DIF รายงานกำไรปกติ 2.9 พันลบ. ใน 3Q67 ลดลง 0.3% YoY แต่เพิ่มขึ้น 0.4% QoQ โมเมนตัมกำไรเป็นไปตามที่ INVX คาด ดังนั้นเราจึงคงประมาณการปี 2567 ไว้เหมือนเดิม เนื่องจากกำไรปกติ 9M67 คิดเป็น 75% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา เราเชื่อว่าราคาหน่วยลงทุน DIF ที่ปรับตัวลดลงเมื่อไม่นานนี้หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นโอกาสในการเข้าซื้อสะสม เนื่องจากเราคาดว่าเฟดจะปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายลดลงอย่างต่อเนื่อง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยมีการตอบสนองในทิศทางที่ต่างกัน นอกจากนี้ราคาหน่วยลงทุน DIF ในปัจจุบันยังให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ดีที่ 9.7% ในปี 2567
DIF - 3Q67: ผลประกอบการเป็นไปตามคาด

เราคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ DIF โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2568 ที่ 10.5 บาท/หน่วย (WACC 6.7% และไม่มี terminal value) แต่เราใช้สมมติฐานว่า TRUE จะต่อสัญญาเช่า FOC ถึงปี 2585 เนื่องจากเข้าเงื่อนไขในการที่ TRUE จะต้องต่ออายุสัญญาเช่าแล้ว
ผลประกอบการ 3Q67 เป็นไปตามคาด DIF รายงานกำไรสุทธิ 2.7 พันลบ. ใน 3Q67 เพิ่มขึ้น 0.1% YoY และ 0.8% QoQ โดยใน 3Q67 DIF บันทึกขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากเงินลงทุน (รายการที่ไม่ใช่เงินสด) จำนวน 220 ลบ. หากตัดรายการนี้ออก พบว่ากองทุนมีกำไรปกติ 2.9 พันลบ. ลดลง 0.3% YoY แต่เพิ่มขึ้น 0.4% QoQ รายได้ค่าเช่าอยู่ที่ 3.5 พันลบ. ค่อนข้างทรงตัว QoQ และ YoY รายการต้นทุนหลักๆ อยู่ในระดับที่ค่อนข้างทรงตัว QoQ และ YoY ยกเว้นดอกเบี้ยจ่าย ซึ่งเพิ่มขึ้น 2.3% YoY สู่ 542 ลบ. จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น โดยรวมแล้ว กำไรปกติ 9M67 คิดเป็น 75% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา ซึ่งยังคงเป็นไปตามคาด DIF ประกาศจ่ายเงินปันผล 0.22 บาท/หน่วย ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 14 พ.ย.
โอกาสเข้าซื้อสะสมหลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อราคาหน่วยลงทุน ราคาหน่วยลงทุน DIF ปรับตัวลดลง 2.1% หลังการเลือกตั้งสหรัฐฯ เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่เพิ่มขึ้นตามนโยบายของทรัมป์ ส่งผลทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นเป็น 4.4% จาก 4.1% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เราเชื่อว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ น่าจะปรับตัวขึ้นต่อได้ค่อนข้างจำกัด เนื่องจาก INVX คาดว่าดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯ จะยังคงมีแนวโน้มปรับตัวลดลง และ INVX ก็คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปียังไม่มีทีท่าว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยลดลงจาก 2.5% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา มาอยู่ที่ 2.4% ดังนั้นเราจึงเชื่อว่าราคาหน่วยลงทุนที่ปรับตัวลดลงเมื่อไม่นานนี้เป็นโอกาสในการเข้าซื้อสะสม
คาดกำไรปกติ 4Q67 ลดลงเล็กน้อย YoY แต่จะอยู่ในระดับทรงตัว QoQ เราคาดว่ากำไร 4Q67 จะลดลง YoY โดยเกิดจากรายได้จาก DTAC ที่ลดลง เนื่องจากสัญญาสิ้นสุดในเดือนมี.ค. 2567 แต่จะอยู่ในระดับทรงตัว QoQ เนื่องจากรายได้ค่าเช่าทรงตัว
คงประมาณการ เราคาดว่า DIF จะรายงานกำไรปี 2567 ที่ 1.17 หมื่นลบ. ทรงตัว YoY เราประเมินเงินปันผลปี 2567 ได้ที่ 0.89 บาท/หน่วย สำหรับ 4Q67 เราคาดว่าเงินปันผลจะอยู่ในระดับทรงตัว QoQ ที่ 0.22 บาท/หน่วย ทั้งนี้ DIF จ่ายเงินปันผลไปแล้ว 0.67 บาท/หน่วย ในช่วง 9M67
ปัจจัยเสี่ยงและความกังวล อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นจะทำให้เงินปันผลดูน่าสนใจน้อยลง ราคาหน่วยลงทุนมี upside จำกัด เนื่องจาก DIF จัดอยู่ในกลุ่มหุ้นปันผล นอกจากนี้เรายังมองว่าความเสี่ยง
ปัจจัยเสี่ยงและความกังวล อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นจะทำให้เงินปันผลดูน่าสนใจน้อยลง และจะทำให้ราคาหน่วยลงทุนมี upside จำกัด เนื่องจาก DIF จัดอยู่ในกลุ่มหุ้นปันผล นอกจากนี้เรายังมองว่าความเสี่ยงที่ TRUE จะขายหน่วยลงทุน DIF ออกมาอีกนั้นอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากบริษัทมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นหลังจากควบรวมกิจการ

