ยอดส่งมอบ EV จีนเดือน ต.ค. 2026 เติบโตแตกต่างกัน โดย XPeng ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 50,237 คัน (+20% YoY) ขณะที่ Leapmotor เพิ่มขึ้น 51% YoY และ BYD เพิ่มขึ้น 11% YoY ส่วน NIO และ Li Auto ลดลง 15% และ 9% YoY ตามลำดับ สะท้อนการแข่งขันที่รุนแรงและความแตกต่างด้านความสามารถในการแข่งขัน โดย INVX ยังคงมุมมองระมัดระวังต่อกลุ่ม EV จีน แม้บางบริษัทมียอดขายเติบโตแข็งแกร่ง แต่การแข่งขันด้านราคา ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และการลดอัตราคืนภาษีส่งออกในปี 2027 ยังเป็นความเสี่ยงต่ออัตรากำไร จึงยังไม่แนะนำเพิ่มน้ำหนักลงทุนในกลุ่ม โดยรอความชัดเจนของการฟื้นตัวของกำไรและกระแสเงินสดมากกว่าพิจารณาการเติบโตของยอดขายเพียงอย่างเดียว
ยอดส่งมอบ EV จีน เดือน ต.ค. 2026 เติบโตแตกต่างกัน แต่การแข่งขันด้านราคายังรุนแรง

ยอดส่งมอบรถยนต์จีนเดือน ต.ค. 2026 สะท้อนการเติบโตที่แตกต่างกันระหว่างผู้ผลิต โดย XPeng ทำสถิติยอดส่งมอบสูงสุดใหม่ ขณะที่ Leapmotor รักษายอดส่งมอบมากกว่า 100,000 คันต่อเดือนเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน และ BYD ฟื้นตัวต่อเนื่องจากความต้องการในประเทศ ส่วน NIO และ Li Auto เผชิญยอดขายอ่อนแอจากการเปลี่ยนผ่านผลิตภัณฑ์และความต้องการรถยนต์รุ่นหลักที่ชะลอตัว แม้แนวโน้มปี 2027 ยังได้รับแรงสนับสนุนจากรถยนต์รุ่นใหม่และการขยายตลาดต่างประเทศ แต่การแข่งขันด้านราคา ต้นทุนการผลิต และมาตรการภาษีส่งออกของจีนยังเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อความสามารถในการทำกำไร
1. ภาพรวมยอดส่งมอบเดือน ต.ค. 2026: XPeng และ Leapmotor โดดเด่น ขณะที่ NIO และ Li Auto อ่อนแอ
ยอดส่งมอบรถยนต์จีนเดือน ต.ค. 2026 สะท้อนความแตกต่างของความสามารถในการแข่งขัน โดยผู้ผลิตที่มีรถยนต์รุ่นใหม่ตอบโจทย์ตลาดและมีความสามารถในการขยายกำลังผลิตสามารถรักษาการเติบโตได้ดีกว่า ขณะที่ผู้ผลิตที่พึ่งพารถยนต์รุ่นเดิมหรืออยู่ระหว่างเปลี่ยนผ่านผลิตภัณฑ์เผชิญแรงกดดันด้านยอดขาย
บริษัท | ยอดขาย/ส่งมอบ ต.ค. 2026 | YoY | MoM |
|---|---|---|---|
BYD | 490,168 | +11% | +6% |
SAIC Motor | 430,018 | -5.3% | — |
Great Wall Motor | 120,374 | — | — |
Leapmotor | 106,127 | +51% | ทรงตัว |
XPeng | 50,237 | +20% | +22% |
Xiaomi Auto | มากกว่า 50,000 | — | เพิ่มขึ้น |
NIO | 34,246 | -15% | -8.5% |
Li Auto | 29,025 | -8.6% | -9% |
เมื่อพิจารณารายบริษัท พบว่า XPeng มีการเติบโตโดดเด่นจากการเพิ่มกำลังผลิตรถยนต์รุ่น Mona L03 และ G9L ขณะที่ Leapmotor ได้รับประโยชน์จากความต้องการรถยนต์ระดับเริ่มต้น ส่วน BYD มีการฟื้นตัวของยอดขายในประเทศหลังขยายกำลังผลิตแบตเตอรี่ Blade Battery รุ่นที่ 2 ตรงกันข้ามกับ NIO และ Li Auto ที่เผชิญการชะลอตัวของยอดส่งมอบ สะท้อนว่าการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่และความสามารถในการรักษาความต้องการซื้อมีความสำคัญต่อการเติบโตมากขึ้น
2. BYD และ Leapmotor: ยอดขายแข็งแกร่ง แต่การแข่งขันด้านราคากดดันแนวโน้มกำไร
BYD (1211 HK) รายงานยอดขายรถยนต์รวม 490,168 คัน เพิ่มขึ้น 11% YoY และ 6% MoM โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 13% MoM สู่ประมาณ 320,000 คัน จากการขยายกำลังผลิตแบตเตอรี่ Blade Battery รุ่นที่ 2 ขณะที่ยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 103% YoY สู่ 170,194 คัน แต่ลดลง 6% MoM นอกจากนี้ BYD ตั้งเป้ายอดขายรวมปี 2026 ที่ 4.8–4.9 ล้านคัน ซึ่งยังมีความท้าทาย เนื่องจากต้องเร่งยอดขายเฉลี่ยเป็นประมาณ 640,000 คันต่อเดือนในช่วงสองเดือนสุดท้ายของปี
Leapmotor (9863 HK) รายงานยอดส่งมอบ 106,127 คัน เพิ่มขึ้น 51% YoY และทรงตัว MoM โดยรักษาระดับมากกว่า 100,000 คันต่อเดือนเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน จากความต้องการรถยนต์ราคาประหยัด โดยเฉพาะกลุ่ม A Series ที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 10% MoM ขณะที่คำสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 38% MoM อย่างไรก็ตาม การเปิดตัว BYD Seagull รุ่นปรับปรุงใหม่ที่ลดราคาเริ่มต้นเหลือ 66,000 หยวน อาจเพิ่มแรงกดดันต่อการแข่งขันในตลาดรถยนต์ระดับเริ่มต้นตั้งแต่เดือน พ.ย. เป็นต้นไป
3. XPeng และ Xiaomi: การเปิดตัวรถยนต์ใหม่หนุนยอดขาย พร้อมขยายโอกาสด้านเทคโนโลยี
XPeng (XPEV US / 9868 HK) มียอดส่งมอบสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 50,237 คัน เพิ่มขึ้น 20% YoY และ 22% MoM จากการเพิ่มกำลังผลิต Mona L03 และการเริ่มส่งมอบ G9L เต็มเดือน ขณะที่ยอดส่งมอบต่างประเทศทำสถิติสูงสุดที่ 13,326 คัน เพิ่มขึ้น 166% YoY และ 33% MoM สะท้อนความคืบหน้าในการขยายตลาดต่างประเทศ บริษัทตั้งเป้ายอดส่งมอบมากกว่า 60,000 คันต่อเดือนในช่วงที่เหลือของปี 2026 โดยมีรถยนต์รุ่นใหม่ Mona L05 และการคลี่คลายข้อจำกัดด้านกำลังผลิตเป็นปัจจัยสนับสนุน
นอกจากนี้ XPeng ยังได้รับใบอนุญาตทดสอบการให้บริการ Robotaxi ระดับ 4 ในเมืองกว่างโจว ซึ่งเป็นความคืบหน้าสำคัญในการนำเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติไปทดลองใช้งานเชิงพาณิชย์
ขณะที่ Xiaomi (1810 HK) รายงานยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 50,000 คันในเดือน ต.ค. เพิ่มขึ้นจากมากกว่า 40,000 คันในเดือน ก.ย. สะท้อนการขยายตัวของธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า
4. NIO และ Li Auto: ยอดส่งมอบชะลอตัว แต่รถยนต์รุ่นใหม่อาจสนับสนุนการฟื้นตัวในปี 2027
NIO (NIO US / 9866 HK) รายงานยอดส่งมอบ 34,246 คัน ลดลง 15% YoY และ 9% MoM จากยอดขายแบรนด์หลัก NIO ที่ลดลง 15% MoM และแบรนด์ ONVO ที่ลดลง 4% MoM ขณะที่ Firefly เพิ่มขึ้น 6% MoM สะท้อนความแตกต่างของความต้องการซื้อในแต่ละระดับราคา นอกจากนี้ คำสั่งซื้อใหม่ลดลงประมาณ 4% MoM หลังบริษัทไม่มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในเดือน ต.ค. โดยผู้บริหารตั้งเป้ายอดส่งมอบปี 2027 เติบโต 40–50% YoY จากการเปิดตัว ES6 และ ET5T รุ่นใหม่ รวมถึงการขยายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ ONVO
Li Auto (LI US / 2015 HK) มียอดส่งมอบ 29,025 คัน ลดลง 8.6% YoY และ 9% MoM โดยมีสาเหตุหลักจากการหยุดรับคำสั่งซื้อรถยนต์ i6 รุ่นเดิมก่อนเปิดตัวรุ่นปรับปรุงใหม่ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้รับคำสั่งซื้อ i6 รุ่นใหม่ประมาณ 25,000 คันในเดือน ต.ค. และมีระยะเวลารอรับรถประมาณ 7–8 สัปดาห์ สะท้อนความต้องการซื้อที่ยังมีอยู่ ขณะที่บริษัทปรับกลยุทธ์กลับมาเน้นธุรกิจรถยนต์หลัก การพัฒนาแบตเตอรี่และชิปภายในบริษัท รวมถึงการขยายตลาดยุโรปในปี 2027 เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันและควบคุมต้นทุน
ทั้งสองบริษัทจึงมีโอกาสฟื้นตัวจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่ยังต้องติดตามว่าคำสั่งซื้อสามารถเปลี่ยนเป็นยอดส่งมอบจริงได้มากน้อยเพียงใด และการเติบโตจะช่วยสนับสนุนอัตรากำไรได้หรือไม่
5. แนวโน้มปี 2027: การขยายกำลังผลิตต่างประเทศเป็นปัจจัยสำคัญ แต่แรงกดดันด้านภาษีและต้นทุนเพิ่มขึ้น
ผู้ผลิตรถยนต์จีนกำลังเร่งขยายกำลังผลิตในต่างประเทศเพื่อลดความเสี่ยงจากมาตรการทางการค้า โดย BYD วางแผนเพิ่มกำลังผลิตในไทย บราซิล อินโดนีเซีย และฮังการี พร้อมคาดว่าการผลิตรถยนต์ในต่างประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 600,000–700,000 คันในปี 2027 และมากกว่า 1 ล้านคันในปี 2028 ขณะที่ Leapmotor เริ่มผลิตรถยนต์ B10 ที่โรงงานของ Stellantis ในสเปน เพื่อรองรับตลาดยุโรป
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนเตรียมลดอัตราคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่จาก 13% เหลือ 9% ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2027 ซึ่งอาจทำให้กำไรสุทธิต่อรถยนต์ส่งออกของ BYD ลดลงประมาณ 5,000 หยวนต่อคัน ส่งผลให้ผู้ผลิตที่มีฐานการผลิตในต่างประเทศและสามารถควบคุมต้นทุนได้ดีมีความได้เปรียบมากขึ้น
6. มุมมองของ INVX: ยังคงมุมมองระมัดระวังต่อกลุ่ม EV จีน จากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงและความเสี่ยงต่ออัตรากำไร
เรายังคงมุมมอง ระมัดระวังต่ออุตสาหกรรม EV จีน แม้ยอดส่งมอบเดือน ต.ค. 2026 ของบางบริษัทจะเติบโตแข็งแกร่ง แต่การเติบโตดังกล่าวยังไม่สะท้อนถึงการฟื้นตัวของความสามารถในการทำกำไรอย่างชัดเจน เนื่องจากการแข่งขันด้านราคายังคงรุนแรง โดยเฉพาะตลาดรถยนต์ระดับเริ่มต้นที่ผู้ผลิตจำเป็นต้องใช้ส่วนลดและมาตรการส่งเสริมการขายเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด ขณะเดียวกัน ต้นทุนแบตเตอรี่ ชิปหน่วยความจำ และวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นอาจกดดันอัตรากำไรเพิ่มเติม ส่วนการปรับลดอัตราคืนภาษีส่งออกของจีนในปี 2027 จะเพิ่มแรงกดดันต่อผู้ผลิตที่พึ่งพาตลาดต่างประเทศ ส่งผลให้การเติบโตของยอดขายอาจไม่สามารถแปลงเป็นการเติบโตของกำไรได้เต็มที่
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนรายบริษัท เรายังไม่แนะนำเพิ่มน้ำหนักลงทุนในกลุ่ม EV จีนโดยรวม แม้ XPeng และ Leapmotor มีแนวโน้มยอดส่งมอบโดดเด่น แต่ยังต้องติดตามความสามารถในการรักษาอัตรากำไรท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง ขณะที่ BYD แม้มีความได้เปรียบด้านขนาดการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน แต่เผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคาและการลดคืนภาษีส่งออก ส่วน NIO และ Li Auto ยังมีความไม่แน่นอนจากการฟื้นตัวของยอดขายและการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ จึงแนะนำรอความชัดเจนของผลประกอบการและอัตรากำไรก่อนพิจารณาเพิ่มน้ำหนักลงทุน
กลยุทธ์การลงทุน: เรายังไม่เห็นปัจจัยสนับสนุนที่เพียงพอสำหรับการเพิ่มน้ำหนักลงทุนในกลุ่ม EV จีน แม้บางบริษัทมีการเติบโตของยอดส่งมอบที่แข็งแกร่ง โดยแนะนำรอหลักฐานการฟื้นตัวของอัตรากำไร กระแสเงินสด และความสามารถในการรักษาระดับราคาขายอย่างยั่งยืน มากกว่าการพิจารณาจากการเติบโตของยอดขายเพียงอย่างเดียว
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

