีแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ และจุดเปลี่ยนการเติบโตที่แท้จริงยังขึ้นอยู่กับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในปี 2027
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

