ภาคเทคโนโลยีจีนกำลังได้รับแรงหนุนพร้อมกันทั้งจากนโยบายภาครัฐและความต้องการ AI โดย Cambricon รายงานรายได้ครึ่งแรกปี 2026 เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว สะท้อนการใช้ชิป AI ที่ผลิตในประเทศเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันจีนเดินหน้าลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติและลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ ด้านข้อมูลการค้าก็เริ่มยืนยันภาพดังกล่าว โดยการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์เติบโตเร็วกว่าการค้าภาพรวมอย่างชัดเจน เรามองประเด็นนี้ เป็นบวกต่อหุ้นชิปและโครงสร้างพื้นฐาน AI ของจีนในระยะกลาง-ยาว
จีนเร่งพึ่งพาชิปในประเทศ หนุน Cambricon และส่งออกเทคโนโลยีเติบโตเด่น

1) Cambricon โตแรง สะท้อนความต้องการชิป AI ในประเทศ
- Cambricon รายงานรายได้ครึ่งแรกปี 2026 ที่ประมาณ 6.0 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 108% YoY ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 2.31 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นราว 123% YoY โดยรายได้ไตรมาส 2 อยู่ที่ประมาณ 3.1 พันล้านหยวน ใกล้เคียงตลาดคาด และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนเป็น 1.3 พันล้านหยวน
- แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากความต้องการกำลังประมวลผล AI ในจีนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากบริษัทอินเทอร์เน็ตและสถาบันการเงิน ขณะที่ข้อจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ทำให้ลูกค้าจีนเร่งหาทางเลือกจากผู้ผลิตภายในประเทศมากขึ้น
- ผลประกอบการดังกล่าวจึงไม่ได้สะท้อนเพียงการเติบโตเฉพาะบริษัท แต่เป็นหลักฐานว่ากระบวนการ ทดแทนชิปต่างประเทศด้วยชิปจีนเริ่มสร้างรายได้จริงให้กับผู้ผลิตในประเทศ
ตาราง 1: สรุปผลประกอบการ Cambricon 1H26
รายการ | 1H26 | 1H25 | % YoY | เทียบคาด |
|---|---|---|---|---|
รายได้ | 6.00 พันล้านหยวน | 2.88 พันล้านหยวน | +108% | ต่ำกว่าคาด 6.77 พันล้านหยวน |
กำไรสุทธิ | 2.31 พันล้านหยวน | 1.04 พันล้านหยวน | +123% | สูงกว่าคาด 2.12 พันล้านหยวน |
ค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนา | 702.5 ล้านหยวน | – | – | – |
รายได้ 2Q26 | 3.1 พันล้านหยวน | – | – | ใกล้เคียงคาด 3.0 พันล้านหยวน |
กำไรสุทธิ 2Q26 | 1.3 พันล้านหยวน | 1.0 พันล้านหยวนใน 1Q26 | +30% QoQ | – |
2) นโยบายจีนกำลังเปลี่ยนตลาด AI จาก Nvidia ไปสู่ผู้ผลิตในประเทศ
- รัฐบาลจีนกำลังผลักดันให้บริษัทเทคโนโลยีลดการพึ่งพาชิปจากสหรัฐฯ โดยเฉพาะ Nvidia และ AMD และหันมาใช้ผลิตภัณฑ์จาก Huawei, Cambricon, Hygon, Moore Threads และผู้พัฒนาชิปภายในประเทศมากขึ้น
- จากการสำรวจผู้บริหารเทคโนโลยีจีน สัดส่วนงบประมาณสำหรับชิปเร่งการประมวลผล AI ที่คาดว่าจะใช้ซื้อผลิตภัณฑ์ในประเทศในช่วง 12 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้นเป็น 46% จากประมาณ 30% ในปัจจุบัน สะท้อนว่าการใช้ชิปจีนกำลังขยายจากช่วงทดลองไปสู่การใช้งานจริงในวงกว้างมากขึ้น
- นอกจากนี้ จีนมีแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลราว 2 ล้านล้านหยวนในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยตั้งเป้าให้เทคโนโลยีจากผู้ผลิตภายในประเทศมีสัดส่วนอย่างน้อย 80% ในหลายส่วนของระบบ ซึ่งอาจช่วยเพิ่มระดับการพึ่งพาตนเองด้านชิป AI จากประมาณ 42% ในปี 2025 เป็นราว 70% ภายในปี 2030
3) จุดแข็งของจีนอาจไม่ได้อยู่ที่ชิปตัวเดียว แต่เป็นการรวมระบบ
- แม้ประสิทธิภาพของชิป AI จีนต่อหน่วยยังตามหลัง Nvidia โดยเฉพาะงานฝึกโมเดลขนาดใหญ่ แต่ผู้ผลิตจีนกำลังใช้แนวทางอื่นในการลดช่องว่าง เช่น การนำชิปจำนวนมากมาเชื่อมต่อกันในเซิร์ฟเวอร์ การพัฒนาเครือข่ายภายในศูนย์ข้อมูล และการปรับซอฟต์แวร์ให้ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- แนวโน้มดังกล่าวมีความสำคัญมากขึ้นเมื่อการใช้งาน AI เริ่มเปลี่ยนจากการฝึกโมเดลไปสู่ การนำโมเดลไปใช้งานจริง เพราะลูกค้าจะให้ความสำคัญกับต้นทุนต่อการประมวลผลมากขึ้น ไม่ได้พิจารณาเพียงประสิทธิภาพสูงสุดของชิปแต่ละตัว
- จึงเป็นโอกาสของ Cambricon และผู้ผลิตจีนที่อาจไม่สามารถแข่งขันกับ Nvidia ในด้านประสิทธิภาพสูงสุด แต่สามารถแข่งขันด้วยต้นทุน ความพร้อมของสินค้า และการผสานชิปเข้ากับระบบขนาดใหญ่ได้
4) ข้อมูลการค้าจีนเริ่มสะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจเทคโนโลยี
- ข้อมูลการค้าจีนเดือน ก.ค. สนับสนุนภาพดังกล่าว โดยการส่งออกเพิ่มขึ้น 23.9% YoY สูงกว่าคาด 23% ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 27.5% ส่งผลให้จีนเกินดุลการค้าราว 112.5 พันล้านดอลลาร์
- ที่สำคัญ การเติบโตไม่ได้กระจายเท่ากันทุกอุตสาหกรรม แต่สินค้าเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก โดยการส่งออกสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูงเพิ่มขึ้น 53% YoY และการนำเข้าเพิ่มขึ้น 59% YoY ขณะที่สินค้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้าส่งออกเพิ่มขึ้น 34% และนำเข้าเพิ่มขึ้น 46%
- ส่วนเซมิคอนดักเตอร์โดดเด่นยิ่งกว่า โดยมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้น 116.6% YoY ขณะที่มูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้น 71.1% YoY สะท้อนว่าจีนไม่ได้เพียงผลิตชิปเพื่อทดแทนการนำเข้าเท่านั้น แต่กำลังขยายบทบาทในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลกมากขึ้นด้วย
5) แต่การเติบโตยังพึ่งพาการนำเข้าชิประดับสูง
- อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนำเข้าเซมิคอนดักเตอร์ที่ยังเติบโตแรงก็สะท้อนอีกด้านว่า จีนยังไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ทั้งหมด โดยเฉพาะชิประดับสูงและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับ AI
- ข้อจำกัดสำคัญยังอยู่ที่เครื่องจักรผลิตชิปขั้นสูง เนื่องจากจีนไม่สามารถเข้าถึงเครื่อง EUV ได้ ทำให้ผู้ผลิตอย่าง SMIC ต้องใช้เทคนิคการผลิตที่ซับซ้อนขึ้น ซึ่งเพิ่มต้นทุนและลดประสิทธิภาพการผลิต
- อีกจุดที่สำคัญคือ HBM หรือหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง ซึ่งยังเป็นคอขวดของอุตสาหกรรม AI จีน เพราะแม้จีนจะสามารถเพิ่มกำลังผลิตชิปประมวลผลได้ แต่การผลิต HBM ภายในประเทศยังมีปริมาณและเทคโนโลยีจำกัด จึงอาจทำให้การเพิ่มกำลังระบบ AI ขั้นสูงทำได้ช้ากว่าที่นโยบายต้องการ
ตาราง 2: การค้าจีนเดือน ก.ค. 2026 — เทคโนโลยีโตเร็วกว่าภาพรวม
รายการ | % YoY | เทียบเดือนก่อน/คาด | สิ่งที่สะท้อน |
|---|---|---|---|
ส่งออกรวม | +23.9% | มิ.ย. +27.0%; คาด +23.0% | การส่งออกโดยรวมยังแข็งแกร่ง |
นำเข้ารวม | +27.5% | มิ.ย. +36.0%; คาด +29.7% | ต่ำกว่าคาด แต่ยังโตสูง |
ส่งออกสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง | +53% | มิ.ย. +52% | เทคโนโลยีเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก |
นำเข้าสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง | +59% | มิ.ย. +58% | การลงทุนและความต้องการชิ้นส่วนยังสูง |
ส่งออกเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้า | +34% | – | ห่วงโซ่อิเล็กทรอนิกส์แข็งแกร่ง |
นำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้า | +46% | – | ยังมีการลงทุนด้านการผลิตต่อเนื่อง |
ส่งออกเซมิคอนดักเตอร์* | +116.6% | มิ.ย. +121.9% | ชิปมีบทบาทต่อการส่งออกเพิ่มขึ้น |
นำเข้าเซมิคอนดักเตอร์* | +71.1% | มิ.ย. +72.3% | จีนยังต้องพึ่งพาชิปและชิ้นส่วนต่างประเทศ |
6) ภาพใหญ่คือ “การพึ่งพาตนเอง” กำลังเปลี่ยนจากนโยบายเป็นรายได้จริง
- เมื่อเชื่อมผลประกอบการ Cambricon เข้ากับนโยบายภาครัฐและข้อมูลการค้า ภาพที่ชัดขึ้นคือ การพึ่งพาเทคโนโลยีในประเทศของจีนเริ่มเปลี่ยนจากเป้าหมายเชิงนโยบายไปสู่การสร้างคำสั่งซื้อและรายได้จริง
- Cambricon เป็นหนึ่งในตัวอย่างแรกที่เห็นชัดจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว ขณะที่ Moore Threads และ Hygon ก็มีแนวโน้มรายได้เติบโตสูงเช่นกัน ประกอบกับข้อมูลการส่งออกชิปและสินค้าเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นมากกว่าการค้าภาพรวม ทำให้เห็นว่ากลุ่มเทคโนโลยีกำลังเพิ่มความสำคัญต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและการค้าของจีน
มุมมองของ InnovestX
- เรามองประเด็นนี้ เป็นบวกต่อหุ้นชิปและโครงสร้างพื้นฐาน AI ของจีนในระยะกลาง-ยาว โดยเฉพาะผู้ผลิตชิปประมวลผล AI ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการทดแทนสินค้านำเข้า เช่น Cambricon และ Hygon รวมถึง Huawei และผู้พัฒนาชิปของ Alibaba ซึ่งมีโอกาสเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจากการสนับสนุนของภาครัฐและการขยายศูนย์ข้อมูลทั่วประเทศ
- ในระยะถัดไป โอกาสไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้ผลิตชิป แต่จะกระจายไปยังผู้ให้บริการเซิร์ฟเวอร์ ระบบเครือข่าย การเชื่อมต่อความเร็วสูง และอุปกรณ์ศูนย์ข้อมูล เนื่องจากแนวทางของจีนเน้นเพิ่มประสิทธิภาพในระดับทั้งระบบ
- ทำให้โอกาสจึงกระจายจากผู้ผลิตชิป AI อย่าง Cambricon และ Hygon ไปยังโรงงานผลิตชิปอย่าง SMIC ผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์และระบบ รวมถึงห่วงโซ่เครือข่ายอย่าง Innolight และ Eoptolink ขณะที่ Alibaba, Tencent ได้ประโยชน์จากการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI และระบบ Cloud ในประเทศ
- อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามข้อจำกัดด้าน HBM เครื่องจักรผลิตชิปขั้นสูง และการแข่งขันภายในประเทศที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ซึ่งอาจทำให้การเติบโตของรายได้สูง แต่ความสามารถในการทำกำไรของแต่ละบริษัทแตกต่างกันมาก
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

