ธนาคารขนาดใหญ่ของจีนทั้ง 5 แห่งรายงานกำไรสุทธิ 3Q26 เติบโต 6–11% YoY โดยรวมดีกว่าคาด หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ที่เพิ่มขึ้น 11–13% YoY ตามการขยายตัวของสินเชื่อและ NIM ที่เริ่มทรงตัว รวมถึงกำไรจากการลงทุนที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าธรรมเนียมยังอ่อนแอ ขณะที่การตั้งสำรองเพิ่มขึ้น แม้อัตราหนี้เสีย (NPL) ยังทรงตัวบริเวณ 1.2–1.3% สะท้อนความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ที่ยังคงอยู่ โดย INVX ชอบ ICBC และ AgBank มากที่สุด จากคุณภาพกำไรและการเติบโตของรายได้ที่โดดเด่น ขณะที่ CCB น่าสนใจรองลงมาจากฐานเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง
ธนาคารใหญ่จีนเผยกำไร 3Q26 ฟื้นตัวแข็งแกร่ง แต่คุณภาพกำไรยังมีความเสี่ยง

1. ภาพรวม: ธนาคารจีนผ่านจุดต่ำสุดของ NIM แต่การฟื้นตัวของกำไรยังไม่ทั่วถึง
ธนาคารขนาดใหญ่ของจีนทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ ICBC, AgBank, CCB, BOC และ BoCom รายงานกำไรสุทธิ 3Q26 เติบโต 6–11% YoY แข็งแกร่งที่สุดในรอบหลายปี โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ที่ฟื้นตัวตามการขยายตัวของสินทรัพย์และ NIM ที่เริ่มมีเสถียรภาพ รวมถึงกำไรจากการลงทุนในพันธบัตรและตลาดหุ้นที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรก่อนหักสำรอง (PPOP) สูงกว่าคาดเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าธรรมเนียมยังอ่อนแอ และการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นตามการเร่งจัดการสินเชื่อด้อยคุณภาพ แม้อัตรา NPL ยังทรงตัวบริเวณ 1.2–1.3% สะท้อนว่าแรงกดดันด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังไม่สิ้นสุด เรามองว่ากลุ่มธนาคารจีนมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2027 แต่กำไรอาจเติบโตช้าลงจากฐานกำไรจากการลงทุนที่สูงขึ้นและต้นทุนเครดิตที่ยังมีความเสี่ยง โดยให้น้ำหนักการลงทุนกับ ICBC และ AgBank เป็นหลัก ขณะที่ CCB มีความน่าสนใจจากฐานเงินกองทุนที่แข็งแกร่งและกำไรที่ดีกว่าคาด
2. ผลประกอบการ 3Q26: โดยรวมดีกว่าคาด โดยเฉพาะกำไรก่อนหักสำรอง
ผลประกอบการของธนาคารจีนขนาดใหญ่สะท้อนการฟื้นตัวของความสามารถในการทำกำไร หลังจากเผชิญแรงกดดันจากการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และภาวะสินเชื่อชะลอตัวต่อเนื่อง โดยภาพรวมทั้ง 5 ธนาคารมี PPOP เติบโตเฉลี่ยประมาณ 16% YoY และกำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ยประมาณ 7% YoY
การเติบโตของกำไรก่อนหักสำรองสูงกว่ากำไรสุทธิ สะท้อนว่าธนาคารนำรายได้ที่ฟื้นตัวไปเพิ่มการตั้งสำรองและเร่งจัดการหนี้เสีย ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการบริหารความเสี่ยงในระยะยาว แต่จำกัดการเติบโตของกำไรสุทธิในระยะสั้น
ตารางผลประกอบการและการเปรียบเทียบกับประมาณการ
ธนาคาร | กำไรสุทธิ 3Q26 (พันล้านหยวน) | YoY | เทียบประมาณการ | ประเมินผล |
|---|---|---|---|---|
ICBC | 111.96 | +10.0% | PPOP +2%, กำไร +2% | ดีกว่าคาด |
AgBank | 90.17 | +10.8% | - | รายได้แข็งแกร่ง แต่ NII และค่าธรรมเนียมต่ำกว่าคาด |
CCB | 104.66 | +9.8% | PPOP +6%, กำไร +1% | ดีกว่าคาด |
BOC | 63.89 | +6.4% | PPOP +6%, กำไร +1% | ใกล้เคียงคาด |
BoCom | 26.39 | +10.1% | PPOP +13%, กำไร +3% | ดีกว่าคาด |
สาเหตุที่ผลประกอบการแตกต่างจากคาด
· ICBC: กำไรดีกว่าประมาณการจาก NII เพิ่มขึ้น 11% YoY และกำไรจากการลงทุนที่สูงขึ้น ขณะที่การเพิ่มขึ้นของค่าเผื่อการด้อยค่าสินเชื่อยังอยู่ในระดับจำกัด
· AgBank: รายได้ดำเนินงานเติบโตสูงที่สุดในกลุ่มที่ 15.1% YoY แต่ NII อยู่ที่ 160.30 พันล้านหยวน ต่ำกว่าประมาณการ 2.0% และรายได้ค่าธรรมเนียมต่ำกว่าคาด 15.7%
· CCB: ผลประกอบการดีกว่าคาดอย่างมีคุณภาพ โดยกำไรจากการลงทุนเพิ่มขึ้น 139% YoY และสูงกว่าประมาณการ 45% ขณะที่ PPOP และการจัดการหนี้เสียดีกว่าคาด แม้มีการตั้งสำรองเพิ่มขึ้น
· BOC: ผลประกอบการโดยรวมใกล้เคียงคาด แม้ NII เพิ่มขึ้น 11% YoY แต่กำไรจากการลงทุนลดลง 31% YoY และต่ำกว่าประมาณการ 42% จึงจำกัดการเติบโตของกำไร
· BoCom: PPOP สูงกว่าคาดมากที่สุดในกลุ่มที่ 13% จาก NIM ที่ปรับตัวดีขึ้นและรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 21% YoY สูงกว่าคาด 19% แต่การตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นทำให้กำไรสุทธิสูงกว่าคาดเพียง 3%
ข้อสรุป: หากพิจารณาคุณภาพของผลประกอบการมากกว่ากำไรสุทธิ CCB และ BoCom มีความโดดเด่นด้าน PPOP ที่สูงกว่าคาด ขณะที่ ICBC มีความสมดุลระหว่างการเติบโตของรายได้และการจัดการต้นทุนเครดิต
3. วิเคราะห์ตัวชี้วัดสำคัญของอุตสาหกรรมธนาคารจีน
3.1 การเติบโตของสินเชื่อ (Loan Growth): สินเชื่อขยายตัว แต่การลงทุนทางการเงินเติบโตเร็วกว่า
สินเชื่อของธนาคารขนาดใหญ่ยังขยายตัว แม้เศรษฐกิจจีนชะลอตัว โดย ICBC, AgBank, CCB, BOC และ BoCom มีสินเชื่อเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2025 ประมาณ 5.7%, 7.3%, 6.4%, 6.7% และ 5.2% ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของสินเชื่อส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อธุรกิจ โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจ โครงสร้างพื้นฐาน การผลิตขั้นสูง และอุตสาหกรรมที่รัฐบาลให้การสนับสนุน ขณะที่สินเชื่อครัวเรือนและอสังหาริมทรัพย์ยังฟื้นตัวจำกัด
ที่สำคัญ ธนาคารหลายแห่งเพิ่มการลงทุนในตราสารหนี้เร็วกว่าการปล่อยสินเชื่อ โดย CCB มีเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 14.4% จากสิ้นปี 2025 ขณะที่ ICBC และ BOC เพิ่มขึ้น 12.8% สะท้อนว่าธนาคารยังต้องพึ่งพาการลงทุนเพื่อรักษาการเติบโตของสินทรัพย์ที่สร้างรายได้
3.2 รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII): ฟื้นตัวจากปริมาณสินทรัพย์และต้นทุนเงินฝากที่ลดลง
NII ของธนาคารขนาดใหญ่เติบโตประมาณ 11–13% YoY โดย CCB สูงที่สุดที่ 13% รองลงมาคือ ICBC, AgBank และ BOC ที่ประมาณ 11% ส่วน BoCom เพิ่มขึ้นประมาณ 11%
การเติบโตได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้และต้นทุนเงินฝากที่ลดลง โดยเฉพาะเงินฝากประจำเดิมที่ทยอยครบกำหนดและต่ออายุด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง
อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของ NII ยังขึ้นอยู่กับปริมาณสินทรัพย์เป็นสำคัญ เนื่องจาก NIM ของธนาคารส่วนใหญ่เพิ่งเริ่มทรงตัว และยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าจะกลับไปขยายตัวอย่างต่อเนื่องในระดับสูง
3.3 รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-NII): กำไรจากการลงทุนแข็งแกร่ง แต่ค่าธรรมเนียมอ่อนแอ
รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างธนาคาร โดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียมที่ยังอ่อนแอ สะท้อนกิจกรรมสินเชื่อและบริการทางการเงินที่ฟื้นตัวจำกัด
ในทางกลับกัน กำไรจากการลงทุนในพันธบัตรและหุ้นเป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการที่สำคัญ ได้แก่
· ICBC มีกำไรสุทธิจากการลงทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า YoY สู่ 19.78 พันล้านหยวน
· CCB มีรายได้จากการลงทุน 17.56 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 139% YoY
· BoCom มีรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 21% YoY จากกำไรการลงทุนที่เพิ่มขึ้น 29% YoY
· BOC มีกำไรจากการลงทุนลดลง 31% YoY ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้การเติบโตของกำไรต่ำกว่าธนาคารอื่น
3.4 ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM): แรงกดดันเริ่มคลี่คลาย แต่ยังไม่เข้าสู่วงจรขยายตัวเต็มรูปแบบ
NIM ของธนาคารใหญ่เริ่มมีเสถียรภาพ หลังจากลดลงต่อเนื่องจากนโยบายลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจ
ICBC, AgBank และ BOC มี NIM ทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ขณะที่ BoCom ปรับเพิ่มขึ้น 2 bps QoQ ส่วน CCB ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แม้จะปรับดีขึ้นจากปีก่อน
การปรับลดต้นทุนเงินฝากช่วยชดเชยผลตอบแทนสินเชื่อที่ลดลง แต่ยังต้องติดตามว่าประโยชน์จากการปรับราคาดอกเบี้ยเงินฝากจะดำเนินต่อเนื่องได้นานเพียงใด
เราประเมินว่า การหยุดลดลงของ NIM เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญที่สุดต่อทิศทางกำไรธนาคารจีนในปี 2027 แต่โอกาสเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญยังจำกัด หากภาคเอกชนยังมีความต้องการสินเชื่อต่ำ
3.5 คุณภาพสินทรัพย์และหนี้เสีย (Asset Quality / NPL): ตัวเลขยังทรงตัว แต่ต้องพิจารณาควบคู่กับการตัดหนี้สูญ
อัตรา NPL ของธนาคารทั้ง 5 แห่งอยู่ในช่วง 1.22–1.29% สะท้อนว่าคุณภาพสินทรัพย์ที่รายงานยังมีเสถียรภาพ โดย AgBank มี NPL 1.23% และ BOC ต่ำที่สุดที่ 1.22%
อย่างไรก็ตาม การทรงตัวของ NPL ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงสินเชื่อลดลงทั้งหมด เนื่องจากธนาคารมีการเร่งตัดหนี้สูญและจำหน่ายสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา
ธนาคารทั้ง 5 แห่งมีอัตราส่วนการตั้งสำรองใหม่ต่อการตัดหนี้สูญอยู่ที่ประมาณหรือต่ำกว่า 1 เท่า สะท้อนว่าบางธนาคารใช้เงินสำรองเดิมในการจัดการหนี้เสีย ส่งผลให้อัตราส่วนเงินสำรองต่อ NPL ลดลงเฉลี่ยประมาณ 6 จุดเปอร์เซ็นต์ QoQ
3.6 ต้นทุนเครดิตและการตั้งสำรอง (Credit Cost / Provision): เพิ่มขึ้นตามการเร่งจัดการสินเชื่อด้อยคุณภาพ
แม้รายได้ของธนาคารขนาดใหญ่ฟื้นตัวแข็งแกร่ง แต่ต้นทุนเครดิตยังเป็นปัจจัยกดดันกำไร โดยการตั้งสำรองของกลุ่มธนาคารเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 47% YoY ใน 3Q26
· ICBC: การตั้งสำรองเพิ่มขึ้น 8% YoY ต่ำกว่าธนาคารอื่น และมีต้นทุนเครดิตช่วง 9M26 ประมาณ 64 bps
· AgBank: ต้นทุนเครดิตช่วง 9M26 เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 70 bps จาก 49 bps ในปี 2025
· CCB: การตั้งสำรองเพิ่มขึ้นประมาณ 19% YoY
· BOC: การตั้งสำรองเพิ่มขึ้น 21% YoY และต้นทุนเครดิตช่วง 9M26 อยู่ที่ประมาณ 52 bps จาก 45 bps ในปี 2025
· BoCom: การตั้งสำรองเพิ่มขึ้นประมาณ 23% YoY โดยความเสี่ยงสำคัญมาจากสินเชื่อรายย่อย
มุมมอง: การตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นไม่ได้เป็นปัจจัยลบทั้งหมด หากเป็นการเร่งจัดการหนี้เสียเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของงบดุล อย่างไรก็ตาม ควรระวังธนาคารที่ใช้เงินสำรองเดิมต่อเนื่องโดยไม่มีการฟื้นตัวของคุณภาพสินทรัพย์รองรับ
3.7 ฐานเงินกองทุน (CET1)
ด้านเงินกองทุน CCB มีอัตราส่วน CET1 สูงที่สุดในกลุ่มที่ 14.4% รองลงมาคือ ICBC ที่ 13.1% ขณะที่ BOC อยู่ที่ 12.0% และ AgBank อยู่ที่ 10.9%
นอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังเดินหน้าเพิ่มเงินกองทุนผ่านการออกพันธบัตรพิเศษวงเงิน 300 พันล้านหยวน เพื่อสนับสนุนธนาคารของรัฐ ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการรองรับความเสียหายจากสินเชื่อ และสนับสนุนการขยายสินเชื่อในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มทุนอาจส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเดิม หากจำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นโดยการเติบโตของกำไรไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้
4. ประเด็นสำคัญจากผลประกอบการ 3Q26
1) การฟื้นตัวของ NIM เริ่มส่งผลต่อกำไรอย่างชัดเจน
การที่ NIM หยุดลดลงในหลายธนาคาร ทำให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิกลับมาเติบโตระดับสองหลัก ส่งผลให้กำไรก่อนหักสำรองฟื้นตัวแข็งแกร่ง และเพิ่มความสามารถในการรองรับต้นทุนเครดิตที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต
2) การเติบโตของสินเชื่อยังไม่สะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างเต็มที่
แม้สินเชื่อขยายตัวประมาณ 5–7% จากสิ้นปี 2025 แต่เงินลงทุนทางการเงินของหลายธนาคารขยายตัวเร็วกว่า สะท้อนว่าความต้องการสินเชื่อภาคเอกชนยังไม่แข็งแกร่ง และธนาคารยังจำเป็นต้องพึ่งพาการลงทุนในตราสารหนี้เพื่อสนับสนุนรายได้
3) กำไรจากการลงทุนเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญ แต่เพิ่มความผันผวนของกำไร
ICBC และ CCB ได้รับประโยชน์จากกำไรการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ BoCom ได้ประโยชน์จากการปรับเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ลงทุนบางรายการ รวมถึงการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ อย่างไรก็ตาม รายได้ดังกล่าวอาจไม่เกิดขึ้นซ้ำ หากตลาดพันธบัตรหรือหุ้นปรับตัวอ่อนแอ
4) การจัดการหนี้เสียดีขึ้น แต่ยังต้องติดตามการเกิดหนี้เสียใหม่
อัตรา NPL ที่ทรงตัวเป็นปัจจัยบวก แต่ธนาคารมีการเร่งตัดหนี้สูญ ซึ่งทำให้เงินสำรองรองรับหนี้เสียลดลงในหลายแห่ง ความสามารถในการรักษาคุณภาพสินทรัพย์โดยไม่ต้องเร่งใช้เงินสำรองเดิมจึงเป็นประเด็นสำคัญในปี 2027
5) ฐานเงินกองทุนแข็งแกร่งขึ้น แต่ความสามารถในการทำกำไรยังเป็นข้อจำกัด
การเพิ่มทุนจากรัฐบาลช่วยลดความเสี่ยงของระบบธนาคาร อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ยังขึ้นอยู่กับการรักษา NIM การควบคุมต้นทุนเครดิต และประสิทธิภาพการใช้เงินทุน
5. แนวโน้มปี 2026–2027 และสมมติฐานสำคัญ
ธนาคาร | แนวโน้มกำไร 2026–2027 จาก Bloomberg | ปัจจัยสนับสนุน | ความเสี่ยงหลัก |
|---|---|---|---|
ICBC | เติบโตระดับกลางหลักเดียว | NIM ทรงตัว, รายได้ดอกเบี้ยและการลงทุน | กำไรลงทุนชะลอ, หนี้เสียใหม่ |
AgBank | เติบโตระดับกลางถึงสูงหลักเดียว | การขยายสินเชื่อ, รายได้การลงทุน | ต้นทุนเครดิตและค่าธรรมเนียม |
CCB | ยังเติบโต แต่มีโอกาสชะลอจาก 3Q26 | NII แข็งแกร่ง, NIM ฟื้นตัว | สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์, การตั้งสำรอง |
BOC | เติบโตระดับกลางหลักเดียว | NIM มีเสถียรภาพ, สินเชื่อและเงินลงทุนขยายตัว | ต้นทุนเครดิต, รายได้การลงทุนอ่อนแอ |
BoCom | เติบโตระดับกลางถึงสูงหลักเดียว | NIM ฟื้นตัว, รายได้การลงทุน | หนี้เสียรายย่อย, เงินสำรองลดลง |
สมมติฐานสำคัญต่อแนวโน้มปี 2027
1. NIM ทรงตัวหรือปรับดีขึ้นเล็กน้อย: ต้นทุนเงินฝากที่ลดลงช่วยชดเชยผลตอบแทนสินเชื่อที่ยังมีแรงกดดัน โดยไม่สมมติให้ส่วนต่างดอกเบี้ยกลับไปสู่ระดับก่อนการลดอัตราดอกเบี้ย
2. สินเชื่อยังขยายตัวในระดับหลักเดียว: การเติบโตหลักมาจากสินเชื่อธุรกิจและอุตสาหกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ขณะที่การฟื้นตัวของสินเชื่อครัวเรือนยังจำกัด
3. กำไรจากการลงทุนเติบโตช้าลง: ไม่สมมติให้กำไรจากพันธบัตรและหุ้นในระดับสูงของ 3Q26 เกิดขึ้นต่อเนื่องทุกไตรมาส
4. ต้นทุนเครดิตยังอยู่ในระดับสูง: การตั้งสำรองยังจำเป็นต่อการจัดการหนี้เสียในภาคอสังหาริมทรัพย์ สินเชื่อรายย่อย และธุรกิจที่มีความเปราะบาง
5. การเพิ่มทุนช่วยรองรับความเสี่ยง: เงินกองทุนที่เพิ่มขึ้นช่วยสนับสนุนการขยายสินเชื่อและฐานะการเงิน แต่ต้องติดตามผลกระทบต่อ ROE และกำไรต่อหุ้น
เราประเมินว่ากำไรธนาคารจีนในปี 2027 ยังสามารถเติบโตได้ แต่มีโอกาสกลับสู่ระดับหลักเดียวมากกว่าการรักษาการเติบโตประมาณ 10% YoY เช่นเดียวกับ 3Q26 ทั้งนี้ หาก NIM ปรับดีขึ้นเร็วกว่าคาด และต้นทุนเครดิตลดลง จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของอุตสาหกรรม
6. มุมมองผู้บริหารและประเด็นจากการรายงานผลประกอบการ
CCB: ผู้บริหารระบุว่าเศรษฐกิจจีนโดยรวมยังมีเสถียรภาพ และกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาที่มีคุณภาพสูงขึ้น แต่ยังเผชิญความไม่สมดุลระหว่างอุปทานที่แข็งแกร่งกับอุปสงค์ที่อ่อนแอ นอกจากนี้ ธนาคารยังขยายสินเชื่อให้ธุรกิจเทคโนโลยีในอัตราที่สูงกว่าการเติบโตของสินเชื่อรวม ขณะที่รายได้ 3Q26 ได้รับประโยชน์จากภาวะตลาดพันธบัตรและการจดทะเบียนหุ้นใหม่
ICBC: ผลประกอบการสะท้อนการรักษา NIM และการเพิ่มรายได้จากสินทรัพย์ทางการเงิน ควบคู่กับการเร่งจัดการสินเชื่อด้อยคุณภาพ
AgBank: ผลประกอบการสะท้อนการขยายสินเชื่อในภาคเกษตร พื้นที่ชนบท และสินเชื่อเพื่อการเข้าถึงบริการทางการเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ในระยะต่อไป
BOC: ผลประกอบการสะท้อนความสามารถในการรักษา NIM และคุณภาพสินทรัพย์ แม้ธุรกิจทั้งในและต่างประเทศเผชิญแรงกดดัน
BoCom: รายงานบริษัทระบุการฟื้นตัวของรายได้ดอกเบี้ย และกำไรจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน
ประเด็นที่ควรติดตามในการประชุมผู้บริหารครั้งต่อไป ได้แก่ ระดับ NIM ที่คาดว่าจะรักษาได้ในปี 2027 สัดส่วนสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์และรายย่อยที่มีความเสี่ยง อัตราการเกิดหนี้เสียใหม่ แผนตั้งสำรอง และนโยบายการจ่ายปันผลภายหลังการเพิ่มทุน
7. ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
ความเสี่ยง | ผลกระทบต่อกลุ่มธนาคาร | ธนาคารที่ควรติดตามเป็นพิเศษ |
|---|---|---|
ความต้องการสินเชื่ออ่อนแอ | จำกัดการเติบโตของ NII และความสามารถในการขยายสินทรัพย์ | ทั้งกลุ่ม |
การลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม | กดดัน NIM หากผลตอบแทนสินเชื่อลดเร็วกว่าต้นทุนเงินฝาก | ทั้งกลุ่ม |
ตลาดพันธบัตรและหุ้นผันผวน | กำไรจากการลงทุนลดลงและเพิ่มความผันผวนของกำไร | ICBC, CCB, BoCom |
ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังอ่อนแอ | เพิ่ม NPL และความจำเป็นในการตั้งสำรอง | CCB และธนาคารที่มีสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์สูง |
คุณภาพสินเชื่อรายย่อย | เพิ่มต้นทุนเครดิตและการตัดหนี้สูญ | BoCom และธนาคารที่มีสินเชื่อรายย่อยเปราะบาง |
เงินสำรองลดลงต่อเนื่อง | ลดความสามารถรองรับการเกิดหนี้เสียใหม่ | BOC, BoCom |
ความเสี่ยงสินเชื่อธุรกิจเทคโนโลยี | สินเชื่อบางส่วนยังไม่ผ่านการทดสอบในวงจรเศรษฐกิจขาลง | ธนาคารที่เร่งขยายสินเชื่อกลุ่มเทคโนโลยี |
การเพิ่มทุนและการออกหุ้นใหม่ | อาจลด ROE หรือกำไรต่อหุ้น หากการเติบโตของกำไรตามไม่ทัน | ธนาคารที่มีแผนเพิ่มทุน |
ประเด็นที่ควรให้น้ำหนักสูงที่สุดคือ การเกิดหนี้เสียใหม่และการตั้งสำรอง เนื่องจากตัวเลข NPL ที่ยังทรงตัวอาจสะท้อนการเร่งตัดหนี้สูญมากกว่าการปรับตัวดีขึ้นของคุณภาพสินเชื่อทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อเงินสำรองต่อหนี้เสียของหลายธนาคารเริ่มลดลง
8. มุมมองของ INVX: ให้น้ำหนัก ICBC และ AgBank จากคุณภาพกำไรและแนวโน้มรายได้ที่แข็งแกร่ง
เรามีมุมมอง บวกอย่างระมัดระวังต่อกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ของจีน จากการฟื้นตัวของ NIM ที่เร็วกว่าคาด การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) และฐานเงินกองทุนที่แข็งแกร่งขึ้นจากการสนับสนุนของภาครัฐ ขณะที่การเร่งจัดการหนี้เสียช่วยลดความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ในระยะยาว นอกจากนี้ หุ้นธนาคารจีนยังมีจุดเด่นด้านอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่น่าสนใจ เหมาะกับการลงทุนเพื่อรับกระแสเงินสดระยะยาว อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของกำไรบางส่วนได้รับแรงหนุนจากกำไรการลงทุนที่อาจไม่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ต้นทุนเครดิตยังมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในปี 2027
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน เราชอบ ICBC และ AgBank มากที่สุด โดย ICBC มีความโดดเด่นด้านเสถียรภาพกำไรและการควบคุมต้นทุนเครดิต ขณะที่ AgBank มีการเติบโตของรายได้สูงที่สุดในกลุ่มและมีเงินสำรองรองรับหนี้เสียสูง ส่วน CCB มีความน่าสนใจรองลงมาจากผลประกอบการที่ดีกว่าคาดและฐานเงินกองทุนแข็งแกร่ง แต่ยังต้องติดตามความเสี่ยงสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ BOC และ BoCom เรายังคงมุมมองเป็นกลาง เนื่องจากการเติบโตของกำไรและคุณภาพสินทรัพย์ยังมีข้อจำกัด ทั้งนี้ เราแนะนำเน้นทยอยสะสมหุ้นธนาคารที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและจ่ายปันผลสม่ำเสมอเมื่อราคาปรับฐาน โดยพิจารณาระดับมูลค่าหุ้นและความยั่งยืนของเงินปันผลประกอบการลงทุน
9. ตารางสรุปตัวชี้วัดสำคัญของธนาคารจีน 3Q26
ตารางผลประกอบการ รายได้ และส่วนต่างดอกเบี้ย
ตัวชี้วัด | ICBC | AgBank | CCB | BOC | BoCom |
|---|---|---|---|---|---|
กำไรสุทธิ 3Q26 (พันล้านหยวน) | 111.96 | 90.17 | 104.66 | 63.89 | 26.39 |
กำไรสุทธิ YoY | +10.0% | +10.8% | +9.8% | +6.4% | +10.1% |
รายได้ดำเนินงาน YoY | +9.5% | +15.1% | +13.1% | +4.3% | +10.3% |
สินเชื่อเติบโตจากสิ้นปี 2025 | +5.7% | +7.3% | +6.4% | +6.7% | +5.2% |
NII 3Q26 (พันล้านหยวน) | 177.82 | 160.30 | 159.45 | 122.87 | — |
NII YoY | +11% | +11% | +13% | +11% | +11% |
ค่าธรรมเนียมสุทธิ YoY | -3.4% | -15% | -18% | -2% | อ่อนแอ |
Non-NII YoY | — | — | — | — | +21% |
NIM 9M26 | 1.29% | 1.28% | 1.36% | 1.27% | — |
NIM QoQ | ทรงตัว | ทรงตัว | ลดเล็กน้อย | ทรงตัว | +2 bps |
ตารางคุณภาพสินทรัพย์ ต้นทุนเครดิต และเงินกองทุน
ตัวชี้วัด | ICBC | AgBank | CCB | BOC | BoCom |
|---|---|---|---|---|---|
NPL Ratio | 1.29% | 1.23% | 1.29% | 1.22% | 1.29% |
Provision Coverage | 211.6% | 289.1% | 233.0% | 198.3% | ~200% |
Provision Charge YoY | +8% | — | +19% | +21% | +23% |
Credit Cost 9M26 (bps) | 64 | 70 | — | 52 | — |
CET1 | 13.1% | 10.9% | 14.4% | 12.0% | — |
Cost-to-Income Ratio | — | — | — | — | — |
PPOP เทียบคาด | +2% | — | +6% | +6% | +13% |
กำไรสุทธิเทียบคาด | +2% | — | +1% | +1% | +3% |
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

