Café Invest
Markets

Novartis ปรับตัวลดลง 10% หลังเผยยาล้มเหลวเป็นตัวที่ 3 ใน 1 สัปดาห์

NOVNZCHIX
Novartis ปรับตัวลดลง 10% หลังเผยยาล้มเหลวเป็นตัวที่ 3 ใน 1 สัปดาห์

Novartis เผชิญความล้มเหลวด้านการพัฒนายาต่อเนื่องภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์ หลัง del-desiran สำหรับโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงไม่ผ่านเป้าหมายหลักในการทดลอง Phase III ต่อจาก pelacarsen ยารักษาโรคหัวใจที่เพิ่งล้มเหลวในการทดลองระยะสุดท้ายก่อนหน้า ส่งผลให้หุ้นลดลงราว 10% และเพิ่มความกังวลต่อแหล่งการเติบโตหลังปี 2030 แม้บริษัทจะยังคงเป้ายอดขายเติบโต 5-6% ต่อปีในช่วง 2025-2030 ก็ตาม ทั้งนี้ INVX มองเป็นลบต่อ Novartis ในเชิงโครงสร้าง เพราะความล้มเหลวของยาหลักสองตัวพร้อมกันลดความเชื่อมั่นต่อโครงการยาใหม่และอาจเพิ่มแรงกดดันให้บริษัทต้องกลับไปทำ M&A เพิ่มเติม

1) Del-desiran ล้มเหลว Phase III กระทบความเชื่อมั่นต่อยาหลักจาก Avidity

Novartis เปิดเผยว่า del-desiran ซึ่งพัฒนาสำหรับโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงทางพันธุกรรม myotonic dystrophy type 1 (DM1) ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายหลักในการทดลอง Phase III HARBOR โดยไม่สามารถลดเวลาที่ผู้ป่วยใช้ในการคลายมือได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับยาหลอก แม้ผลในตัวชี้วัดรองบางส่วนยังแสดงสัญญาณทางคลินิก และไม่พบประเด็นความปลอดภัยใหม่ที่สำคัญ

ความล้มเหลวมีนัยสำคัญ เนื่องจาก del-desiran เป็นสินทรัพย์หลักที่ได้มาจากการซื้อ Avidity Biosciences มูลค่า $12bn และผู้บริหารเคยประเมินศักยภาพยอดขายสูงสุดไว้มากกว่า $5bn ต่อปี ขณะที่ตลาดมองว่ายาดังกล่าวเป็นโครงการที่มีศักยภาพสูงที่สุดในกลุ่มยาที่ได้จาก Avidity

2) เป็นความล้มเหลวด้านการพัฒนายาต่อเนื่องครั้งที่ 3 ในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์

ข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง pelacarsen ซึ่งเป็นยาลด Lp(a) สำหรับโรคหัวใจ ไม่สามารถลดความเสี่ยงเหตุการณ์หัวใจและหลอดเลือดในการทดลอง Phase III ได้

ขณะที่ Novartis ยังต้องหยุดการทดลองยาบำบัดด้วยเซลล์สำหรับโรคภูมิคุ้มกันและระบบประสาทหลายโครงการ หลังพบผู้เสียชีวิต 3 ราย

ด้านบวกคือ remibrutinib สำหรับโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (MS) ให้ผล Phase III เชิงบวก แต่ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยความกังวลที่เกิดขึ้นกับโครงการยาหลักหลายรายการพร้อมกัน ส่งผลให้หุ้น Novartis ลดลงประมาณ 10% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรายวันที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี

3) ความเสี่ยงหลักย้ายไปอยู่ที่การเติบโตหลังปี 2030

Novartis ยังคงเป้าหมายยอดขายช่วงปี 2025-2030 เติบโตเฉลี่ย 5-6% ต่อปี ดังนั้นผลกระทบต่อประมาณการในช่วงดังกล่าวยังค่อนข้างจำกัด แต่ตลาดเริ่มกังวลมากขึ้นว่าบริษัทจะหาแหล่งรายได้ใหม่มาชดเชยยาหลักที่กำลังทยอยหมดสิทธิบัตรได้หรือไม่

Bloomberg ประเมินว่า del-desiran เคยมีประมาณการยอดขายแบบปรับความเสี่ยงราว $1.5bn ในปี 2032 หรือประมาณ 2% ของยอดขายกลุ่ม ขณะที่ Vontobel เคยคาดยอดขายสูงสุดราว $3bn ก่อนตัดออกจากประมาณการหลังผลทดลองครั้งนี้

4) แรงกดดันต่อการซื้อกิจการและ Valuation เพิ่มขึ้น

ความล้มเหลวของยาที่ได้จาก Avidity ทำให้เกิดคำถามต่อประสิทธิภาพการจัดสรรเงินทุนของ Novartis เพราะดีลมูลค่า $12bn เป็นการซื้อกิจการครั้งใหญ่ที่สุดในรอบประมาณหนึ่งทศวรรษ และถูกวางให้เป็นส่วนสำคัญในการสร้างการเติบโตระยะยาว

ส่งผลให้เป้าหมายการเติบโตหลังปี 2030 อาจทำได้ยากขึ้นหากไม่มีการควบรวมเพิ่มเติม ขณะที่หุ้น Novartis ก่อนข่าวซื้อขายที่มากกว่า 16x P/E ปี 2027 เทียบกับกลุ่มต่ำกว่า 13x ทำให้ส่วนเพิ่มของมูลค่าหุ้นมีความเสี่ยงถูกปรับลด หากความเชื่อมั่นต่อโครงการยาฟื้นตัวได้ช้า

5) มุมมองของ INVX

มองเป็น ลบต่อ Novartis ในเชิงโครงสร้างมากกว่าผลกระทบต่อกำไรระยะสั้น เพราะการล้มเหลวของ del-desiran และ pelacarsen พร้อมกันลดความชัดเจนของแหล่งการเติบโตหลังปี 2030 และเพิ่มความเสี่ยงที่บริษัทต้องกลับไปใช้ M&A เพื่อเติมโครงการยาใหม่ ซึ่งอาจเพิ่มทั้งต้นทุนและความเสี่ยงด้านผลตอบแทนจากเงินลงทุน นอกจากนี้ ความล้มเหลวของ del-desiran ซึ่งเป็นสินทรัพย์สำคัญจากดีล Avidity ยังอาจทำให้ตลาดเพิ่มส่วนลดให้กับยาอีกสองตัวจากดีลเดียวกัน โดยเฉพาะ del-brax ใน FSHD ที่ต้องรอข้อมูล Phase III ถึงปี 2028 ดังนั้นระยะสั้นมองว่า valuation premium ของ Novartis มีโอกาสถูกกดดันต่อ แม้แนวโน้มยอดขายถึงปี 2030 ยังไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน