DeepSeek เปิดตัวโมเดล V4.1 Flash ที่มีต้นทุนใช้งานต่ำมาก พร้อมลดราคาบริการเพื่อเร่งการใช้งาน AI ในวงกว้าง ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคาในตลาดจีนรุนแรงขึ้นและกดดันหุ้นผู้พัฒนาโมเดลอย่าง MiniMax และ Z.AI แม้ราคาที่ถูกลงจะช่วยเร่งการใช้งาน AI โดยเฉพาะระบบที่ทำงานอัตโนมัติเป็นเวลานาน แต่ในมุมผู้พัฒนาโมเดล การแข่งขันที่เน้นราคาอาจทำให้อำนาจการตั้งราคาและความสามารถทำกำไรลดลงต่อเนื่อง
DeepSeek เปิดศึกตัดราคา AI รอบใหม่ กดดันกำไรผู้พัฒนาโมเดลจีน

1) DeepSeek เปิดตัว V4.1 Flash เน้นราคาต่ำแต่ประสิทธิภาพยังแข่งขันได้
DeepSeek เปิดตัว V4.1 Flash ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นใหม่ที่ออกแบบให้ใช้ทรัพยากรมีประสิทธิภาพมากขึ้น และคิดค่าบริการต่ำมากเมื่อเทียบกับคู่แข่ง โดยบริษัทระบุว่าสามารถทำผลงานเหนือกว่าโมเดลบางรุ่นของคู่แข่งจีน เช่น Kimi K3 แม้ราคาจะต่ำกว่ามาก
บริษัทเลือกใช้โครงสร้างที่เปิดใช้เพียงบางส่วนของโมเดลขนาด 552 พันล้านพารามิเตอร์ในแต่ละครั้ง ทำให้ลดต้นทุนการประมวลผลลงได้ ขณะที่ผลทดสอบด้านการเขียนโปรแกรมและงานที่ AI ต้องทำต่อเนื่องเองดีกว่า V4-Pro รุ่นก่อน แม้ยังตามหลังโมเดลเรือธงของ Anthropic และ OpenAI อยู่
DeepSeek-V4.1-Flash: smarter, faster, more efficient.
Asymmetric architecture. More intelligence, less cost
2) ราคาถูกลงมาก ช่วยลดต้นทุนการใช้ AI ระยะยาว
จุดเด่นสำคัญคือราคาค่าบริการของ V4.1 Flash โดยช่วงนอกเวลาที่มีการใช้งานสูง ค่าอ่านข้อมูลที่มีการเก็บไว้ล่วงหน้าอยู่ที่เพียง $0.003 ต่อ 1 ล้านโทเคน ขณะที่ค่าอ่านข้อมูลใหม่อยู่ที่ $0.15 และค่าคำตอบอยู่ที่ $0.60 ต่อ 1 ล้านโทเคน ส่วนช่วงเวลาที่มีการใช้งานสูง ราคาจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
โครงสร้างราคานี้มีความสำคัญมากขึ้นในยุคที่ AI เริ่มทำงานอัตโนมัติเป็นเวลาหลายชั่วโมง เช่น เขียนโปรแกรม ค้นหาข้อมูล เรียกใช้เครื่องมือ หรือทำงานต่อเนื่องโดยแทบไม่ต้องมีคนควบคุม เพราะค่าใช้จ่ายต่อโทเคนที่ต่ำลงสามารถลดต้นทุนรวมของระบบได้อย่างมีนัยสำคัญ
เปรียบเทียบราคา DeepSeek V4.1 Flash VS Peers
โมเดล | Input / 1M tokens | Output / 1M tokens | เทียบกับ DeepSeek ด้าน Output |
|---|---|---|---|
DeepSeek V4.1 Flash – Peak | $0.30 | $1.20 | ฐาน |
DeepSeek V4.1 Flash – Off-peak | $0.15 | $0.60 | ถูกลงอีก 50% |
MiniMax M2.7 | $0.30 | $1.20 | ใกล้เคียง |
GPT-5.6 Luna | $0.20 | $1.20 | ใกล้เคียง |
Gemini รุ่นประหยัดบางรุ่น | ~$0.38 | ~$1.88 | ราว 1.6 เท่า |
Claude Sonnet 5 | $2.00 | $10.00 | ราว 8.3 เท่า |
GPT-5.6 Sol | $4.00 | $20.00 | ราว 16.7 เท่า |
Claude Opus 5 | $5.00 | $25.00 | ราว 20.8 เท่า |
3) DeepSeek กำลังใช้ “ราคาต่ำ” เป็นอาวุธหลักเพื่อเร่งการยอมรับ
กลยุทธ์ของ DeepSeek คือการเสนอโมเดลที่มีความสามารถ “ดีเพียงพอ” ในราคาต่ำมาก แทนที่จะพยายามแข่งขันด้วยประสิทธิภาพสูงสุดเพียงอย่างเดียว แนวทางนี้เพิ่มแรงกดดันต่อทั้งคู่แข่งจีนและสหรัฐ เพราะลูกค้าองค์กรและผู้พัฒนาสามารถลดต้นทุนได้มากหากไม่จำเป็นต้องใช้โมเดลที่เก่งที่สุดในทุกงาน
ตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย. บริษัทจะยุติ V4-Pro และย้ายงานประมวลผลทั้งหมดไปยัง V4.1 Flash โดยอัตโนมัติ พร้อมคิดราคาที่ต่ำลง สะท้อนว่า DeepSeek ไม่ได้มองรุ่นราคาถูกเป็นเพียงทางเลือก แต่กำลังผลักให้เป็นผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท
4) หุ้น MiniMax และ Z.AI ถูกขาย เพราะตลาดกังวลสงครามราคา
ผลกระทบที่เห็นชัดคือหุ้น MiniMax ลดลงมากสุด 7.7% และ Z.AI ลดลง 8.1% ขณะที่ Alibaba ลดลง 4.2% เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าการลดราคาของ DeepSeek จะบีบให้คู่แข่งต้องลดราคาตาม และกดดันอัตรากำไรของผู้พัฒนาโมเดลทั้งอุตสาหกรรม
อีกประเด็นที่กดดัน MiniMax และ Z.AI คือแผนเข้าตลาดหุ้นของ DeepSeek เพราะหาก DeepSeek กลายเป็นบริษัทจดทะเบียน นักลงทุนจะมีทางเลือกลงทุนในผู้พัฒนาโมเดล AI เพิ่มขึ้น
5) สงครามราคาของ AI จีนยังมีแนวโน้มยืดเยื้อ
Bloomberg Intelligence มองว่าการลดราคาครั้งนี้สะท้อนว่าสงครามราคาต่อโทเคนยังห่างไกลจากจุดสิ้นสุด เนื่องจาก DeepSeek, Tencent, ByteDance และ Alibaba ต่างใช้กลยุทธ์ราคาที่รุนแรงเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาด ขณะที่อุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดไม่ได้สูงมาก ทำให้โมเดล AI มีแนวโน้มถูกทำให้เป็นสินค้าที่แตกต่างกันยากขึ้น
ดังนั้น ผู้พัฒนาโมเดลที่ไม่มีความแตกต่างด้านประสิทธิภาพ ข้อมูลเฉพาะ หรือฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง อาจต้องแข่งขันด้วยราคาเป็นหลัก ซึ่งทำให้อำนาจการตั้งราคาต่ำและสร้างกำไรได้ยากขึ้น
6) ผู้ได้ประโยชน์อาจไม่ใช่ผู้พัฒนาโมเดล แต่เป็นผู้ใช้งาน AI
ในเชิงอุตสาหกรรม ราคาที่ลดลงถือเป็นผลบวกต่อบริษัทที่นำ AI ไปใช้งาน เพราะต้นทุนการสร้างบริการ AI ระบบอัตโนมัติ และผู้ช่วย AI ลดลง ทำให้สามารถทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่หรือเพิ่มปริมาณการใช้งานได้มากขึ้นโดยใช้งบประมาณเท่าเดิม
ในทางกลับกัน ผู้พัฒนาโมเดลกำลังเผชิญโครงสร้างตลาดที่คล้ายกับการแข่งขันด้านสินค้าโภคภัณฑ์มากขึ้น คือประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เข้าใกล้กัน แต่ราคาลดลงต่อเนื่อง จึงต้องพึ่งขนาดผู้ใช้งาน บริการเสริม และระบบนิเวศเพื่อสร้างผลตอบแทนแทนการขายโมเดลเพียงอย่างเดียว
มุมมองของ InnovestX
- INVX มองเป็น ลบต่อ MiniMax และ Z.AI ในระยะสั้น เพราะมีความเสี่ยงที่ราคาขายและอัตรากำไรจะถูกกดดันจาก DeepSeek โดยตรง ขณะที่ Alibaba, Tencent และ ByteDance มีความได้เปรียบมากกว่าเพราะสามารถใช้โมเดล AI เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจหลักและหารายได้จากบริการอื่นได้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งกำไรจากโมเดลเพียงอย่างเดียว
- ในภาพกว้าง การลดราคาของ DeepSeek เป็น บวกต่อการใช้งาน AI และ AI Agent เพราะต้นทุนลดลงและเปิดทางให้การใช้งานขยายเร็วขึ้น แต่เป็นลบต่อผู้พัฒนาโมเดลที่ไม่มีความแตกต่างชัดเจน จึงควรให้น้ำหนักกับบริษัทที่มีฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่ อย่าง Alibaba, Tencent ที่มีระบบนิเวศแข็งแรง หรือสามารถนำ AI ไปสร้างรายได้ในธุรกิจอื่นได้ มากกว่าผู้เล่นที่พึ่งการขายบริการโมเดลโดยตรงเพียงอย่างเดียว
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

