Café Invest
Markets

BYD เริ่มพ้นจุดต่ำสุดด้วยส่งออก ขณะที่ตลาดรถจีนยังแข่งขันรุนแรง

01211HKEX00175HKEX
BYD เริ่มพ้นจุดต่ำสุดด้วยส่งออก ขณะที่ตลาดรถจีนยังแข่งขันรุนแรง

BYD เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวใน 2Q26 โดยกำไรกลับมาเติบโตเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส แม้รายได้ยังลดลง สะท้อนว่าการเพิ่มสัดส่วนยอดขายต่างประเทศและรถรุ่นราคาสูงช่วยชดเชยตลาดจีนที่อ่อนแอได้ดีขึ้น ขณะที่ผลประกอบการของ Chang’an และ BAIC ซึ่งกำไรลดลงแรง ยืนยันว่าการแข่งขันด้านราคา ต้นทุนแบตเตอรี่และหน่วยความจำที่สูงขึ้นยังเป็นแรงกดดันต่อทั้งอุตสาหกรรม ทำให้ความสามารถในการขยายต่างประเทศและรักษาอัตรากำไรกลายเป็นปัจจัยแบ่งผู้ชนะชัดเจนขึ้น เรามองผลประกอบการรอบนี้ เป็นบวกต่อ BYD

1. BYD กำไร 2Q26 กลับมาโต หลังลดลงต่อเนื่อง 5 ไตรมาส

  • BYD รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 8.2 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 30% YoY และสูงกว่าคาดเล็กน้อย ถือเป็นการกลับมาเติบโตครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส แม้รายได้ลดลงประมาณ 3% YoY เหลือ 194.6 พันล้านหยวน โดยแรงสนับสนุนสำคัญมาจากยอดขายต่างประเทศและรถยนต์รุ่นที่มีราคาสูงขึ้น
  • อย่างไรก็ตาม หากมองทั้ง 1H26 ภาพยังไม่ฟื้นเต็มที่ โดยรายได้ลดลง 7.1% YoY เหลือ 344.8 พันล้านหยวน และกำไรสุทธิลดลง 20.5% เหลือ 12.3 พันล้านหยวน เนื่องจาก 1Q26 อ่อนแอมาก รวมถึงความต้องการในประเทศที่ชะลอตัวและต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น
  • จุดที่ออกมาดีกว่าคาดคือ อัตรากำไร โดยอัตรากำไรขั้นต้น 1H26 อยู่ที่ 18.9% เทียบกับ 18.0% ในปีก่อนและสูงกว่าตลาดคาด 18.4% สะท้อนว่า BYD ยังสามารถบริหารต้นทุนและปรับส่วนผสมผลิตภัณฑ์ได้ดี แม้สภาพแวดล้อมอุตสาหกรรมไม่เอื้อ

สรุปผลประกอบการ BYD 2Q26

รายการ

2Q26

YoY

QoQ

เทียบคาด

รายได้

RMB194.6bn

-3%

+30%

ต่ำกว่าคาด

กำไรขั้นต้น

RMB36.7bn

+12%

+30%

ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย

อัตรากำไรขั้นต้น

18.9%

+2.6ppt

+0.1ppt

สูงกว่าคาด 18.6%

EBIT

RMB10.4bn

+262%

+153%

สูงกว่าคาด 19%

กำไรสุทธิ

RMB8.24bn

+30%

+102%

ใกล้เคียงคาด

อัตรากำไรสุทธิ

4.2%

+1.1ppt

+1.5ppt

สูงกว่าคาด

ยอดขายต่างประเทศ

471,091 คัน

+82%

+47%

สูงเป็นประวัติการณ์

2. ต่างประเทศกำลังกลายเป็นเครื่องยนต์หลักของ BYD

  • จุดเปลี่ยนสำคัญของ BYD คือ รายได้จากต่างประเทศ 1H26 เพิ่มขึ้น 34% เป็น 181.3 พันล้านหยวน คิดเป็น 53% ของรายได้รวม และสูงกว่ารายได้จาก Greater China เป็นครั้งแรก สะท้อนว่าบริษัทกำลังเปลี่ยนจากผู้ผลิตรถจีนที่พึ่งตลาดในประเทศ ไปสู่ผู้ผลิตรถระดับโลกมากขึ้น
  • เฉพาะ 2Q26 ยอดขายรถนอกจีนอยู่ที่ 471,091 คัน เพิ่มขึ้น 82.5% YoY โดยข้อดีสำคัญไม่ใช่เพียงปริมาณขาย แต่คือ กำไรต่อคันต่างประเทศสูงกว่าจีนมาก โดยข้อมูลในบทความระบุว่าผู้ผลิตจีนทำกำไรเฉลี่ยในประเทศเพียงประมาณ 5,000 หยวนต่อคัน เทียบกับต่างประเทศที่อาจสูงถึงประมาณ 20,000 หยวนต่อคัน
  • ผลจึงเริ่มปรากฏในอัตรากำไรของธุรกิจรถยนต์ โดย 2Q26 สัดส่วนยอดขายรถต่างประเทศเพิ่มขึ้นประมาณ 20ppt YoY เป็น 43% ของยอดขาย และช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจรถยนต์หลักเพิ่มขึ้นเป็น 21.8% แม้ปริมาณขายรวมยังลดลง

3. การฟื้นตัวไม่ได้มาจากส่งออกอย่างเดียว แต่ส่วนลดในประเทศเริ่มลดลง

  • อีกปัจจัยบวกคือ BYD เริ่มลดแรงกดดันด้านราคาในบางรุ่น โดยเฉพาะรถที่ใช้ Blade Battery รุ่นที่ 2 ซึ่งมีความต้องการสูงและเกิดข้อจำกัดด้านกำลังผลิต ทำให้ระยะเวลารอรถยาวขึ้นเป็น 1–2 เดือน และตัวแทนจำหน่ายแทบไม่จำเป็นต้องให้ส่วนลดใน 2Q26
  • ดังนั้น การฟื้นกำไรของ BYD รอบนี้จึงมาจาก 3 ด้านพร้อมกัน ได้แก่ ยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น สัดส่วนรถที่ทำกำไรสูงขึ้น และส่วนลดในบางรุ่นลดลง ซึ่งมีคุณภาพมากกว่าการเพิ่มยอดขายผ่านการลดราคาเพียงอย่างเดียว
  • อย่างไรก็ตาม ตลาดจีนโดยรวมยังไม่ฟื้นเต็มที่ โดยยอดขายรถ BYD ในประเทศ 1H26 ลดลงประมาณ 40% และอุตสาหกรรมยังเผชิญการแข่งขันด้านราคาอย่างหนัก จึงยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าสงครามราคาสิ้นสุดแล้ว

4. Chang’an สะท้อนชัดว่า “ยอดขายลด + ต้นทุนเพิ่ม” กดกำไรแรงเพียงใด

  • ผลประกอบการ Chang’an ช่วยยืนยันว่าปัญหาของตลาดรถจีนยังไม่จบ โดยรายได้ 1H26 ลดลง 9.7% YoY เหลือ 65.63 พันล้านหยวน ขณะที่กำไรสุทธิลดลงถึง 64% เหลือเพียง 817 ล้านหยวน
  • แรงกดดันมาจากยอดขายแบรนด์ในประเทศลดลง 22% YoY พร้อมกับต้นทุนต่อรถเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 10,000–13,000 หยวน โดย 5,000–8,000 หยวนมาจากต้นทุนแบตเตอรี่ และอีกประมาณ 5,000 หยวนมาจาก DRAM ขณะที่ AVATR ขาดทุนเพิ่มขึ้น 47% เป็น 1.52 พันล้านหยวน
  • Chang’an จึงพยายามใช้กลยุทธ์เดียวกับ BYD คือขยายต่างประเทศ โดยตั้งเป้ายอดขายต่างประเทศปี 2026 เพิ่มขึ้น 18% เป็น 750,000 คัน และระบุว่ารถที่ขายต่างประเทศสามารถสร้างกำไรสุทธิประมาณ 5,000–6,000 หยวนต่อคัน สะท้อนว่าการหลีกหนีการแข่งขันด้านราคาในจีนกำลังกลายเป็นกลยุทธ์ร่วมของผู้ผลิตรถจีนหลายราย

5. BAIC ยิ่งตอกย้ำว่าผู้ผลิตที่พึ่งตลาดจีนมากยังเผชิญแรงกดดันสูง

  • BAIC อ่อนแอกว่าอย่างชัดเจน โดย 1H26 พลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 1.59 พันล้านหยวน จากกำไร 360 ล้านหยวนในปีก่อน ขณะที่รายได้ลดลง 30% YoY จากปริมาณขายลดลง 21% และอัตรากำไรขั้นต้นลดลง 4.4ppt เหลือ 10.1%
  • ธุรกิจร่วมทุน Beijing Benz ซึ่งเคยเป็นแหล่งกำไรสำคัญก็เผชิญแรงกดดัน โดยยอดขายลดลง 31% YoY และกำไรลดลง 63% ขณะที่อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือประมาณ 4.8% แสดงให้เห็นว่าการแข่งขันจากแบรนด์รถพลังงานใหม่ของจีนกำลังกระทบแม้แต่ตลาดรถหรูแบบดั้งเดิม
  • นอกจากนี้ BAIC ยังเผชิญต้นทุนแบตเตอรี่ โลหะ และ DRAM ที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับ Chang’an โดยราคาแบตเตอรี่ LFP เพิ่มจากประมาณ 360 หยวน/kWh ในเดือนมกราคมเป็น 390 หยวนในเดือนมิถุนายน และราคา DRAM เพิ่มขึ้นราว 50% QoQ ใน 2Q26

สรุปผลประกอบการกลุ่มรถยนต์จีน 1H26 / 2Q26

รายการ

BYD

Chang’an Auto

BAIC Motor

ช่วงผลประกอบการหลัก

1H26 / 2Q26

1H26

1H26

รายได้

RMB344.8bn

RMB65.6bn

RMB57.7bn

เติบโต YoY

-7.1%

-9.7%

-30%

กำไรสุทธิ

RMB12.3bn

RMB0.82bn

ขาดทุน RMB1.59bn

เติบโต YoY

-20.5%

-64.3%

จากกำไร RMB0.36bn ปีก่อน

กำไรสุทธิ 2Q26

RMB8.2bn, +30% YoY

RMB0.47bn, -50% YoY

ขาดทุน RMB0.76bn

อัตรากำไรขั้นต้น

18.9%

ไม่ระบุ

10.1%

การเปลี่ยนแปลงมาร์จิ้น

+0.9ppt YoY

ถูกกดดันจากต้นทุน

-4.4ppt YoY

ปริมาณขาย

1.81mn คัน, -15.7% YoY

แบรนด์หลักในประเทศ -22% YoY

รวม -21% YoY

ต่างประเทศ

เด่นมาก

เริ่มเร่งขยาย

อยู่ช่วงเริ่มขยาย

ปัจจัยกดดัน

ตลาดจีนอ่อนแอ, วัตถุดิบ, FX

ยอดขายลด, แบตเตอรี่/DRAM แพง, FX

ยอดขายลด, กำลังผลิตต่ำ, ต้นทุนสูง

ภาพรวม

เริ่มฟื้น

อ่อนแอ

อ่อนแอสุด

6. 2H26 ของ BYD มีโอกาสเร่งตัว แต่เป้ายอดขายทั้งปียังท้าทาย

  • แนวโน้มระยะสั้นของ BYD ดีขึ้น โดยยอดขายเดือนกรกฎาคมกลับมาเพิ่มขึ้น 22% YoY เป็น 419,211 คัน หลังจากลดลง YoY ต่อเนื่องถึง 8 เดือนก่อนหน้านั้น ขณะที่ยอดขายต่างประเทศทำระดับสูงใหม่ 179,841 คัน เพิ่มขึ้น 123% YoY
  • การเพิ่มกำลังผลิต Blade Battery รุ่นที่ 2 และการคลี่คลายของข้อจำกัดด้านการขนส่งทางเรือมีโอกาสหนุนยอดขายในเดือนสิงหาคม–กันยายน โดยบทวิเคราะห์ในเอกสารคาดว่ากำไร 3Q26 อาจเพิ่มขึ้น 55% YoY และ 47% QoQ เป็นประมาณ 12 พันล้านหยวน
  • อย่างไรก็ตาม เป้ายอดขายทั้งปี 5.0–5.5 ล้านคันยังมีความท้าทาย เพราะ 1H26 บริษัทขายได้เพียง 1.81 ล้านคัน ขณะที่ยังมีความเสี่ยงจากมาตรการภาษีในต่างประเทศ การเปิดโรงงาน Hungary ที่ล่าช้า และสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้นจากระยะเวลาขนส่งที่ยาวขึ้น

มุมมองของ InnovestX

  • เรามองผลประกอบการรอบนี้ เป็นบวกต่อ BYD เพราะกำไร 2Q26 กลับมาเติบโตได้แม้ตลาดจีนยังอ่อนแอ แสดงให้เห็นว่าบริษัทเริ่มใช้ ต่างประเทศ + รถมูลค่าสูง + การควบคุมส่วนลด มาชดเชยสงครามราคาในประเทศได้จริง ขณะที่ 2H26 ของ BYD มีโอกาสเร่งตัว
  • ด้าน Chang’an และ BAIC ยังถูกกระทบอย่างหนักจากยอดขายที่ลดลง ต้นทุนแบตเตอรี่และหน่วยความจำสูงขึ้น รวมถึงการใช้กำลังการผลิตต่ำ ในเชิงกลยุทธ์จึงยัง ไม่มองว่าการแข่งขันด้านราคารถยนต์จีนสิ้นสุดลง แต่ความแตกต่างระหว่างผู้ผลิตกำลังชัดขึ้น
  • เรามองว่า BYD และ GEELY เป็นผู้ที่ดูดีที่สุดในกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์จีน เพราะมีขนาดธุรกิจ เทคโนโลยีที่พัฒนาเอง ห่วงโซ่อุปทานครบ และฐานต่างประเทศที่ใหญ่กว่า ซึ่งช่วยป้องกันอัตรากำไรได้ดีกว่า สิ่งที่ต้องติดตามใน 2H26 คือ ยอดขายต่างประเทศ การเพิ่มกำลังผลิต อัตรากำไรของธุรกิจรถยนต์ และการลดส่วนลดในตลาดจีน หากทั้งสี่ด้านดีขึ้นพร้อมกัน จะสนับสนุนว่ากำไร BYD ผ่านจุดต่ำสุดแล้วและเข้าสู่รอบฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้น

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

BYD เริ่มพ้นจุดต่ำสุดด้วยส่งออก ขณะที่ตลาดรถจีนยังแข่งขันรุนแรง | Café Invest