1.หุ้นสหรัฐ ปิดตัวในกรอบแคบ หลังไร้ปัจจัยใหม่
2.นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลเตือนสงครามการค้าอาจขยายวงกว้าง
3.ความต้องการ AI อาจทำชิปและเซมิคอนดักเตอร์ขาดตลาดครั้งใหม่
4.GOOGL ยื่นฟ้อง MSFT ผูกขาดตลาดต่อ EC
5.การเป็นมหาอำนาจด้านชิปของอินเดียอาจไม่ง่าย
5 Bites Breakfast - 5 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้ 26 ก.ย. 2567

5 ประเด็นสำคัญที่คุณต้องรู้ สำหรับวันนี้ (26 กันยายน 2567)
1.ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดตัวในกรอบแคบ หลังไร้ปัจจัยใหม่ โดยดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมาแกว่งตัวผันผวนและปิดในกรอบแคบ หลังทดสอบจุดสูงสุดใหม่ในต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยดัชนี S&P 500 ปิด ณ ระดับ 5722.27 หรือราว -0.19% และด้าน NASDAQ 100 ปิด ณ ระดับ 19972.61 หรือปรับตัวขึ้นราว +0.14% จากการรอคอยการให้สัมภาษณ์ของเจอโรม พาวเวลล์ในคืนนี้ หลังตัวเลขยอดขายบ้านใหม่ชะลอตัว ไปในทิศทางเดียวกับยอดผู้ขอกู้บ้านด้วยเช่นกันเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหนน้า
2.นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลเตือนสงครามการค้าอาจขยายวงกว้าง หลังการขึ้นภาษีนำเข้าในหลายปีที่ผ่านมา ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีนเริ่มส่งผลกระทบต่อกระแสการค้าโลก ซึ่งสร้างทั้งโอกาสและความเสี่ยงให้กับประเทศกำลังพัฒนา ตามที่โจเซฟ สติกลิตซ์ ผู้ได้รับรางวัลโนเบล กล่าว หลังการขึ้นภาษีกับจีน ความสัมพันธ์ทางการค้ารูปแบบใหม่ก็เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่เอเชียไปจนถึงละตินอเมริกา เขากล่าว เราอยู่ในระยะแรกที่เห็นจีนมีการขนส่งสินค้าจากไปยังเวียดนาม และไปยังเม็กซิโก ซึ่งนั่นเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของกระแสการค้าเท่านั้น และอาจจะทำให้สหรัฐฯ ต้องขึ้นภาษีประเทศเกิดใหม่อื่นๆ ตามมา
3.ความต้องการ AI อาจทำชิปและเซมิคอนดักเตอร์ขาดตลาดครั้งใหม่ ความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ที่มาจากการเติบโตของอุปสงค์ในปัญญาประดิษฐ์และสมาร์ทโฟนและแล็ปท็อป อาจส่งผลให้เกิดการขาดแคลนชิปทั่วโลกครั้งต่อไป ตามรายงานของ Bain & Company การขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ครั้งใหญ่ครั้งล่าสุดเคยเกิดขึ้นในช่วงการระบาดของโควิด-19 ท่ามกลางการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานและความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้คนถูกบังคับให้อยู่บ้าน Bain & Company กล่าวว่าความต้องการหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) อุปกรณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์และภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นอาจกระตุ้นให้เกิดการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ครั้งถัดไป
4.GOOGL ยื่นฟ้อง MSFT ผูกขาดตลาดต่อ EC ด้าน GOOGL ระบุในคำร้องต่อต้านการผูกขาดที่ยื่นต่อ European Commission เมื่อวันพุธว่า MSFT ใช้สัญญาอนุญาตสิทธิ์ที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจคลาวด์คอมพิวติ้งอย่าง Azure เพื่อขัดขวางการแข่งขัน โดยในคำร้อง GOOGL ซึ่งอยู่ในอันดับ 3 ของโลกในตลาดคลาวด์คอมพิวติ้ง รองจากผู้นำตลาดอย่าง AMZN Web Services และ Azure ด้าน GOOGL กล่าวหาว่า MSFT ทำให้ลูกค้าย้ายงานของตนไปยังคลาวด์ของคู่แข่งได้ยากขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทคลาวด์หลายแห่งตกลงยอมความกับ MSFT เมื่อเดือนกรกฎาคม
5.การเป็นมหาอำนาจด้านชิปของอินเดียอาจไม่ง่าย สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานมุมมองของ ริชิ ภัทนาการ ประธานคณะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีแห่งอนาคตของสถาบันวิศวกรรมและเทคโนโลยีถึงความพยายามผลักดันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของภาครัฐ หลังนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดีได้มีการตั้งเป้าให้มีขนาดอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จากปัจจุบันที่ 1.55 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ สู่ระดับ 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2030 โดยริชิกล่าวว่า อินเดียยังตามหลังจีนอยู่มากในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ แม้ว่าอินเดียอาจจะสามารถตามทันได้ แต่จีนอาจะวิ่งได้เร็วกว่า เนื่องจากอุตสาหกรรมการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของอินเดียยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
ประเด็นที่ต้องติดตาม: ติดตามการรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเยอรมัน (Gfk Consumer Confidence) โดยคาดว่าจะรายงานออกมาที่ -21.5 ใกล้เคียงกับช่วงก่อนหน้าที่ -22 , การรายงานคำสั่งซื้อสินค้าคงทนจากสหรัฐฯ MoM โดยคาดว่าจะชะลอตัวต่อเนื่อง -2.6% จากช่วงก่อนหน้าที่ 9.9% , GDP 2Q24 ของสหรัฐฯ QoQ คาดว่าจะรายงานออกมาที่ 3% จากช่วงก่อนหน้าที่ 1.4% แต่ทรงตัวจากประมาณการครั้งที่ 2 และการให้สัมภาษณ์ของเจอโรม พาวเวลล์
มุมมองการลงทุน INVX – ผลการประชุมนโยบายการเงินสหรัฐฯ หนุนการฟื้นตัวตลาดสินทรัพย์เสี่ยงต่อเนื่อง โดยเราคาดว่าตัวเลขเงินเฟ้อในสัปดาห์นี้จะมีผลกับการลงทุนน้อยกว่าถ้อยแถลงของพาวเวลล์ในช่วงกลางสัปดาห์ สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว (6 - 12 เดือนขึ้นไป) ทาง INVX แนะนำทยอยสะสมการลงทุนตลาดหุ้นเวียดนามและทองคำตลอดจนหุ้นขนาดเล็กสหรัฐฯ ระหว่างการปรับฐาน เพื่อปรับพอร์ตเข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่จะได้รับประโยชน์ในช่วงหลังการเลือกตั้งของสหรัฐฯ
ด้านการลงทุนระยะสั้น (1-3 เดือน) INVX แนะนำลงทุนในตลาดหุ้นไทยผ่านกองทุน KT-HiDiv-A จากแรงหนุนของการจัดตั้งกองทุนวายุภักษ์ที่จะสร้างสภาพคล่องให้กับตลาดหุ้นไทย ตลอดจนลงทุนในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ผ่านกองทุน SCBKEQTG หลังมีการปรับตัวลงสวนทางกับกำไรที่ยังเติบโต , การลงทุนในหุ้นเหมืองทองระยะสั้นเนื่องจากราคาหุ้นในกลุ่มยังไม่ได้สะท้อนการปรับขึ้นของราคาทองคำผ่านกองทุน KT-PRECIOUS ตลอดจนการลงทุนในหุ้นจีนหลังทิศทางนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมีนัยสำคัญ ผ่าน K-CHINA-A(A) กองทุนหุ้นจีนเชิงรุกคุณภาพสูง สไตล์ High Conviction
สำหรับคำแนะนำการลงทุนระยะกลางยาว (6 – 12 เดือน) หลังทิศทางดอกเบี้ยมีความชัดเจนมากขึ้นประกอบกับเศรษฐกิจโดยรวมยังคงเติบโตได้ โดยเราแนะนำเข้าลงทุนในทองคำผ่านกองทุน BGOLD และแนะนำกระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนในหุ้นขนาดเล็กของสหรัฐฯ เชิงคุณภาพอย่าง ASP-USSMALL ตลอดจนการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม จากการเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่งและมีมูลค่าที่น่าสนใจผ่านกองทุน PRINCIPAL VNEQ-A
