1. กลุ่มเซมิฯ ทะยานหลัง Foxconn โชว์รายได้กระฉุด
2. ฝั่งอนุรักษ์นิยมยุโรปเตรียมจับมือทรัมป์สร้างแนวร่วมขวาจัด
3. รัฐบาลทั่วโลกเตรียมออกกฎหมายควบคุม AI ในปี 2025
4. นักวิเคราะห์เตือนราคาสินค้าโภคภัณฑ์อาจถูกกดดันจากเศรษฐกิจโลก
5. ทรัมป์ปรับแผนภาษีนำเข้าไม่รุนแรงเท่าแผนแรก
5 ประเด็นสำคัญที่คุณต้องรู้ สำหรับวันนี้ (7 ม.ค. 2568)
1. กลุ่มเซมิฯ ทะยานหลัง Foxconn โชว์รายได้กระฉุด หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ หลังจาก Foxconn (2317) รายงานรายได้ไตรมาส 4 ปี 2024 ที่ทำสถิติสูงสุดถึง 2.1 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน (63.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 15% YoY โดยการเติบโตมาจากผลิตภัณฑ์คลาวด์และเน็ตเวิร์ก เช่น เซิร์ฟเวอร์ AI ของ NVDA ขณะที่สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ผู้บริโภค เช่น iPhone ลดลงเล็กน้อย หุ้น TSM, SK Hynix (000660) และ Samsung (005930)ในเอเชีย รวมถึง ASML และ Infineon (1IFX) ในยุโรปปรับขึ้น ส่วน NVDA และ AMD ในสหรัฐฯ ได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากแผนลงทุน 80 พันล้านดอลลาร์ในดาต้าเซ็นเตอร์ของ MSFT เพื่อตอบสนองความต้องการ AI ที่เพิ่มขึ้น
2. ฝั่งอนุรักษ์นิยมยุโรปเตรียมจับมือทรัมป์สร้างแนวร่วมขวาจัด นายกรัฐมนตรีอิตาลี จอร์เจีย เมโลนี เยือนมารา-ลาโก พบกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ โดนัลด์ ทรัมป์ โดยเมโลนีได้รับคำชมจากทรัมป์ว่าเป็น "ผู้หญิงที่ยอดเยี่ยม" และโพสต์ว่าพร้อมทำงานร่วมกัน การพบปะนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ในช่วงที่ยุโรปอาจได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีนำเข้า 10% ของทรัมป์ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจอิตาลีถึง 7 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ เมโลนียังสร้างสัมพันธ์กับอีลอน มัสก์ ซึ่งคาดว่าจะมีบทบาทสำคัญในรัฐบาลใหม่ของทรัมป์ด้วย
3. รัฐบาลทั่วโลกเตรียมออกกฎหมายควบคุม AI ในปี 2025 การกำกับดูแล AI ทั่วโลกจะเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมที่ปรึกษาธุรกิจอย่างอีลอน มัสก์และวิเวก รามาสวามี อาจผลักดันนโยบายสนับสนุนเทคโนโลยี AI ของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน สหภาพยุโรปเดินหน้ากฎระเบียบเข้มงวดผ่านกฎหมาย AI Act แต่เผชิญแรงกดดันจากบริษัทเทคโนโลยี ขณะที่อังกฤษเน้นแนวทางกฎระเบียบที่ยืดหยุ่น ด้านความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีนใน AI อาจเพิ่มสูงขึ้น เมื่อทั้งสองประเทศแข่งขันกันเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี พร้อมความกังวลเกี่ยวกับการพัฒนา AI ที่อาจเกินการควบคุม
4. นักวิเคราะห์เตือนราคาสินค้าโภคภัณฑ์อาจถูกกดดันจากเศรษฐกิจโลก ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในปี 2025 คาดว่าจะลดลงจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า ยกเว้นราคาทองคำและก๊าซธรรมชาติที่อาจเพิ่มสูงขึ้น ด้าน BullionVault คาดว่าทองคำจะได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความต้องการป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน ขณะที่ราคาก๊าซธรรมชาติอาจพุ่งจากความต้องการ LNG ที่เพิ่มขึ้นและวิกฤตพลังงานในยุโรป น้ำมันและทองแดงอาจเผชิญแรงกดดันจากอุปทานส่วนเกินและนโยบายเศรษฐกิจใหม่ ส่วนราคาสินค้าเกษตร เช่น โกโก้และกาแฟ อาจปรับลดลงจากการเพิ่มกำลังผลิตและการลดความต้องการของตลาด
5. ทรัมป์ปรับแผนภาษีนำเข้าไม่รุนแรงเท่าแผนแรก โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พิจารณาแผนกำหนดภาษีนำเข้าที่มุ่งเป้าสินค้าและบริการบางประเภทแทนการกำหนดอัตราภาษีแบบครอบคลุมทุกสินค้า รายงานจาก Washington Post ระบุว่านโยบายนี้อาจสร้างผลกระทบต่อการค้าโลกอย่างมาก แม้จะไม่รุนแรงเท่ากับแผนก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ปฏิเสธรายงานดังกล่าวผ่าน Truth Social โดยยืนยันว่านโยบายภาษีของเขายังคงเดิม นักเศรษฐศาสตร์กังวลว่าการกำหนดภาษีที่รุนแรงอาจทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ในขณะที่ยังไม่ชัดเจนว่าสินค้าประเภทใดที่จะได้รับผลกระทบ แต่มีการพูดถึงโลหะอุตสาหกรรม อุปกรณ์การแพทย์ และพลังงาน
ประเด็นที่ต้องติดตาม: การรายงานเงินเฟ้อของยุโรปโดยคาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะรายงานออกมาที่ 2.4% YoY เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้าที่ 2.2% YoY , อัตราการว่างงานของยุโรป โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 6.4% จากช่วงก่อนหน้าที่ 6.3% , ISM Service PMI จากสหรัฐฯ โดยคาดว่าจะรายงานออกมาเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 53.5 จากช่วงก่อนหน้าที่ 52.3 และตำแหน่งงานเปิดรับใหม่ (JOLT) โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 7.65 ล้านตำแหน่งจากช่วงก่อนหน้าที่ 7.74 ล้านตำแหน่ง
มุมมองการลงทุน INVX – คาดตลาดสินทรัพย์เสี่ยงยังคงอยู่ในภาวะพักตัว โดยเราประเมินว่านักลงทุนจะเริ่มให้น้ำหนักกับการรายงานตัวเลขแรงงานและการพรีวิวผลประกอบการ 4Q24 ตลอดจนรายงานการประชุม FOMC ของสหรัฐฯ ในช่วงสัปดาห์นี้เป็นหลัก สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว (6 - 12 เดือนขึ้นไป) ทาง INVX ยังคงแนะนำทยอยสะสมการลงทุนตลาดหุ้นเวียดนามและทองคำตลอดจนหุ้นขนาดเล็กสหรัฐฯ หลังผลการเลือกตั้งได้ข้อสรุป โดย INVX มองในระยะอีก 1 ปี ต่อจากนี้นโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์จะเน้นประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก จึงทำให้หุ้นสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะเติบโตได้เยอะกว่าประเทศอื่นๆ
📌 [Event Play] (ระยะสั้น 1-3 เดือน) INVX แนะนำลงทุนใน
กองทุน KT-PRECIOUS หุ้นเหมืองทอง เนื่องจากราคาหุ้นเหมืองทองยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นตามราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมา
กองทุน AFMOAT-HA หุ้นสหรัฐฯคุณภาพดี กระจายการลงทุนในธุรกิจที่มีปราการแข็งแกร่งและไม่กระจุกตัวในหุ้นใหญ่
กองทุน K-CHINA-A(A) หุ้นจีนเน้นการบริโภคที่จะได้รับประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจีนในช่วงต่อจากนี้
📌 [Theme play] (ระยะยาว 6-12 เดือน) INVX แนะนำลงทุนใน
กองทุน BGOLD ทองคำได้แรงหนุนจากอุปสงค์จากธนาคารกลางทั่วโลก และวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง
กองทุน ASP-USSMALL-A หุ้นสหรัฐฯ ขนาดเล็กคุณภาพดี จากแนวโน้มการฟื้นตัวกำไรและมีแนวโน้มฟื้นตัวโดดเด่นในระยะข้างหน้า รวมถึงได้ประโยชน์จากวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง
กองทุน PRINCIPAL VNEQ-A จากการเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง และกำไรเติบโตดี รวมถึงมีมูลค่าที่น่าสนใจ
กองทุน UGIS-N การลงทุนตราสารหนี้โลก เพื่อกระจายความเสี่ยงและรับผลตอบแทนช่วงดอกเบี้ยขาลง
กองทุน TUSFIN-A ลงทุนในหุ้นกลุ่มการเงินสหรัฐฯ รับประโยชน์จากนโยบายของ Trump 2.0