Café Invest
Markets

AMEC–Ibiden งบแข็งแกร่ง ด้าน Global Wafers กำไรยังถูกกดดัน

002371SZSE
AMEC–Ibiden งบแข็งแกร่ง ด้าน Global Wafers กำไรยังถูกกดดัน

ผลประกอบการของ AMEC และ Ibiden ออกมาแข็งแกร่งจากการลงทุนผลิตชิปในจีนและความต้องการชิ้นส่วนสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI ขณะที่ GlobalWafers เริ่มเห็นปริมาณส่งมอบและการใช้กำลังผลิตฟื้นตัว แต่กำไรยังถูกกดดันจากราคาตามสัญญาเดิม ค่าเสื่อมราคา และต้นทุนโรงงานใหม่ ภาพรวมจึงยืนยันว่าอุปสงค์จาก AI ยังสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานชิป โดยผลประกอบการของ AMEC สะท้อนว่างบลงทุนโรงงานชิปในจีนยังขยายตัว และการใช้เครื่องจักรที่ผลิตภายในประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมองบวกต่อ AMEC, NAURA

1. ภาพรวมผลประกอบการ: อุปสงค์ AI แข็งแกร่ง แต่ผลลัพธ์ต่างกันตามตำแหน่งในห่วงโซ่


ผลประกอบการของ AMEC ผู้ผลิตเครื่องจักรสำหรับผลิตชิปของจีน และ Ibiden ผู้ผลิตแผ่นรองชิปของญี่ปุ่น ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด สะท้อนการลงทุนในโรงงานชิปขั้นสูง หน่วยความจำ และเซิร์ฟเวอร์ AI ที่ยังขยายตัว ขณะที่ GlobalWafers ผู้ผลิตแผ่นเวเฟอร์ซิลิคอน เริ่มเห็นปริมาณส่งมอบฟื้นตัว แต่ราคาขายและต้นทุนจากโรงงานใหม่ยังจำกัดการฟื้นตัวของกำไร
AMEC คาดว่ารายได้ครึ่งปีแรกอยู่ที่ประมาณ 6.69 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 35% จากปีก่อน และกำไรสุทธิอยู่ในช่วง 2.7–2.9 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 282–311%

ส่วน Ibiden รายงานรายได้ไตรมาสแรก 123.22 พันล้านเยน เพิ่มขึ้น 26% กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 52% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 41% โดยทุกตัวเลขสูงกว่าตลาดคาด
ด้าน GlobalWafers รายงานรายได้ไตรมาส 2 ที่ 15.21 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน เพิ่มขึ้น 8.8% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 5% จากปีก่อนและต่ำกว่าตลาดคาดเล็กน้อย ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานลดลง 42% แม้กำไรสุทธิสูงกว่าคาดจากกำไรนอกการดำเนินงาน


2. AMEC ได้ประโยชน์จากการลงทุนผลิตชิปภายในจีน


รายได้ของ AMEC ในไตรมาส 2 อยู่ที่ประมาณ 3.8 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 35% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิช่วงกลางของประมาณการอยู่ที่ประมาณ 1.87 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 376% และสูงกว่าประมาณการตลาดราว 160% ปัจจัยหนุนมาจากรายได้จากการลงทุนที่สูงกว่าคาด ควบคู่กับยอดขายเครื่องจักรผลิตชิปที่เพิ่มขึ้น
ผลประกอบการดังกล่าวสะท้อนว่าผู้ผลิตชิปจีนยังเพิ่มงบลงทุน เร่งใช้เครื่องจักรที่ผลิตในประเทศ และขยายกำลังผลิตทั้งชิปประมวลผลขั้นสูงและหน่วยความจำ โดย AMEC มีจุดแข็งในเครื่องจักรกัดลายและเครื่องจักรเคลือบชั้นวัสดุ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการผลิตชิป


3. การพัฒนาสินค้าใหม่เพิ่มโอกาสเติบโตของ AMEC


AMEC อยู่ระหว่างพัฒนาเครื่องจักรผลิตชิป 6 กลุ่ม ครอบคลุมผลิตภัณฑ์มากกว่า 20 แบบ พร้อมลดระยะเวลาพัฒนาจากเดิม 3–5 ปี เหลือไม่เกิน 2 ปี ทำให้บริษัทสามารถออกผลิตภัณฑ์ใหม่ได้เร็วขึ้น และรองรับการผลิตชิปที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนาในไตรมาส 2 อยู่ที่ 786 ล้านหยวน หรือประมาณ 21% ของรายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 39.6% ต่ำกว่าประมาณการ 2.4 จุด แต่การลงทุนดังกล่าวมีความสำคัญต่อการเพิ่มผลิตภัณฑ์ที่สามารถทดแทนเครื่องจักรจากต่างประเทศได้


4. Ibiden ได้แรงหนุนจากความต้องการเซิร์ฟเวอร์ AI ที่กว้างขึ้น


ผลประกอบการของ Ibiden ได้แรงหนุนจากความต้องการแผ่นรองชิปสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI และเซิร์ฟเวอร์ทั่วไปที่สูงกว่าคาด โดยเฉพาะสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง ราคาขายที่แข็งแกร่ง และการใช้กำลังผลิตของโรงงานใหม่ที่ดีขึ้น
ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ทำรายได้ 77.5 พันล้านเยน และกำไรจากการดำเนินงาน 21.4 พันล้านเยน คิดเป็นอัตรากำไร 27.6% สูงกว่าแผนเดิมที่ 21.7% ปัจจัยหนุนมาจากสัดส่วนสินค้าที่ซับซ้อนและมีราคาสูงเพิ่มขึ้น เงินเยนอ่อนค่า และค่าเสื่อมราคาที่ต่ำกว่าคาด


5. ความต้องการของ Ibiden ขยายจากชิปกราฟิกไปยังชิปประเภทอื่น


ความต้องการแผ่นรองชิปของ Ibiden ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะชิปประมวลผลกราฟิก แต่เริ่มขยายไปยังชิปประมวลผลกลางและชิปเครือข่ายที่ใช้ในระบบ AI ทำให้บริษัทได้รับประโยชน์จากลูกค้ารายใหญ่หลายรายพร้อมกันและลดการพึ่งพาผลิตภัณฑ์เพียงประเภทเดียว
อัตราการใช้กำลังผลิตอยู่ที่ประมาณ 85% ในไตรมาสแรก และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 85–90% ในไตรมาสถัดไป ขณะที่บริษัทมีแนวโน้มตัดสินใจเพิ่มกำลังผลิตภายในปีงบประมาณปัจจุบันเร็วกว่ากรอบเดิม สะท้อนความเชื่อมั่นต่ออุปสงค์ระยะกลาง


6. Ibiden ปรับเพิ่มประมาณการทั้งปีอย่างมีนัยสำคัญ


Ibiden ปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ทั้งปีจาก 500 พันล้านเยนเป็น 550 พันล้านเยน และเพิ่มเป้าหมายกำไรจากการดำเนินงานจาก 90 พันล้านเยนเป็น 127 พันล้านเยน สูงกว่าตลาดคาดที่ 103.32 พันล้านเยน ส่วนกำไรสุทธิคาดว่าจะเพิ่มจาก 58 พันล้านเยนเป็น 84 พันล้านเยน
การปรับเพิ่มประมาณการไม่ได้เกิดจากเงินเยนอ่อนค่าเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากปริมาณขาย ราคาขาย และสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่มสูงที่ดีกว่าแผน จึงถือเป็นการเติบโตที่มีคุณภาพค่อนข้างดี


7. GlobalWafers ฟื้นด้านปริมาณ แต่กำไรยังถูกกดดัน


GlobalWafers เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวของปริมาณส่งมอบ โดยรายได้ไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 8.8% จากไตรมาสก่อน และกำลังการผลิตเวเฟอร์ขนาด 12 นิ้วเดิมอยู่ในระดับเกือบเต็มกำลัง จากความต้องการด้าน AI การประมวลผลสมรรถนะสูง หน่วยความจำ และเทคโนโลยีบรรจุชิปขั้นสูง
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 20.6% ต่ำกว่าตลาดคาดที่ 22.1% และกำไรจากการดำเนินงานต่ำกว่าคาดประมาณ 27% เนื่องจากราคาตามสัญญาระยะยาวส่วนใหญ่ถูกกำหนดไว้ในช่วงที่ตลาดเวเฟอร์ยังอ่อนแอ ขณะที่บริษัทเผชิญค่าเสื่อมราคาและต้นทุนเริ่มต้นจากกำลังผลิตใหม่


8. การฟื้นตัวของ GlobalWafers แตกต่างกันตามประเภทสินค้า


เวเฟอร์ขนาด 12 นิ้วมีอัตราการใช้กำลังผลิตประมาณ 80–90% จากความต้องการของ AI และการประมวลผลสมรรถนะสูง ขณะที่เวเฟอร์ขนาด 6 และ 8 นิ้วยังอ่อนแอกว่า เนื่องจากตลาดยานยนต์ฟื้นตัวช้าและเผชิญการแข่งขันด้านราคาจากจีน ทำให้อำนาจในการกำหนดราคาของบริษัทยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
สินค้าที่มีแนวโน้มดีกว่า ได้แก่ เวเฟอร์ซิลิคอนบนฉนวน เวเฟอร์แกลเลียมไนไตรด์ และเวเฟอร์ซิลิคอนคาร์ไบด์ขนาด 12 นิ้ว ซึ่งรองรับศูนย์ข้อมูล การสื่อสารด้วยแสง และระบบบริหารพลังงาน แต่การสร้างรายได้อย่างมีนัยสำคัญจากกำลังผลิตใหม่อาจต้องรอถึงปี 2027


9. โรงงานใหม่และสัญญาระยะยาวเพิ่มความชัดเจนของรายได้


โรงงานใหม่ของ GlobalWafers ในรัฐเทกซัสผ่านการรับรองจากลูกค้ารายใหญ่หลายรายแล้ว ขณะที่ Micron ทำสัญญาจัดซื้อเวเฟอร์ระยะเวลา 10 ปี พร้อมให้เงินสนับสนุนล่วงหน้า 500 ล้านดอลลาร์ ช่วยยืนยันความต้องการเวเฟอร์ที่ผลิตในสหรัฐฯ และลดความเสี่ยงของการขยายกำลังผลิต
บริษัทยังเห็นลูกค้านอกกลุ่มหน่วยความจำเริ่มสนใจสัญญาระยะยาวมากขึ้น โดยครอบคลุมชิปประมวลผลและเวเฟอร์เฉพาะทาง สะท้อนว่าลูกค้าให้ความสำคัญกับความมั่นคงของอุปทาน แหล่งผลิตในประเทศ และความต่อเนื่องของการส่งมอบมากกว่าราคาเพียงอย่างเดียว


10. ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม


ความเสี่ยงของ AMEC คือข้อจำกัดทางการค้าระหว่างประเทศ การเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง และงบลงทุนของผู้ผลิตชิปจีนที่อาจต่ำกว่าคาด

ส่วน Ibiden มีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแผนผลิตภัณฑ์ของลูกค้ารายใหญ่ ความต้องการเซิร์ฟเวอร์ชะลอตัว และการขยายกำลังผลิตเร็วกว่าความต้องการจริง
สำหรับ GlobalWafers ความเสี่ยงหลักคือราคาขายฟื้นตัวช้ากว่าคาด ค่าเสื่อมราคาจากโรงงานใหม่เพิ่มขึ้น และเวเฟอร์ขนาด 6–8 นิ้วยังเผชิญแรงกดดันจากตลาดยานยนต์และการแข่งขันจากจีน นอกจากนี้ เหตุเพลิงไหม้ในโรงงานอิตาลีอาจลดโอกาสที่รายได้ไตรมาส 3 จะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน แม้โรงงานขนาด 12 นิ้วไม่ได้รับผลกระทบ

ตารางเปรียบเทียบคุณภาพการเติบโต

บริษัท

การเติบโตของรายได้

การเติบโตของกำไร

อัตรากำไร/คุณภาพกำไร

มุมมอง

AMEC

แข็งแกร่ง

แข็งแกร่งมาก

อัตรากำไรขั้นต้น 39.6% แต่ถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนา

บวก จากการเพิ่มส่วนแบ่งเครื่องจักรผลิตชิปในจีน

Ibiden

แข็งแกร่ง

แข็งแกร่งกว่ารายได้

ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์มีอัตรากำไร 27.6% จากสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง

บวกเด่น จากความต้องการ AI ที่กระจายไปยังชิปหลายประเภท

GlobalWafers

ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน แต่ยังลดลงจากปีก่อน

กำไรจากการดำเนินงานอ่อนแอ

อัตรากำไรขั้นต้น 20.6% ต่ำกว่าคาด จากราคาสัญญาเดิมและต้นทุนโรงงานใหม่

เป็นกลางระยะสั้น แต่มีโอกาสฟื้นในปี 2027

ตารางประมาณการและแนวโน้ม

บริษัท

ประมาณการ/แนวโน้ม

เทียบคาดการณ์

ปัจจัยขับเคลื่อน

AMEC

ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 ราว 29%

สูงกว่าคาดจากรายได้จากการลงทุน

การลงทุนชิปในจีน การทดแทนเครื่องจักรต่างประเทศ และสินค้าใหม่

Ibiden

รายได้ทั้งปี 550 พันล้านเยน กำไรจากการดำเนินงาน 127 พันล้านเยน

สูงกว่าตลาดคาดที่ 521.46 และ 103.32 พันล้านเยน

เซิร์ฟเวอร์ AI ราคาขายสูง และการใช้กำลังผลิตดีขึ้น

GlobalWafers

คาดรายได้ปี 2026 ทรงตัวถึงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ต่ำกว่าความคาดหวังเดิมที่มองว่าจะเติบโตชัดเจน

การฟื้นตัวของเวเฟอร์ 12 นิ้วถูกหักล้างด้วยราคาเดิม ค่าเสื่อมราคา และเหตุเพลิงไหม้ในอิตาลี

มุมมองของ InnovestX

  • ผลประกอบการของทั้งสามบริษัทสะท้อนว่าการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมชิปยังดำเนินต่อ
  • ผลประกอบการของ AMEC สะท้อนว่างบลงทุนโรงงานชิปในจีนยังขยายตัว และการใช้เครื่องจักรที่ผลิตภายในประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะเครื่องกัดลายและเครื่องเคลือบชั้นวัสดุสำหรับชิปขั้นสูงและหน่วยความจำ ขณะที่การเร่งออกผลิตภัณฑ์ใหม่ช่วยให้ผู้ผลิตจีนเข้าไปทดแทนเครื่องจักรต่างประเทศได้กว้างขึ้น Read across เชิงบวก: NAURA Technology, Piotech และ ACM Research ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ในขั้นตอนการผลิตใกล้เคียงกันและได้ประโยชน์จากนโยบายผลิตชิปภายในจีน
  • งบของ Ibiden ยืนยันว่าความต้องการแผ่นรองชิปสำหรับ AI ไม่ได้มาจากชิปประมวลผลกราฟิกเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มขยายไปยังชิปประมวลผลกลางและชิปเครือข่าย ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังผลิต ราคาขาย และสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่มสูงดีขึ้นพร้อมกัน Read across เชิงบวก: Shinko Electric, Unimicron, Kinsus, Nan Ya PCB และ AT&S โดยเฉพาะผู้ผลิตแผ่นรองชิปแบบหลายชั้นที่รองรับชิปขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนสูง

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

AMEC–Ibiden งบแข็งแกร่ง ด้าน Global Wafers กำไรยังถูกกดดัน | Café Invest