1. เงินเฟ้อสหรัฐฯ สูงกว่าคาด หลังราคาไข่พุ่ง
2. ทรัมป์ชี้เฟดควรลดดอกเบี้ย เพื่อรอนโยบายภาษีนำเข้าที่กำลังมา
3. พาวเวลล์ย้ำ เฟดจะไม่เร่งลดดอกเบี้ย
4. BIDU เตรียมเปิดตัว Ernie ท้าชน DeepSeek
5. ทำเนียบขาวแง้ม ภาษีระลอกใหม่มาคืนพฤหัสนี้

1. เงินเฟ้อสหรัฐฯ สูงกว่าคาด หลังราคาไข่พุ่ง
2. ทรัมป์ชี้เฟดควรลดดอกเบี้ย เพื่อรอนโยบายภาษีนำเข้าที่กำลังมา
3. พาวเวลล์ย้ำ เฟดจะไม่เร่งลดดอกเบี้ย
4. BIDU เตรียมเปิดตัว Ernie ท้าชน DeepSeek
5. ทำเนียบขาวแง้ม ภาษีระลอกใหม่มาคืนพฤหัสนี้
5 ประเด็นสำคัญที่คุณต้องรู้ สำหรับวันนี้ 13 กุมภาพันธ์ 2568
1. เงินเฟ้อสหรัฐฯ สูงกว่าคาด หลังราคาไข่พุ่ง อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนมกราคมเพิ่มขึ้นเกินคาด โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้น 0.5% จากเดือนก่อน และ 3% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าคาดการณ์ของตลาด ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (ไม่รวมอาหารและพลังงาน) เพิ่มขึ้น 3.3% ต่อปี ค่าเช่าที่อยู่อาศัยและราคาอาหาร โดยเฉพาะราคาไข่ที่พุ่งขึ้น 15.2% จากผลกระทบของไข้หวัดนก เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันเงินเฟ้อ DJI ร่วงหนักกว่า 225 จุดหลังรายงานนี้ ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจชะลอการลดดอกเบี้ยตามคำกล่าวของประธาน Fed เจอโรม พาวเวลล์ ทำให้ตลาดคาดการณ์เหลือลดดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้ง
2. ทรัมป์ชี้เฟดควรลดดอกเบี้ย เพื่อรอนโยบายภาษีนำเข้าที่กำลังมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เปลี่ยนจุดยืนอีกครั้งเกี่ยวกับนโยบายดอกเบี้ย โดยโพสต์บน Truth Social ว่าอัตราดอกเบี้ยควรถูกปรับลด ควบคู่ไปกับมาตรการภาษีศุลกากรที่กำลังจะมาถึง ขัดแย้งกับคำกล่าวของประธาน Fed เจอโรม พาวเวลล์ ที่ระบุว่าไม่จำเป็นต้องเร่งลดดอกเบี้ย ทรัมป์เคยเรียกร้องให้ลดดอกเบี้ยทันทีหลังเข้ารับตำแหน่ง แต่ต่อมาสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในเดือนมกราคม อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเขากลับมากดดันให้ Fed ผ่อนคลายนโยบายการเงินอีกครั้ง ขณะที่ตลาดคาดว่า Fed จะเริ่มลดดอกเบี้ยไม่เร็วกว่ากลางปี 2025
3. พาวเวลล์ย้ำ เฟดจะไม่เร่งลดดอกเบี้ย ประธาน Fed เจอโรม พาวเวลล์ย้ำว่า Fed ยังไม่เร่งลดดอกเบี้ย เนื่องจากเศรษฐกิจยังแข็งแกร่งและเงินเฟ้อยังสูงกว่าระดับเป้าหมาย 2% โดยระบุว่าการลดดอกเบี้ยเร็วเกินไปอาจกระทบต่อความก้าวหน้าในการควบคุมเงินเฟ้อ ขณะที่การลดช้าเกินไปอาจทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว พาวเวลล์ยังหลีกเลี่ยงการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายภาษีศุลกากรของทรัมป์ โดยเน้นว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายการเมือง ด้านตลาดคาดว่า Fed จะยังคงอัตราดอกเบี้ยที่ 4.25%-4.5% ไปจนถึงช่วงกลางปี 2025 ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะยาว เช่น อัตราดอกเบี้ยจำนอง อาจปรับลดลงในอนาคต
4. BIDU เตรียมเปิดตัว Ernie ท้าชน DeepSeek Baidu เตรียมเปิดตัว Ernie 5.0 ซึ่งเป็น AI รุ่นใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 โดยจะมีการปรับปรุงความสามารถด้านมัลติโหมดอย่างมาก ซึ่งหมายถึงการประมวลผลข้อความ วิดีโอ รูปภาพ และเสียงได้พร้อมกัน การพัฒนานี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรม AI ของจีน โดยเฉพาะหลังจาก DeepSeek เปิดตัวโมเดล AI ที่มีความสามารถด้านเหตุผลสูงและต้นทุนต่ำกว่าของ OpenAI ส่งผลให้ตลาดหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกผันผวน
5. ทำเนียบขาวแง้ม ภาษีระลอกใหม่มาคืนพฤหัสนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อาจประกาศแผน ภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) ก่อนพบกับนายกรัฐมนตรีอินเดีย นเรนทรา โมดี ในวันพฤหัสบดี โดยแผนนี้จะกำหนด ภาษีนำเข้าเท่ากับอัตราภาษีที่ประเทศคู่ค้าเรียกเก็บจากสินค้าสหรัฐฯ โดยต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาทรัมป์ได้ประกาศ ภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม 25% ไปแล้ว และกำลังพิจารณาภาษีเพิ่มเติมในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ยานยนต์และเภสัชกรรม อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าอุตสาหกรรมเหล่านี้อาจได้รับ ข้อยกเว้นบางส่วน ด้านอินเดียมีแนวโน้ม ลดภาษีในหลายภาคส่วน เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามการค้ากับสหรัฐฯ โมดีมีกำหนดพบเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ รวมถึง อีลอน มัสก์ เพื่อหารือเรื่องการขยายธุรกิจ Starlink และ Tesla ในอินเดีย
ประเด็นที่ต้องติดตาม: ติดตามการรายงาน GDP 4Q24 อังกฤษโดยคาดว่าจะรายงานออกมาที่ 1% YoY ทรงตัวจากช่วงก่อนหน้า , การรายงาน PPI ของสหรัฐฯ คาดว่าจะรายงานออกมาที่ 0.3% MoM เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้า 0.2% MoM และกรรายงานผลประกอบการของ DE , ABNB , AMAT , COIN , PANW , TWLO
มุมมองการลงทุน INVX – คาดตลาดสินทรัพย์เสี่ยงในสัปดาห์นี้มีโอกาสชะลอการฟื้นตัว เนื่องจากการรายงานผลประกอบการจะเริ่มมีอิทธิพลกับตลาดลดลง ในขณะที่นักลงทุนจะเบนเข็มไปให้ความสนใจด้านตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคมากยิ่งขึ้น อย่างการรายงานเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ตลอดจนการการแถลงการณ์ของเจอโรม พาวเวลล์ ต่อหน้าคองเกรสและทิศทางการออกมาตรการภาษีนำเข้าของทรัมป์อีกระลอก สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว (6 - 12 เดือนขึ้นไป) ทาง INVX ยังคงแนะนำทยอยสะสมการลงทุนตลาดหุ้นเวียดนามและทองคำตลอดจนหุ้นขนาดเล็กและกลุ่มการเงินสหรัฐฯ หลังผลการเลือกตั้งได้ข้อสรุป โดย INVX มองในระยะอีก 1 ปี ต่อจากนี้นโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์จะเน้นประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก จึงทำให้หุ้นสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะเติบโตได้เยอะกว่าประเทศอื่นๆ
📌 [Event Play] (ระยะสั้น 1-3 เดือน) INVX แนะนำลงทุนใน
กองทุน AFMOAT-HA หุ้นสหรัฐฯคุณภาพดี กระจายการลงทุนในธุรกิจที่มีปราการแข็งแกร่งและไม่กระจุกตัวในหุ้นใหญ่
กองทุน K-CHINA-A(A) หุ้นจีนเน้นการบริโภคที่จะได้รับประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจีนในช่วงต่อจากนี้
📌 [Theme play] (ระยะยาว 6-12 เดือน) INVX แนะนำลงทุนใน
กองทุน BGOLD ทองคำได้แรงหนุนจากอุปสงค์จากธนาคารกลางทั่วโลก และวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง
กองทุน ASP-USSMALL-A หุ้นสหรัฐฯ ขนาดเล็กคุณภาพดี จากแนวโน้มการฟื้นตัวกำไรและมีแนวโน้มฟื้นตัวโดดเด่นในระยะข้างหน้า รวมถึงได้ประโยชน์จากวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง
กองทุน PRINCIPAL VNEQ-A จากการเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง และกำไรเติบโตดี รวมถึงมีมูลค่าที่น่าสนใจ
กองทุน UGIS-N การลงทุนตราสารหนี้โลก เพื่อกระจายความเสี่ยงและรับผลตอบแทนช่วงดอกเบี้ยขาลง
กองทุน TUSFIN-A ลงทุนในหุ้นกลุ่มการเงินสหรัฐฯ รับประโยชน์จากนโยบายของ Trump 2.0