Café Invest
Markets

Accenture เผยงบ 3Q26 ดีกว่าคาด แต่แนวโน้มแย่ และซื้อกิจการ Cybersecurity ถึง 3 บริษัท

Accenture เผยงบ 3Q26 ดีกว่าคาด แต่แนวโน้มแย่ และซื้อกิจการ Cybersecurity ถึง 3 บริษัท

แม้ว่า Accenture เผยงบ 3Q26 กำไรดีกว่าคาด แต่ราคาหุ้นปรับตัวลงรุนแรงถึง 20% จาก New Bookings หดตัวลง โดยเฉพาะในกลุ่ม Managed Services ประกอบกับผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์จนต้องปรับลดเป้าหมายรายได้ทั้งปีลงเหลือ 3% - 4% ซึ่ง INVX มองว่า ภาพข้างต้นได้สะท้อนการชะลอตัวเชิงโครงสร้างของกลุ่ม IT Services ที่งบประมาณถูกดึงไปใช้กับ AI แทนงานที่ปรึกษาแบบดั้งเดิม ทั้งนี้บริษัทได้เข้าซื้อกิจการ Cybersecurity 3 บริษัท ซึ่งเรามองว่าจะกดดันราคาหุ้นต่อในระยะสั้น ขณะที่หากสามารถดึงส่วนแบ่งการตลาดได้ จะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาหุ้นในระยะข้างหน้า

ภาพรวมผลประกอบการ 3Q26

  • กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุง: เติบโตขึ้น 9% อยู่ที่ $3.80 ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้เล็กน้อยที่ $3.71 - $3.72
  • รายได้รวม: อยู่ที่ $18.72 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตขึ้น 5.6% ในรูปสกุลเงินดอลลาร์ หรือเติบโต 3% เมื่อคำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ ซึ่งตัวเลขนี้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้
  • อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงาน: ขยายตัวเพิ่มขึ้น 20 Basis Points สู่ระดับ 17.0% จากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

ตารางสรุปผลการดำเนินงาน

ตัวเลขทางการเงิน

3Q26

YoY %

QoQ %

เปรียบเทียบกับคาดการณ์ของตลาด

รายได้รวม

$18.72 พันล้าน

+5.6%

-0.1%

ต่ำกว่าคาด

ยอดจองซื้อใหม่ (New Bookings)

$19.32 พันล้าน

-2.0%

-12.6%

ต่ำกว่าคาดอย่างมาก

กำไรสุทธิ

$2.39 พันล้าน

+8.7%

+4.4%

ดีกว่าคาด

กำไรต่อหุ้น

$3.80

+8.9%

+3.2%

ดีกว่าคาด

อัตราส่วนกำไรขั้นต้น

32.8%

-7 bps

-10 bps

ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย

อัตราส่วนกำไรดำเนินงาน

17.0%

+20 bps

+320 bps

ดีกว่าคาดเล็กน้อย


สัญญาณอันตรายจากยอดจองซื้อและปัจจัยฉุดรั้งทางธุรกิจ

แม้ว่ากำไรต่อหุ้นดีกว่าคาด แต่สิ่งที่ทำให้ตลาดทุนเกิดความกังวลอย่างรุนแรงคือ New Bookings ที่ลดลง 2% อยู่ที่ $19.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาดอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • Managed Services หดตัวรุนแรง: New Bookings ในส่วนงานบริการจัดการระบบลดลงถึง 15% อยู่ที่ $9.06 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากมีดีลขนาดใหญ่หลายดีลถูกเลื่อนไปเป็นปีงบประมาณ 2027 ด้วยเหตุผลเฉพาะของตัวลูกค้าเอง
  • ผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์: สงครามในตะวันออกกลางสร้างความเสียหายต่อรายได้ในไตรมาสนี้โดยตรงราว $100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งกระทบในฝั่งงานที่ปรึกษาทั้งหมด และส่งผลกระทบต่อเนื่องในเชิงอ้อมทำให้เกิดการชะลอตัวของการตัดสินใจของลูกค้า ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวมถึง $400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และสินค้าอุปโภคบริโภคที่เริ่มตัดลดงบประมาณการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในช่วงปลายไตรมาส

ปรับลดเป้าหมายรายได้ทั้งปีและการตอบรับของตลาด

จากความไม่แน่นอนทางมหภาคที่สูงขึ้น ส่งผลให้ผู้บริหารของ Accenture ตัดสินใจปรับลดกรอบบนของเป้าหมายการเติบโตของรายได้ทั้งปีงบประมาณ 2026 ลงมาอยู่ที่ 3% ถึง 4% ในรูปสกุลเงินท้องถิ่น จากเดิมคาดไว้ที่ 3% ถึง 5%

นอกจากนี้ การคาดการณ์รายได้ในไตรมาส 4 ที่กรอบ $17.75 - $18.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าต่ำกว่าตัวเลขที่ตลาดตั้งเป้าไว้ที่ $18.47 พันล้านดอลลาร์สหรัฐอย่างมาก

ปัจจัยลบทั้งหมดนี้ส่งผลให้เกิดแรงเทขายอย่างหนัก ฉุดให้ราคาหุ้นของ Accenture ดิ่งลงระหว่างวันสูงสุดถึง 20% ซึ่งนับเป็นการลดลงภายในวันเดียวที่ย่ำแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท เนื่องจากนักลงทุนเกิดความกลัวว่าเทคโนโลยี AI กำลังเข้ามาทดแทนความต้องการจ้างงานที่ปรึกษาแบบดั้งเดิม

เข้าซื้อกิจการ Cybersecurity 3 บริษัท และเปิดตัว Accenture Edge

Accenture ดำเนินกลยุทธ์แก้ปัญหาข้างต้น ผ่านการรุกเข้าสู่ตลาด Cyberseurity เพื่อสร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตตัวใหม่และลดการพึ่งพารายได้ที่ผูกกับจำนวนพนักงาน โดยAccenture ได้ประกาศแผนเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ 2 ประการ:

  1. การทุ่มทุนซื้อกิจการ Cybersecuity มูลค่า $4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ: บริษัทได้เข้าซื้อหุ้นใหญ่ใน Dragos ซึ่งผู้นำแพลตฟอร์มความปลอดภัยระบบควบคุมอุตสาหกรรม หรือ OT Security และเข้าซื้อกิจการทั้งหมดของ runZero และ NetRise การรวมกิจการครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างรายได้จากโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ เช่น โรงไฟฟ้า ท่อส่งน้ำมัน ดาต้าเซ็นเตอร์ ในยุคที่ภัยคุกคามจาก AI และภูมิรัฐศาสตร์ทวีความรุนแรง โดยกลุ่มบริษัทเหล่านี้มีรายได้ประจำปีอยู่ราว $208 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตราการเติบโตสูงถึง 53% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  2. การเปิดตัวข้อเสนอ Accenture Edge: เป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการและชุดซอฟต์แวร์เพื่อลงไปเจาะกลุ่มลูกค้า ตลาดกลาง ที่มีรายได้ระหว่าง $300 ล้าน ถึง $3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่มีมูลค่ารวมสูงถึง $240 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อทดแทนการชะลอตัวของโครงการขนาดใหญ่ในกลุ่มองค์กรใหญ่

มุมมองของ INVX

เรามองว่าการปรับลดเป้าหมายรายได้ของ Accenture ส่งสัญญาณเชิงลบในเชิงโครงสร้างต่อหุ้นกลุ่ม IT Services โดยเฉพาะบริษัทที่มีสัดส่วนรายได้จากงานที่ปรึกษาหรืองานลักษณะใช้ดุลยพินิจสูง เช่น Capgemini, Infosys และ Cognizant เนื่องจาก งบประมาณไอทีส่วนใหญ่ของลูกค้าถูกดึงไปใช้กับโครงสร้างพื้นฐาน AI และการซื้อสิทธิ์ใช้งานซอฟต์แวร์


ขณะที่เรามองว่าดีล M&A ข้างต้นจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันราคาหุ้นระยะสั้น จากต้นทุนในการปรับโครงสร้างและการลงทุนที่สูง ขณะเดียวกัน หาก Dragos สามารถผลักดันให้เกิดการใช้งานในวงกว้าง และสามารถดึงส่วนแบ่งทางการตลาดจากมูลค่ารวมของตลาด OT Security ที่คาดว่าจะสูงถึงเกือบ 59 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2031 ได้สำเร็จ จะเป็นปัจจัยบวกในระยะยาว

Accenture เผยงบ 3Q26 ดีกว่าคาด แต่แนวโน้มแย่ และซื้อกิจการ Cybersecurity ถึง 3 บริษัท | Café Invest