Anthropic กำลังยกระดับจากผู้ท้าชิงในตลาด AI มาเป็นคู่แข่งหลักของ OpenAI หลังรายได้เบื้องต้น 2Q26 เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 14 เท่า YoY และมากกว่า 2 เท่าจากไตรมาสก่อน พร้อมพลิกมีกำไรจากการดำเนินงาน โดยมีแรงหนุนมาจากลูกค้าองค์กรที่เพิ่มการใช้ Claude ในงานเขียนโปรแกรมและตัวแทน AI ภาพดังกล่าวสะท้อนว่ารายได้เริ่มโตเร็วกว่าต้นทุนประมวลผลและทำให้เส้นทางสู่การทำกำไรชัดเจนขึ้น พร้อมกับปรับเป้ารายได้ปี 2028 ขึ้น อย่างไรก็ดีประเด็นสำคัญที่แนะติดตามคือความสามารถในการรักษาการเติบโต คุมต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน และขยายอัตรากำไรให้สอดคล้องกับความคาดหวังที่สูงขึ้น
Anthropic โตแรงและเริ่มทำกำไร ปูทางสู่ IPO ขนาดใหญ่

Anthropic โตแรงและเริ่มทำกำไร ปูทางสู่ IPO ขนาดใหญ่
Anthropic รายงานรายได้เบื้องต้น 2Q26 มากกว่า $11.5 พันล้าน เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 14 เท่าจากปีก่อน และมากกว่า 2 เท่าจากไตรมาสก่อน พร้อมพลิกมีกำไรจากการดำเนินงานหลังปรับรายการพิเศษเป็นบวกเป็นครั้งแรก สะท้อนว่าการใช้งาน Claude ในลูกค้าองค์กร โดยเฉพาะงานเขียนโปรแกรมและตัวแทน AI กำลังขยายตัวรวดเร็ว บริษัทจึงเริ่มเข้าใกล้จุดที่การเติบโตของรายได้สามารถชดเชยต้นทุนประมวลผลที่สูงขึ้น และช่วยเปิดทางสู่การเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นขนาดใหญ่
- รายได้ 2Q26 โตอย่างก้าวกระโดด และเริ่มเห็นกำไรจากการดำเนินงาน
- Anthropic รายงานรายได้เบื้องต้นใน 2Q26 มากกว่า $11.5 พันล้าน เทียบกับเพียง $787 ล้านในช่วงเดียวกันปีก่อน หรือเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 14 เท่า YoY และเพิ่มจาก $4.73 พันล้านใน 1Q26 มากกว่า 2 เท่า ขณะเดียวกัน บริษัทสามารถทำกำไรจากการดำเนินงานหลังปรับรายการพิเศษเป็นบวกได้ในไตรมาสนี้ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะก่อนหน้านี้บริษัทต้องแบกรับต้นทุนด้านกำลังประมวลผล การฝึกโมเดล และบุคลากรในระดับสูง
- รายได้ต่อปีตามอัตราปัจจุบันของ Anthropic ยังเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า $47 พันล้านในเดือน พ.ค. จากราว $9 พันล้านปลายปี 2025 สะท้อนการเร่งตัวของการใช้งาน Claude อย่างมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
- ลูกค้าองค์กรเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยเฉพาะงานเขียนโปรแกรมและตัวแทน AI
- แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการขยายตัวของลูกค้าองค์กรที่นำ Claude ไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพงาน โดยเฉพาะงานเขียนโปรแกรม รวมถึงการใช้ตัวแทน AI เพื่อทำงานหลายขั้นตอนแบบอัตโนมัติ ลูกค้าที่สร้างรายได้ประจำต่อปีมากกว่า $1 ล้านเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวจาก 1Q26 ทำให้ฐานรายได้มีคุณภาพและมีโอกาสเกิดซ้ำมากขึ้น ตัวอย่างลูกค้าที่ Anthropic เปิดเผย ได้แก่ GitLab ซึ่งใช้ Claude ครอบคลุมงานพัฒนาซอฟต์แวร์และรายงานว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบางขั้นตอนราว 25–50% รวมถึง PwC ที่ขยายการใช้ Claude ไปสู่งานพัฒนาเทคโนโลยี งานที่ปรึกษาด้านธุรกรรม และกระบวนการทำงานภายในองค์กร
- ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า Anthropic ไม่ได้เติบโตจากผู้ใช้งานทั่วไปเพียงอย่างเดียว แต่กำลังเจาะตลาดองค์กรได้มากขึ้น ซึ่งเป็นตลาดที่มีมูลค่าต่อรายสูงและสามารถขยายการใช้งานไปยังงานหลายประเภทในองค์กรได้
- จุดเปลี่ยนสำคัญคือ รายได้เริ่มโตเร็วกว่าต้นทุนประมวลผล
- แม้ Anthropic ยังต้องใช้เงินจำนวนมากกับชิปประมวลผล การฝึกโมเดล การให้บริการโมเดล และการจ้างบุคลากร แต่การที่บริษัทเริ่มมีกำไรจากการดำเนินงานแสดงให้เห็นว่า รายได้กำลังเติบโตเร็วกว่าต้นทุน มากขึ้น เมื่อฐานลูกค้าขยายตัว ต้นทุนคงที่บางส่วนจะคิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้ลดลง และประสิทธิภาพของการฝึกและใช้งานโมเดลมีโอกาสดีขึ้นตามเทคโนโลยี
- จุดนี้มีความสำคัญต่อการประเมินมูลค่าบริษัท เพราะนักลงทุนเริ่มมองเห็นเส้นทางจากบริษัท AI ที่ต้องเผาเงินจำนวนมาก ไปสู่ธุรกิจที่สามารถสร้างกำไรได้เมื่อมีขนาดใหญ่ขึ้น
- เป้าหมายรายได้ปี 2028 สูงถึง $190–200 พันล้าน ทำให้ตลาดต้องประเมินมูลค่าจากอนาคต
- Anthropic คาดว่ารายได้ในปี 2028 อาจแตะ $190–200 พันล้าน สูงกว่าระดับรายได้ต่อปีตามอัตราปัจจุบันที่ $47 พันล้านอย่างมาก ทำให้นักลงทุนและวาณิชธนกิจเริ่มใช้รายได้ในอนาคตเป็นฐานในการประเมินมูลค่า มากกว่าดูเฉพาะกำไรปัจจุบัน
- บริษัทที่ถูกนำมาใช้เปรียบเทียบ ได้แก่ Palantir, Cloudflare และ SpaceX ซึ่งล้วนเป็นบริษัทที่ตลาดให้มูลค่าสูงจากการคาดหวังการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม วิธีประเมินแบบนี้มีความเสี่ยงสูง เพราะต้องอาศัยสมมติฐานว่ารายได้จะโตตามเป้าและอัตรากำไรจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- การแข่งขันในอุตสาหกรรมเริ่มชัดขึ้น โดย Anthropic ขึ้นมาเป็นคู่แข่งโดยตรงของ OpenAI
บริษัท | จุดเด่นหลัก | ฐานรายได้/ลูกค้า | จุดที่ใช้แข่งขัน | ประเด็นที่ต้องติดตาม |
|---|---|---|---|---|
Anthropic | เด่นด้านงานเขียนโปรแกรมและการใช้งานในองค์กร โดยเฉพาะ Claude และตัวแทน AI | รายได้ต่อปีตามอัตราปัจจุบันมากกว่า $47 พันล้าน ในเดือน พ.ค. และลูกค้าที่สร้างรายได้ประจำมากกว่า $1 ล้านต่อปีเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวจาก 1Q26 | เจาะลูกค้าองค์กร งานเขียนโปรแกรม ความสามารถในการทำงานหลายขั้นตอน และคุณภาพของรายได้ประจำ | ต้องรักษาการเติบโตระดับสูง ควบคู่กับการควบคุมต้นทุนประมวลผลและขยายกำไร |
OpenAI | ได้เปรียบด้านฐานผู้ใช้ การรับรู้แบรนด์ และการกระจายผลิตภัณฑ์ในวงกว้าง | อัตรารายได้ต่อปีมากกว่า $40 พันล้าน ตามข้อมูลในบทความ และมีลูกค้าธุรกิจมากกว่า 1 ล้านรายตั้งแต่ปลายปี 2025 | ขยายจากผู้ใช้ทั่วไปสู่ลูกค้าองค์กร พร้อมเพิ่มการใช้งานตัวแทน AI และบริการแบบเสียเงิน | ต้องรักษาการเติบโตของรายได้ท่ามกลางต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สูงและการแข่งขันด้านราคา |
DeepSeek | เด่นด้านต้นทุนและความสามารถในการพัฒนาโมเดลที่แข่งขันได้ด้วยทรัพยากรที่ต่ำกว่า | บทความไม่ได้เปิดเผยตัวเลขรายได้ที่เปรียบเทียบโดยตรงกับ Anthropic และ OpenAI | แข่งขันด้านต้นทุน ประสิทธิภาพของโมเดล และแรงกดดันด้านราคา | ต้องติดตามความสามารถในการเปลี่ยนการใช้งานให้เป็นรายได้และขยายฐานลูกค้าเชิงพาณิชย์ |
ภาพรวมการแข่งขันจึงกำลังเปลี่ยนจากการวัดว่าใครมีโมเดลที่เก่งที่สุด ไปสู่ การเจาะลูกค้าองค์กร งานเขียนโปรแกรม ตัวแทน AI ราคา ต้นทุนต่อการใช้งาน และความสามารถในการสร้างรายได้จริง โดย Anthropic กำลังมีตำแหน่งที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจนในฝั่งองค์กร ขณะที่ OpenAI ยังนำด้านฐานผู้ใช้และการกระจายผลิตภัณฑ์ ส่วน DeepSeek เป็นแรงกดดันสำคัญด้านต้นทุนและราคา
- IPO จะช่วยเพิ่มเงินทุนสำหรับการแข่งขันกับ OpenAI และผู้เล่นรายอื่น
- Anthropic กำลังหารือกับนักลงทุนและเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าจดทะเบียน โดยได้ยื่นเอกสารแบบไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ และทำงานร่วมกับ Morgan Stanley, Goldman Sachs และ JPMorgan การเข้าตลาดหุ้นจะช่วยให้บริษัทเข้าถึงเงินทุนจำนวนมากเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายด้านศูนย์ข้อมูล ชิปประมวลผล และโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นตามการใช้งานโมเดล
- หาก IPO เกิดขึ้นเร็วในช่วงฤดูใบไม้ร่วง Anthropic อาจเข้าตลาดก่อนทั้ง OpenAI และ DeepSeek ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นด้านเงินทุนในช่วงที่การแข่งขัน AI ต้องใช้เงินลงทุนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
มุมมอง InnovestX
ภาพรวมเป็นบวกต่อ Anthropic เพราะรายได้ที่เร่งตัวพร้อมการพลิกมีกำไรจากการดำเนินงานช่วยลดข้อกังวลว่าธุรกิจ AI จะเติบโตโดยไม่มีเส้นทางสู่กำไร และเพิ่มความน่าสนใจของ IPO อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือ บริษัทจะสามารถรักษาการเติบโตระดับสูงและทำให้อัตรากำไรดีขึ้นได้ต่อเนื่องหรือไม่ เพราะการประเมินมูลค่าในระดับสูงขึ้นอยู่กับสมมติฐานว่ารายได้จะเข้าใกล้ $190–200 พันล้านในปี 2028 ขณะที่ต้นทุนด้านกำลังประมวลผลและการแข่งขันกับ OpenAI, DeepSeek และผู้พัฒนาโมเดลรายอื่นยังอยู่ในระดับสูง
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

