Café Invest
Markets

5 Bites Breakfast - 5 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้ 19 ธ.ค. 2567

5 Bites Breakfast - 5 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้ 19 ธ.ค. 2567

1.ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงถล่ม หลังเฟดมองดอกเบี้ยปีหน้าลดเพียง 2 ครั้ง

2.จิม แครมเมอร์ติง เฟดส่งสัญญาณผิด ฉุดตลาดหุ้นดิ่ง

3.จำนวนหุ้น IPO จดทะเบียนในตลาดฮ่องกงเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี

4.หุ้นชิปน้องใหม่ KIOXIA จากญี่ปุ่นเปิดตัวแรงพุ่ง 10%

5.แบงค์ชาติคงดอกเบี้ย รับมือความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

5 ประเด็นสำคัญที่คุณต้องรู้ สำหรับวันนี้ (19 ธันวาคม 2567)

1. ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงถล่ม หลังเฟดมองดอกเบี้ยปีหน้าลดเพียง 2 ครั้ง ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 4.25-4.5% ซึ่งเป็นการลดครั้งที่ 3 ติดต่อกัน พร้อมส่งสัญญาณลดเพิ่มอีก 2 ครั้งในปี 2025 โดยประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์ ชี้ว่าการลดดอกเบี้ยครั้งนี้ทำให้ท่าทีทางนโยบาย "ไม่เข้มงวดเท่าเดิม" ในขณะที่ตลาดหุ้นกลับมองว่าท่าทีของเฟดนั้นมีแนวโน้มผ่อนคลายน้อยลง ส่งผลให้ตลาดหุ้นดาวโจนส์ร่วงกว่า 1,100 จุด ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลพุ่งขึ้น นอกจากนี้ เฟดยังปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP สหรัฐปี 2024 เป็น 2.5% และปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปสู่ระดับ 2.4% และเงินเฟ้อพื้นฐาน 2.8% ซึ่งยังเกินเป้าหมาย 2% ของเฟด

2. จิม แครมเมอร์ติง เฟดส่งสัญญาณผิด ฉุดตลาดหุ้นดิ่ง จิม แครมเมอร์ นักวิเคราะห์จาก CNBC วิจารณ์การตัดสินใจลดดอกเบี้ยของเฟด 0.25% โดยมองว่า ประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์ ส่งสัญญาณผิดพลาด โดยระบุว่าการลดดอกเบี้ย "ไม่ชัดเจน" ว่าจำเป็นจริง แครมเมอร์ชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่กำลังเติบโต (เช่น เทคโนโลยีศูนย์ข้อมูล) และส่วนที่ซบเซา (เช่น อสังหาริมทรัพย์และรถยนต์) ซึ่งทำให้การตัดสินใจของเฟดยากขึ้น นอกจากนี้ เขายังเตือนถึงความร้อนแรงของ BTC และการเก็งกำไรในตลาดที่เฟดอาจมองข้าม พร้อมระบุว่าเฟดควรใช้ท่าที "รอดูสถานการณ์" แทนการส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยล่วงหน้า ซึ่งเป็นสาเหตุให้ตลาดหุ้นร่วงหนักในวันเดียวกัน

3. จำนวนหุ้น IPO จดทะเบียนในตลาดฮ่องกงเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ปริมาณการจดทะเบียนซื้อขายหุ้นในตลาดหุ้นฮ่องกงฟื้นตัวครั้งแรกในรอบ 4 ปี โดยมูลค่าการระดมทุนรวม 10.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่า 80% จากปี 2023 นำโดยการเข้าจดทะเบียนของ Midea Group (000333) ที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้น 36% หลังได้รับแรงหนุนจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน อย่างไรก็ตาม หุ้นใหม่บางตัว เช่น Horizon Robotics (9660) และ China Resources Beverage (2460) ยังร่วงต่ำกว่าราคาเสนอขาย ด้านผู้เชี่ยวชาญมองว่าการฟื้นตัวของตลาดจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า "V-shaped" ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งมีแนวโน้มปิดบวกครั้งแรกในรอบ 4 ปี เพิ่มขึ้นกว่า 16% นับตั้งแต่ต้นปี

4. หุ้นชิปน้องใหม่จากญี่ปุ่นเปิดตัวแรงพุ่ง 10% หุ้น Kioxia (285A) ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำจากญี่ปุ่น เปิดตัวในตลาดหุ้นโตเกียวโดยราคาปิดที่ 1,601 เยน เพิ่มขึ้น 10% จากราคาเสนอขายที่ 1,455 เยน หลังจากระดมทุนได้กว่า 120,000 ล้านเยน (800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ผ่านการเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 71.8 ล้านหุ้น และมีหุ้นที่เสนอขายบางส่วนมาจาก Bain Capital (BCSF) และ Toshiba (6588) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ Kioxia (285A) เคยเลื่อนแผน IPO มาแล้วถึง 2 ครั้ง โดยรอบนี้มีความท้าทายเนื่องจากสัดส่วนหุ้นในตลาดอยู่ที่ 28.09% ซึ่งต่ำกว่าข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ Prime Market ที่ 35%

5. แบงค์ชาติคงดอกเบี้ย รับมือความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.25% เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากนโยบายเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทยคาดโต 2.7% ในปี 2024 และ 2.9% ในปี 2025 โดยมีภาคท่องเที่ยวและอุปสงค์ในประเทศเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์และ SMEs บางกลุ่มยังฟื้นตัวช้า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดอยู่ที่ 0.4% และ 1.1% ในปี 2024 และ 2025 ตามลำดับ ส่วนเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องตามทิศทางนโยบายเฟด กนง.จะติดตามสถานการณ์ตลาดการเงินโลกอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

ประเด็นที่ต้องติดตาม: การประชุมนโยบายการเงินของ BOJ โดยคาดว่าจะคงดอกเบี้ย ไว้ ณ ระดับ 0.25% , การรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากเยอรมนีโดยคาดว่าจะรายงานออกมาที่ -22 จากช่วงก่อนหน้าที่ -23.3 , การประชุมนโยบายการเงินของ BOE โดยคาดว่าจะคงดอกเบี้ย ไว้ ณ ระดับ 4.75% จากช่วงก่อนหน้า

มุมมองการลงทุน INVX – ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงสัปดาห์นี้ ยังมองตลาดฟื้นตัวต่อ แต่จะแกว่งตัวแคบก่อนการประชุม FOMC จะสิ้นสุด โดยเราคาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยตามแผนที่ Fed เคยสื่อสารไว้ได้ในช่วงก่อนหน้านี้ อีกทั้งหาก FOMC Projection ในช่วงปี 2025 ยังมองลดดอกเบี้ย 4 ครั้งจะทำให้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงมีโอกาสฟื้นตัวต่อได้ สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว (6 - 12 เดือนขึ้นไป) ทาง INVX ยังคงแนะนำทยอยสะสมการลงทุนตลาดหุ้นเวียดนามและทองคำตลอดจนหุ้นขนาดเล็กสหรัฐฯ หลังผลการเลือกตั้งได้ข้อสรุป โดย INVX มองในระยะอีก 1 ปี ต่อจากนี้นโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์จะเน้นประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก จึงทำให้หุ้นสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะเติบโตได้เยอะกว่าประเทศอื่นๆ

📌 [Event Play] (ระยะสั้น 1-3 เดือน) INVX แนะนำลงทุนใน

กองทุน KT-HiDiv-A จากแรงหนุนของการจัดตั้งกองทุนวายุภักษ์ที่จะสร้างสภาพคล่องให้กับตลาดหุ้นไทย

กองทุน KT-PRECIOUS หุ้นเหมืองทอง เนื่องจากราคาหุ้นเหมืองทองยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นตามราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมา

กองทุน AFMOAT-HA หุ้นสหรัฐฯคุณภาพดี กระจายการลงทุนในธุรกิจที่มีปราการแข็งแกร่งและไม่กระจุกตัวในหุ้นใหญ่

กองทุน K-CHINA-A(A) หุ้นจีนเน้นการบริโภคที่จะได้รับประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจีนในช่วงต่อจากนี้

📌 [Theme play] (ระยะยาว 6-12 เดือน) INVX แนะนำลงทุนใน

กองทุน BGOLD ทองคำได้แรงหนุนจากอุปสงค์จากธนาคารกลางทั่วโลก และวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง

กองทุน ASP-USSMALL-A หุ้นสหรัฐฯ ขนาดเล็กคุณภาพดี จากแนวโน้มการฟื้นตัวกำไรและมีแนวโน้มฟื้นตัวโดดเด่นในระยะข้างหน้า รวมถึงได้ประโยชน์จากวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง

กองทุน PRINCIPAL VNEQ-A จากการเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง และกำไรเติบโตดี รวมถึงมีมูลค่าที่น่าสนใจ

กองทุน UGIS-N การลงทุนตราสารหนี้โลก เพื่อกระจายความเสี่ยงและรับผลตอบแทนช่วงดอกเบี้ยขาลง

5 Bites Breakfast - 5 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้ 19 ธ.ค. 67 | Café Invest