Café Invest
Research

AAV – แอร์เอเชีย กรุ๊ป ชี้แจงข้อกังวลของตลาด

AAV – แอร์เอเชีย กรุ๊ป ชี้แจงข้อกังวลของตลาด

แอร์เอเชีย กรุ๊ป เบอร์ฮาด (AAGB) จัดการประชุมสื่อมวลชนและนักวิเคราะห์ โดยมีคุณโทนี่ เฟอร์นานเดส ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษา เป็นผู้แถลงชี้แจงเพื่อยืนยันว่ากลุ่มยังมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ผู้บริหารระบุว่ากลุ่มมีสภาพคล่องเพียงพอในการรับมือกับราคาน้ำมันเครื่องบินที่อยู่ในระดับสูง และคาดว่าผลการดำเนินงานจะฟื้นตัวใน 4Q26 สำหรับประเด็นลูกหนี้การค้าระหว่าง AAV และกลุ่มบริษัท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการขายตั๋วเครื่องบินผ่านแพลตฟอร์มการจองของกลุ่ม คาดว่าจะปรับตัวลดลงตั้งแต่ 4Q26 แม้ว่าการชี้แจงดังกล่าวจะช่วยคลายความกังวลในระยะสั้นได้บางส่วน แต่เราเชื่อว่านักลงทุนมีแนวโน้มที่จะรอการพิสูจน์ผ่านพัฒนาการที่เป็นรูปธรรม เราคงคำแนะนำ NEUTRAL สำหรับ AAV ด้วยราคาเป้าหมาย 1 บาท

AAGB ยืนยันมีสภาพคล่องเพียงพอ ผู้บริหารยืนยันว่า AAGB (แอร์เอเชีย กรุ๊ป เบอร์ฮาด; AirAsia Group Berhad)  มีเงินสดเพียงพอในการดำเนินธุรกิจโดยไม่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลมาเลเซีย ปัจจุบันกลุ่มอยู่ระหว่างการระดมเงินกู้สูงสุด 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และจัดหาวงเงินสินเชื่อในประเทศอีก 700 ล้านริงกิตมาเลเซีย เพื่อรีไฟแนนซ์หนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง สำหรับแผนการระดมเงินกู้ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐนั้น AAGB ได้รับเอกสารข้อตกลงเงื่อนไขทางการเงิน (term sheet) ที่ลงนามเรียบร้อยแล้วจากกลุ่มธนาคารในตะวันออกกลาง และปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบสถานะ (due diligence) โดยคาดว่าจะสามารถปิดธุรกรรมทางการเงินได้ภายในช่วงเดือนธ.ค. 2026 ถึงม.ค. 2027 ผู้บริหารคาดว่าการดำเนินงานจะฟื้นตัวใน 4Q26 หลังจากปรับลดกำลังการให้บริการใน 2Q26–3Q26 เพื่อลดผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น โดยมองว่าสถานการณ์ปัจจุบันมีความรุนแรงน้อยกว่าช่วง COVID-19 เนื่องจากยังสามารถให้บริการเที่ยวบินได้ตามปกติและความต้องการเดินทางยังคงแข็งแกร่ง

คาดลูกหนี้การค้าระหว่างบริษัทจะลดลงในเชิงโครงสร้าง ยอดขายบัตรโดยสารประมาณ 50% ของของ AAV มาจากการจองตรง ซึ่งรายได้จะถูกส่งเข้าบริษัทโดยตรง ขณะที่อีก 50% ที่เหลือ (ส่วนใหญ่มาจากตัวแทนท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA)) ดำเนินการผ่านแพลตฟอร์มส่วนกลางของ แอร์เอเชีย เบอร์ฮาด (AAB) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ AAGB ภายใต้เงื่อนไขการชำระเงิน 30 วัน อย่างไรก็ตาม การโอนเงินจาก AAB ให้แก่ AAV เกิดความล่าช้าจากแรงกดดันด้านกระแสเงินสดหลังราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ยอดลูกหนี้การค้าระหว่างบริษัทของ AAV เพิ่มขึ้นจาก 9.0 พันลบ. ณ สิ้นปี 2025 เป็น 1.46 หมื่นลบ. ณ สิ้นเดือนมิ.ย. 2026 โดย AAV คาดว่ายอดลูกหนี้ระหว่างบริษัทจะลดลงตั้งแต่ 4Q26 โดยได้รับการสนับสนุนจากกระแสเงินสดของ AAB ที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น รวมถึงการปรับปรุงระบบ ซึ่งจะช่วยให้รายได้จาก OTA สามารถโอนเข้าสู่ AAV ได้โดยตรง ทั้งนี้คาดว่าจะเห็นความชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่เดือนต.ค. นอกจากนี้เงินสำรองสำหรับการซ่อมบำรุงใหญ่เครื่องยนต์ก็มีส่วนทำให้ยอดลูกหนี้ระหว่างบริษัทเพิ่มขึ้น แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลัก

การบริหารสภาพคล่องและกำลังการให้บริการของ AAV ผู้บริหารยืนยันว่า AAV จะชำระคืนหุ้นกู้มูลค่า 1.5 พันลบ. ในเดือนพ.ย. 2026 ตามกำหนด โดยไม่มีแผนที่จะเลื่อนการชำระแต่อย่างใด AAV มีแผนออกหุ้นกู้ใหม่เพื่อรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ที่จะครบกำหนด และคาดว่าธุรกรรมการขายเครื่องบินและเช่ากลับ (SLB) จะแล้วเสร็จในช่วงเดือนก.ย.-ต.ค. 2026 ซึ่งจะสร้างกระแสเงินสดรับจำนวน 1–2 พันลบ. ในด้านการดำเนินงาน AAV คาดว่าจะลดกำลังการการให้บริการลง 23% YoY ใน 3Q26 ก่อนที่จะชะลอการลดกำลังการให้บริการเป็น 10% YoY ใน 4Q26 เพื่อรองรับความต้องการเดินทางในดูกาลท่องเที่ยว (peak season) ผู้บริหารตั้งเป้าพลิกกลับมามีกำไรสุทธิใน 4Q26 โดยระบุว่าราคาบัตรโดยสารที่ขายสำหรับไตรมาสดังกล่าวสะท้อนสมมติฐานราคาน้ำมันที่ US$160–180/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันเครื่องบินในตลาดจร (spot) อยู่ที่ US$174/บาร์เรล

มุมมองของเรา: การดำเนินงานตามแผนเป็นปัจจัยสำคัญ แม้ว่าคำชี้แจงจาก AAGB และ AAV จะช่วยเพิ่มความชัดเจนเกี่ยวกับความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจและประเด็นลูกหนี้การค้าระหว่างบริษัท แต่ประเด็นที่ตลาดให้ความสำคัญยังคงอยู่ที่ความสามารถในการดำเนินงานตามแผน เราเชื่อว่านักลงทุนจะยังคงรอติดตามพัฒนาการที่เป็นรูปธรรม อาทิ ความสำเร็จในการรีไฟแนนซ์หนี้ของกลุ่ม การปิดดีลขายเครื่องบินและเช่ากลับ (SLB) ของ AAV รวมถึงการปรับลดลงอย่างชัดเจนของยอดลูกหนี้การค้าระหว่างบริษัทและระยะเวลาในการเรียกเก็บเงิน ความไม่แน่นอนที่ยังคงเหลืออยู่อาจสร้างแรงกดดันต่อราคาหุ้น AAV อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าหุ้นจะเผชิญแรงขายและปรับตัวลดลงมาแล้วในช่วงที่ผ่านมา ด้วยเหตุนี้ เรายังคงคำแนะนำ NEUTRAL สำหรับ AAV โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2026 ที่ 1 บาท อ้างอิง PBV ที่ 1.1 เท่า ซึ่งเป็นค่ากลางของหุ้นสายการบินในภูมิภาค

ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ 1) การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก 2) ราคาน้ำมันเครื่องบินที่ปรับตัวสูงขึ้น 3) เงินบาทที่อ่อนค่า และ 4) การแข่งขันที่รุนแรง เรามองว่าความเสี่ยงด้าน ESG คือ ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม (E) และประเด็นด้านสังคม เช่น ความปลอดภัย (S)

AAV – แอร์เอเชีย กรุ๊ป ชี้แจงข้อกังวลของตลาด | Café Invest