1. หุ้นเอเชีย-ฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ปรับขึ้น รับดีลการค้าสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น หนุนบรรยากาศลงทุนทั่วภูมิภาค
2. BOJ คงมุมมองทยอยขึ้นดอกเบี้ย แม้รัฐบาลอิชิบะเสียเสียงข้างมาก
3. จีนเริ่มตรวจเหมืองถ่านหิน 8 มณฑล – เตรียมลงโทษผู้ผลิตเกินโควตา หวังสกัดปัญหาอุปทานล้นตลาด
4. นักลงทุนจีนแห่ซื้อหุ้นฮ่องกง หนุนเงินไหลเข้าสะสมใกล้แตะสถิติสูงสุด
5. EU กำลังพิจารณาใช้เครื่องมือตอบโต้ หากการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐไม่เป็นผลสำเร็จ
6. หน่วยงานอาวุธนิวเคลียร์สหรัฐฯ ถูกแฮกระบบ Microsoft SharePoint – คาดเป็นฝีมือจีน
7. ครม. ไทยมีมติแต่งตั้ง “วิทัย รัตนากร” ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ ธปท. คนใหม่
8. รมว.คลังของไทย เผยดีลเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ กำลังคืบหน้า
Bites for Breakfast - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 23 ก.ค. 2568
1. ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกนำโดยญี่ปุ่น (Nikkei +1.8%) และฮ่องกง ขานรับข่าวสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงทางการค้ากับฟิลิปปินส์และญี่ปุ่นแล้ว โดยสหรัฐจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากฟิลิปปินส์ในอัตรา 19% (จากเดิม 20%) และจากญี่ปุ่นในอัตรา 15% (จากเดิม 25%) โดยฟิลิปปินส์จะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ในอัตรา 0% และจะเปิดตลาดเสรีให้กับสินค้าสหรัฐ ส่วนญี่ปุ่นจะลงทุน 5.5 แสนล้านดอลลาร์ในสหรัฐและเปิดตลาดให้สหรัฐ ขณะที่รมต. คลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณขยายเส้นตายทางการค้ากับจีนเพิ่มอีก 90 วัน ในการประชุมกับตัวแทนจากจีน ณ ประเทศสวีเดนในสัปดาห์หน้า ด้าน S&P 500 Futures ขยับขึ้น 0.2% หลังปิดทำจุดสูงสุดใหม่ นักลงทุนจับตางบกลุ่ม Big Tech โดยเฉพาะ Tesla และ Alphabet ที่จะรายงานวันนี้ บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ 10 ปีขยับขึ้นเล็กน้อยที่ 4.36% ส่วนคริปโตปรับขึ้นเล็กน้อย Bitcoin ยืนเหนือ $119,000
2. เจ้าหน้าที่ BOJ มอง ผลเลือกตั้งที่ทำให้รัฐบาลอิชิบะเสียเสียงข้างมาก ไม่มีผลต่อทิศทางนโยบายการเงินในระยะสั้น โดยยังคงมุมมองทยอยขึ้นดอกเบี้ย หากแนวโน้มเศรษฐกิจเป็นไปตามคาดการณ์ ขณะที่ การประชุมสัปดาห์หน้าคาดว่าจะยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ 0.5% อย่างไรก็ตาม BOJ จะติดตาม ท่าทีของรัฐบาลด้านการคลัง หากมีการใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น เช่น ลดภาษีการบริโภค อาจส่งผลให้เงินเฟ้อเร่งตัวอีกระลอก แม้ BOJ ประเมินว่าภาษีสหรัฐฯ ต่อสินค้านำเข้าญี่ปุ่นจะไม่กระทบแนวโน้มเศรษฐกิจในภาพรวม แต่ JGBs ยังเผชิญแรงขายต่อเนื่องจากความกังวลด้านการคลัง
3. รัฐบาลจีนส่งสัญญาณคุมเข้มอุตสาหกรรมถ่านหิน โดยเริ่มตรวจสอบเหมืองถ่านหินใน 8 มณฑล รวมถึงมณฑลสำคัญอย่างซานซี มองโกเลียใน และส่านซี หลังพบปัญหาผลิตเกินกำลังการผลิตที่กำหนดซึ่งเป็นหนึ่งในต้นตอที่กดดันราคาให้ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี เหมืองที่ผลิตเกิน 110% ของโควตาช่วง 6 เดือนแรกของปี อาจถูกสั่งระงับดำเนินการ ข่าวดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นเหมืองถ่านหินจีนให้ดีดตัวแรง ขณะนักลงทุนประเมินว่ามาตรการนี้อาจช่วยลดแรงกดดันจากภาวะอุปทานล้นตลาด และเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามแก้ปัญหาเงินฝืดในระบบเศรษฐกิจจีน
4. นักลงทุนจีนแผ่นดินใหญ่เดินหน้าซื้อหุ้นฮ่องกงต่อเนื่อง โดยยอดซื้อสุทธิผ่าน Southbound Stock Connect ปีนี้พุ่งแตะ HK$800 พันล้าน ใกล้ทำสถิติสูงสุดของปี 2024 ที่ HK$808 พันล้าน หนุนดัชนี Hang Seng China Enterprises Index ปรับขึ้นแล้ว 24% YTD กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในโลก แรงซื้อสะท้อนการมองหาสินทรัพย์คุณภาพที่ให้ผลตอบแทนดี ขณะที่ CICC (วาณิชธนกิจรายใหญ่ของจีน) คาดว่าเม็ดเงินไหลเข้าทั้งปีอาจทะลุ HK$1 ล้านล้าน โดยระดับการมีส่วนร่วมของนักลงทุนจีนพุ่งขึ้น คิดเป็น 47% ของมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยในตลาดฮ่องกงปีนี้ เพิ่มขึ้น 10% จุดจากปี 2024
5. EU กำลังพิจารณาใช้เครื่องมือต่อต้านการบีบบังคับ (ACI) อย่างเต็มรูปแบบ หากการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐไม่เป็นผลสำเร็จภายในวันที่ 1 ส.ค. และรัฐบาลทรัมป์เดินหน้าตามคำขู่ที่จะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจาก EU ในอัตรา 30% ในวันที่ 1 ส.ค. นี้
6. หน่วยงาน National Nuclear Security Administration (NNSA) ซึ่งดูแลการผลิตและรื้อถอนอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ถูกแฮกผ่านช่องโหว่ในระบบ Microsoft SharePoint ร่วมกับอีกหลายหน่วยงานรัฐบาล โดยไม่มีข้อมูลลับรั่วไหล เบื้องต้นกระทบเพียงบางระบบและอยู่ระหว่างกู้คืน Microsoft ระบุว่าเป็นการโจมตีแบบ zero-day โดยกลุ่มแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐจีน เช่น Linen Typhoon, Violet Typhoon และ Storm-2603 ซึ่งเคยเจาะระบบทั่วโลก รวมถึงหน่วยงานในยุโรป ตะวันออกกลาง และอีกหลายรัฐในสหรัฐฯ ประเด็นนี้สร้างแรงกดดันต่อ Microsoft และตอกย้ำความเปราะบางของระบบที่ยังรัน SharePoint แบบ on-premise
7. ครม. ไทยมีมติแต่งตั้ง “วิทัย รัตนากร” ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ ธปท. คนใหม่ ตามที่ รมว. คลังได้เสนอชื่อเพื่อแทนผู้ว่าฯ ธปท. คนปัจจุบันที่จะหมดวาระในวันที่ 30 ก.ย. นี้ ด้าน รมว. คลังหวังจะเดินหน้าประสานนโยบายการเงิน-การคลังไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อรับมือ ศก. ที่เปลี่ยนแปลง
8. รมว.คลังของไทย เผยขณะนี้สหรัฐฯ ได้พิจารณาข้อเสนอใหม่ของประเทศไทยไปแล้ว 90% คาดว่าอีก 1-2 วันน่าจะพิจารณาครบ 100% และมีคำตอบที่ชัดเจนก่อนวันที่ 1 ส.ค.68 โดยคาดหวังไทยจะได้รับอัตราภาษีต่ำกว่า 20% หรือเท่ากับประเทศในภูมิภาคอาเซียน
ประเด็นที่ต้องติดตาม: Consumer Confidence Flash ของยุโรป เดือน ก.ค. คาดว่าจะออกมาที่ -15 จากก่อนหน้าที่ -15.3 และ Existing Home Sales ของสหรัฐฯ เดือน มิ.ย. คาดว่าจะออกมาที่ 4.0M จากก่อนหน้าที่ 4.03M