จีนยกระดับ AI เป็นยุทธศาสตร์ชาติผ่านแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านหยวนเพื่อสร้างระบบนิเวศ AI ที่พึ่งพาตนเองได้ ตั้งแต่ศูนย์ข้อมูล พลังงานสะอาด ไปจนถึงห่วงโซ่อุปทานชิปภายในประเทศ ควบคู่ไปกับการควบคุมความเสี่ยงอย่างเข้มงวดให้ AI อยู่ภายใต้การดูแลของมนุษย์ และการจัดตั้งองค์กรระหว่างประเทศเพื่อขยายมาตรฐานเทคโนโลยีของจีนสู่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งมาตรการนี้ส่งผลบวกระยะยาวต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานของจีน เช่น Alibaba (BABA23), GDS Holdings (GDS23), Inspur, SMIC (SMIC23) และ NARI Technology ที่จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากความต้องการใช้อุปกรณ์ คลาวด์ และพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
จีนยกระดับ AI เป็นยุทธศาสตร์โลก ชูโมเดลต้นทุนต่ำและระบบเปิด

ภาพรวม
การเข้าร่วมงาน World Artificial Intelligence Conference เป็นครั้งแรกของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง สะท้อนว่า AI ได้รับการยกระดับเป็นยุทธศาสตร์หลักของจีนทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี ความมั่นคง และภูมิรัฐศาสตร์ รัฐบาลต้องการสร้างระบบนิเวศ AI ที่มีต้นทุนต่ำ ใช้งานได้กว้าง และพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศมากขึ้น ควบคู่กับการผลักดันจีนให้มีบทบาทในการกำหนดมาตรฐานและกติกา AI ระดับโลก
แนวทางดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่ที่การพัฒนาโมเดล AI แต่ครอบคลุมการลงทุนศูนย์ข้อมูล ชิป เซิร์ฟเวอร์ คลาวด์ ระบบไฟฟ้า บุคลากร กฎระเบียบ ความปลอดภัย และการส่งออกเทคโนโลยีไปยังประเทศกำลังพัฒนา อย่างไรก็ตาม จีนยังย้ำว่า AI ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์ มีขอบเขตการใช้งานชัดเจน และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
มาตรการสำคัญของจีน
1. ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI 2 ล้านล้านหยวน
รัฐบาลจีนเตรียมจัดสรรเงินประมาณ 2 ล้านล้านหยวนในช่วง 5 ปี เพื่อสร้างเครือข่ายศูนย์ข้อมูลและคลัสเตอร์ประมวลผล AI ที่เชื่อมโยงกันทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเพิ่มกำลังประมวลผล รองรับการฝึกโมเดล การใช้งาน AI ในภาคธุรกิจ และลดการพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานจากต่างประเทศ
การลงทุนดังกล่าวครอบคลุมศูนย์ข้อมูล เซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูล อุปกรณ์เครือข่าย ระบบระบายความร้อน ระบบสำรองไฟ และโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า
2. เชื่อมโยงศูนย์ข้อมูลกับแหล่งพลังงานหมุนเวียน
จีนเสนอให้ตั้งคลัสเตอร์ประมวลผลขนาดใหญ่ในพื้นที่ที่มีแหล่งพลังงานสะอาดและต้นทุนไฟฟ้าต่ำ เพื่อให้ภาระการประมวลผลสอดคล้องกับกำลังผลิตไฟฟ้า พร้อมติดตามผลกระทบด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมของ AI
มาตรการนี้จะเพิ่มความต้องการหม้อแปลง ระบบส่งจ่ายไฟฟ้า อุปกรณ์ควบคุมโครงข่าย ระบบบริหารพลังงาน และระบบทำความเย็นประสิทธิภาพสูงสำหรับศูนย์ข้อมูล
3. เร่งสร้างห่วงโซ่อุปทาน AI ภายในประเทศ
จีนต้องการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีสหรัฐฯ ผ่านการพัฒนาชิปประมวลผล หน่วยความจำ เซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์เครือข่าย ระบบคลาวด์ และซอฟต์แวร์ภายในประเทศ
นโยบายจะสนับสนุนผู้ผลิตชิป AI โรงงานรับจ้างผลิตชิป ผู้ผลิตอุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และผู้พัฒนาระบบเซิร์ฟเวอร์ของจีน โดยเฉพาะบริษัทที่สามารถทดแทนอุปกรณ์จาก Nvidia และผู้ผลิตตะวันตกได้
4. สนับสนุนระบบ Open-weight และชุมชนเปิด
จีนผลักดันโมเดลแบบ Open-weight เพื่อให้บริษัท นักพัฒนา และรัฐบาลต่างประเทศสามารถนำโมเดลไปติดตั้ง ปรับแต่ง และใช้งานบนระบบของตนเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้ให้บริการแบบปิดจากสหรัฐฯ อย่างถาวร
มาตรการนี้ช่วยลดต้นทุนการใช้งาน AI และเพิ่มการแพร่กระจายของโมเดลจีน เช่น DeepSeek, Qwen, Kimi และ GLM อย่างไรก็ตาม จีนยังคงให้ความสำคัญกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการควบคุมโมเดลที่มีความเสี่ยงสูง
5. ผลักดันนโยบาย AI+ ครอบคลุมทุกภาคเศรษฐกิจ
รัฐบาลสนับสนุนการนำ AI ไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม การแพทย์ การศึกษา เกษตร ขนส่ง พลังงาน สิ่งแวดล้อม งานวิจัย ภาครัฐ และครัวเรือน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
แนวทางดังกล่าวจะเพิ่มความต้องการคลาวด์ ซอฟต์แวร์องค์กร อุปกรณ์อัจฉริยะ ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และระบบวิเคราะห์ข้อมูล
6. สนับสนุนเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI Agent
จีนเสนอให้พัฒนาเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่ใช้โมเดลภาษาและ AI Agent เป็นแกนหลัก ทั้งในงานบริการลูกค้า การจัดการองค์กร การผลิต การเงิน และอุปกรณ์อัจฉริยะ
อย่างไรก็ตาม AI Agent ต้องมีขอบเขตอำนาจตัดสินใจที่ชัดเจน มีระบบติดตามพฤติกรรม ระบบแจ้งเตือนความเสี่ยง และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อป้องกันการดำเนินการเกินขอบเขต
7. เร่งจัดทำกฎหมายและกำกับดูแลตามระดับความเสี่ยง
จีนเสนอการกำกับดูแล AI แบบแบ่งระดับและแบ่งประเภทตามความเสี่ยง โดยจะพัฒนากฎหมาย มาตรฐานทางเทคนิค ระบบติดตามความเสี่ยง ระบบเตือนภัย และแผนตอบสนองเหตุฉุกเฉิน
โมเดลทั่วไปที่มีความเสี่ยงต่ำอาจได้รับการสนับสนุนให้ใช้งานอย่างกว้างขวาง ขณะที่โมเดลขั้นสูงที่เกี่ยวข้องกับไซเบอร์ วิทยาศาสตร์ การทหาร หรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญจะถูกกำกับเข้มงวดกว่า
8. กำหนดให้ AI อยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์
จีนย้ำว่า AI ต้องสามารถควบคุมได้ ไม่ควรตัดสินใจแทนมนุษย์โดยไม่มีขอบเขต และต้องมีระบบป้องกันการใช้งานผิดวัตถุประสงค์
บริษัทผู้พัฒนาโมเดลขั้นสูงจะต้องเพิ่มระบบป้องกันความเสี่ยง การตรวจสอบผลลัพธ์ และกลไกจำกัดการใช้งานในกิจกรรมที่อาจกระทบต่อความมั่นคง การเงิน โทรคมนาคม พลังงาน และการขนส่ง
9. จัดทำระบบสิทธิในข้อมูลและการตรวจสอบย้อนกลับ
จีนต้องการเร่งสร้างหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสิทธิในข้อมูล การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการไหลเวียนของข้อมูลอย่างปลอดภัย โดยข้อมูลที่ใช้ในระบบ AI ต้องสามารถบริหาร ควบคุม และตรวจสอบย้อนกลับได้
มาตรการนี้จะเพิ่มความต้องการซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยไซเบอร์ ระบบบริหารข้อมูล ระบบจัดเก็บข้อมูลในประเทศ และบริการตรวจสอบการใช้งาน AI
10. พัฒนามาตรฐานด้านความปลอดภัย อุตสาหกรรม และจริยธรรม
จีนเสนอให้เร่งจัดทำและปรับปรุงมาตรฐาน AI ในด้านความปลอดภัย อุตสาหกรรม จริยธรรม และการใช้งาน พร้อมผลักดันการยอมรับมาตรฐานร่วมกันระหว่างประเทศ
เป้าหมายคือช่วยลดต้นทุนในการเชื่อมต่อระบบ AI ระหว่างประเทศ และเพิ่มบทบาทของจีนในการกำหนดมาตรฐานเทคโนโลยีโลก
11. จัดตั้ง World Artificial Intelligence Cooperation Organization
จีนประกาศจัดตั้ง World Artificial Intelligence Cooperation Organization ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในเซี่ยงไฮ้ เพื่อเป็นเวทีความร่วมมือระหว่างรัฐบาลด้าน AI
องค์กรดังกล่าวจะสนับสนุนการพัฒนา AI การฝึกอบรม การกำหนดมาตรฐาน การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี และการกำกับดูแล โดยมีสมาชิกผู้ก่อตั้งเกือบ 30 ประเทศ รวมถึงรัสเซียและบราซิล
12. สนับสนุนประเทศกำลังพัฒนา 5,000 หลักสูตรใน 5 ปี
จีนจะจัดหลักสูตรอบรมและสัมมนาด้าน AI จำนวน 5,000 โอกาสในช่วง 5 ปี เพื่อเพิ่มทักษะและความสามารถด้าน AI ให้แก่ประเทศกำลังพัฒนา
พร้อมกันนี้ จีนมีแผนจัดตั้งศูนย์ความร่วมมือด้านการประยุกต์ใช้ AI ร่วมกับอาเซียน สหภาพแอฟริกา และกลุ่มประเทศอาหรับ เพื่อสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และการใช้งาน AI ในระดับประเทศ
13. ส่งออกโมเดล โครงสร้างพื้นฐาน และมาตรฐาน AI
จีนต้องการใช้โมเดลต้นทุนต่ำ ศูนย์ข้อมูล คลาวด์ อุปกรณ์โทรคมนาคม และระบบ AI ภายในประเทศเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือกับต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา
แนวทางดังกล่าวอาจช่วยขยายตลาดให้แก่ Huawei, ZTE, Alibaba, Tencent และผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลของจีน รวมถึงลดอิทธิพลของผู้ให้บริการเทคโนโลยีสหรัฐฯ ในบางภูมิภาค
14. จัดทำกติกาการค้าและห่วงโซ่อุปทาน AI ระหว่างประเทศ
จีนเสนอให้มีการจัดทำกติกาด้านการค้า AI และส่งเสริมความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้ประเทศกำลังพัฒนามีส่วนร่วมในอุตสาหกรรม AI มากขึ้น
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายลดการแบ่งแยกทางเทคโนโลยี รักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทาน และต่อต้านการผูกขาดเทคโนโลยีโดยประเทศหรือบริษัทเพียงไม่กี่ราย
15. พัฒนาบุคลากรและรองรับผลกระทบต่อตลาดแรงงาน
จีนให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมทักษะ AI การเพิ่มความรู้ดิจิทัล และการสร้างแรงงานที่สามารถทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติได้
รัฐบาลยังเสนอให้ประเมินผลกระทบของ AI ต่อโครงสร้างการจ้างงาน สนับสนุนการสร้างอาชีพใหม่ และคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีของแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยี
มุมมองของ INVX
มุมมองระยะกลางถึงยาวเป็นบวกต่อห่วงโซ่โครงสร้างพื้นฐาน AI ของจีน โดยเฉพาะศูนย์ข้อมูล เซิร์ฟเวอร์ ระบบไฟฟ้า อุปกรณ์เครือข่าย ชิปภายในประเทศ และอุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งได้รับประโยชน์โดยตรงจากวงเงินลงทุน 2 ล้านล้านหยวน เช่น Alibaba (BABA23) จากการเชื่อมโยงระหว่างโมเดล Qwen คลาวด์ และฐานลูกค้าองค์กร, GDS Holdings (GDS23) จากความต้องการศูนย์ข้อมูล, Inspur และ ZTE จากการขยายคลัสเตอร์ประมวลผล และ NARI Technology จากการลงทุนระบบไฟฟ้า ขณะที่ Cambricon และ SMIC (SMIC23) มีศักยภาพระยะยาวจากการทดแทนเทคโนโลยีต่างชาติ โดยรายละเอียดอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์มีดังนี้
ผู้พัฒนาโมเดลและคลาวด์
Alibaba (BABA23) ได้ประโยชน์จาก Qwen ธุรกิจคลาวด์ และการเป็นพันธมิตรด้าน AI กับผู้ผลิตอุปกรณ์ในจีน ขณะที่ Baidu (BIDU23) มีจุดแข็งด้านโมเดล Ernie คลาวด์ และระบบขับขี่อัตโนมัติ ส่วน Tencent (Tencent23) สามารถนำ AI ไปใช้กับเกม โฆษณา เครือข่ายสังคม และบริการองค์กร
ความเสี่ยงสำคัญคือการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงและต้นทุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สูง
ศูนย์ข้อมูล
GDS Holdings (GDS23) มีโอกาสได้ประโยชน์จากการเพิ่มกำลังประมวลผลและความต้องการศูนย์ข้อมูล อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามอัตราการใช้กำลังการให้บริการ ภาระหนี้ และราคาค่าเช่าศูนย์ข้อมูล
เซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์เครือข่าย
Inspur Electronic Information มีโอกาสได้ประโยชน์โดยตรงจากคำสั่งซื้อเซิร์ฟเวอร์ AI ขณะที่ Unisplendour และ ZTE มีฐานธุรกิจด้านเครือข่าย เซิร์ฟเวอร์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
กลุ่มนี้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับแผนลงทุนศูนย์ข้อมูล 2 ล้านล้านหยวนมากกว่าหุ้นผู้พัฒนาโมเดลเพียงอย่างเดียว
ชิปและอุปกรณ์ผลิตชิป
SMIC (SMIC23) และ Hua Hong Semiconductor (HUAHONG23) ได้ประโยชน์จากการเพิ่มการผลิตชิปภายในประเทศ ขณะที่ Cambricon Technologies มีโอกาสเติบโตจากความต้องการชิป AI ในประเทศ
ด้านอุปกรณ์ผลิตชิป Naura Technology (NAURA23) และ AMEC ได้ประโยชน์จากการเร่งลงทุนกำลังผลิตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จีน
ความเสี่ยงหลักยังอยู่ที่ข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ผลผลิตจากสายการผลิต และประสิทธิภาพของชิปเมื่อเทียบกับ Nvidia
ระบบไฟฟ้าและพลังงาน
NARI Technology ได้ประโยชน์จากระบบควบคุมโครงข่ายไฟฟ้า ขณะที่ Sieyuan Electric และ TBEA มีโอกาสรับคำสั่งซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง หม้อแปลง และระบบส่งไฟฟ้า
กลุ่มนี้มีความน่าสนใจจากความต้องการใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลที่เพิ่มขึ้น และมีความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านเทคโนโลยีน้อยกว่าผู้พัฒนาโมเดล AI
ความปลอดภัยไซเบอร์และการบริหารข้อมูล
มาตรการควบคุมข้อมูล การตรวจสอบย้อนกลับ และการกำกับ AI Agent จะสนับสนุนความต้องการซอฟต์แวร์ความปลอดภัยไซเบอร์ ระบบจัดการข้อมูล และเครื่องมือตรวจสอบโมเดล AI
หุ้นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ Sangfor Technologies และ Venustech ซึ่งมีธุรกิจด้านความปลอดภัยไซเบอร์และการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

