Café Invest
Markets

5 Bites Breakfast - 5 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้ 17 ก.ย. 2567

5 Bites Breakfast - 5 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้ 17 ก.ย. 2567

1.หุ้นสหรัฐแกว่งในกรอบแคบ รอผลประชุม FOMC
2.แบบสำรวจโชว์ BOJ มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเร็วสุดเดือนธันวาคม
3.AAPL ร่วง หลังยอดขาย iPhone 16 อาจลดลง
4.ตัวเลขเศรษฐกิจจีนชะลอตัว กดดันให้นักวิเคราะห์ปรับลด GDP
5.RBI กังวลยอดเงินฝากในอินเดียส่งสัญญาณเสียสมดุล

5 ประเด็นสำคัญที่คุณต้องรู้ สำหรับวันนี้ 17 กันยายน 2567

1.ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดต้นอาทิตย์ในกรอบแคบ รอผลการประชุม FOMC ด้านดัชนีตลาดสหรัฐฯ ในคืนที่ผ่านปิดปรับตัวบวกลบในกรอบแคบเล็กน้อย โดยดัชนี S&P 500 ปิดปรับตัวบวกได้ราว +0.13% ณ ระดับ 5633.08 จุด ในด้านของ NASDAQ 100 ปรับตัวลดลงราว -0.47% สู่ระดับ 19423.06 จุด จากการปรับตัวลงในหุ้นขนาดใหญ่อย่าง AAPL -2.78% , NVDA -1.95% และ AMZN -0.86% การปรับตัวลดลงของราคาหุ้นมาจากปัจจัยเฉพาะตัว ในขณะที่ภาพตลาดโดยรวมนั้นยังรอผลการประชุมเฟดในช่วงกลางสัปดาห์ส่งผลให้การเคลื่อนไหวไร้ทิศทาง

2.แบบสำรวจโชว์ BOJ มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเร็วสุดเดือนธันวาคม ด้านสำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานผลการสำรวจของนักเศรษฐศาสตร์จำนวน 32 รายต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ ในช่วงที่เหลือของปี โดยพบว่านักเศรษฐศาสตร์ส่วนมากเชื่อว่าในการประชุม BOJ สัปดาห์นี้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านดอกเบี้ยใดๆ อย่างไรก็ตาม การประชุมในช่วงเดือนตุลาคมและธันวาคมนั้นความไม่แน่ไม่นอนจะสูงขึ้น เนื่องจากเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงจากค่าแรงมีปรับตัวขึ้นทำให้โอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยสิ้นปีนี้เริ่มกลับมา โดยผลสำรวจระบุว่าโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยเดือนตุลาคมนั้นอยู่ที่ 43.75% และโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยเดือนธันวาคมนั้นอยู่ที่ราว 56.25% และมองค่าเงินเยนเฉลี่ยที่ 140.2 เยนต่อดอลลาร์

3.AAPL ร่วง หลังยอดขาย iPhone 16 อาจลดลง ราคาเปิดของหุ้น AAPL มีการปรับตัวลดลงราว -2.78% ในช่วงคืนวันจันทร์หลังจากมีรายงานว่าความต้องการ iPhone 16 รุ่นใหม่ต่ำกว่าที่คาดไว้ โดยลดลง 12% YoY จากยอดขาย iPhone 15 ในสุดสัปดาห์แรกของปีที่แล้ว ด้านนักวิเคราะห์ Ming-Chi Kuo จาก TF Securities ประเมินว่าสาเหตุมาจาก Apple Intelligence ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดขายหลักของรุ่นใหม่ยังไม่พร้อมใช้งานจนกว่าจะถึงเดือนหน้าในเวอร์ชันเบต้า ประกอบกับความเห็นของนักวิเคราะห์จาก BAC และ JPM ถึงระยะเวลาในการจัดส่งที่ช้าอาจทำให้ความต้องการรุ่น iPhone Pro ใหม่ล่าสุดลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

4.ตัวเลขเศรษฐกิจจีนชะลอตัวกดดันให้นักวิเคราะห์ปรับลด GDP หลังทางการจีนมีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นแนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่อง ทำให้นักวิเคราะห์ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP ทั้งปีของจีนลง ล่าสุดทั้งทาง GS และ C ได้มีการปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP ทั้งปี 2024 จีนลดลงเหลือเพียง 4.7% YoY ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าอัตราการเติบโตเป้าหมายของทางการจีนที่ 5% โดย GS ให้ความเห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่สูงว่าทางการจีนจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโตได้ที่ 5% จากการบริโภคภายในประเทศที่ชะลอตัว แม้ว่าทางการจีนจะพยายามจะออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาตลอดทางก็ตาม

5.RBI กังวลยอดเงินฝากในอินเดียส่งสัญญาณเสียสมดุล ด้านผู้ว่าการธนาคารกลางอินเดียหรือ RBI นาย Shaktikanta Das ได้มีการให้สัมภาษณ์ถึงความกังวลของ RBI หลังยอดเงินฝากและสินเชื่อในระบบเศรษฐกิจอินเดียนั้นเริ่มส่งสัญญาณเสียสมดุล โดยพบว่าการเติบโตของเงินฝากในระบบธนาคารอินเดียนั้นเติบโตได้ช้ากว่ายอดปล่อยสินเชื่อในระบบราว 3.5% - 4% โดยรอยเตอร์รายงานว่าอัตราการเติบโตประจำเดือนสิงหาคมของสินเชื่ออยู่ที่ราว 13.6% ในขณะที่การเติบโตของเงินฝากอยู่ที่ 10.8% ซึ่งผู้ว่า RBI ระบุต่อไปว่าหากแนวโน้มดังกล่าวยังคงเกิดขึ้นจะกระทบกับสินเชื่อทั้งระบบอย่างแน่นอนและ RBI ต้องเตรียมตัวรับมือกับปัญหาดังกล่าว

ประเด็นที่ต้องติดตาม: ติดตามการรายงานดัชนีความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ (ZEW Economic Sentiment) จากเยอรมัน คาดว่าจะรายงานออกมาชะลอตัว 17.2 จากช่วงก่อนหน้า 19.2 และยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ MoM โดยคาดว่าจะชะลอตัวแตะระดับ 0.2% จากช่วงก่อนหน้าที่ 1%

มุมมองการลงทุน INVX – ตลาดหุ้นโลกเริ่มพลิกกลับมาฟื้นตัวหลังตัวเลขเงินเฟ้อออกมาทรงตัวตามตลาดคาดและโดยเราคาดว่าตลาดจะแกว่งตัวแคบก่อนการประชุมนโยบายการเงินสหรัฐฯ กลางสัปดาห์จะจบลง สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว (6 - 12 เดือนขึ้นไป) นั้นทาง INVX แนะนำทยอยสะสมการลงทุนตลาดหุ้นเวียดนามและทองคำ ระหว่างการปรับฐาน เพื่อปรับพอร์ตเข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่จะได้รับประโยชน์ในช่วงหลังการเลือกตั้งของสหรัฐฯ

ด้านการลงทุนระยะสั้น (1-3 เดือน) INVX แนะนำลงทุนในตลาดหุ้นไทยผ่านกองทุน KT-HiDiv-A จากแรงหนุนของการจัดตั้งกองทุนวายุภักษ์ที่จะสร้างสภาพคล่องให้กับตลาดหุ้นไทย ตลอดจนลงทุนในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ผ่านกองทุน SCBKEQTG หลังมีการปรับตัวลงสวนทางกับกำไรที่ยังเติบโต และสำหรับคำแนะนำการลงทุนระยะกลางยาว (6 – 12 เดือน) ยังคงแนะนำลงทุนทองคำ หลังด้านราคาทองคำมีการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งขึ้น หลังทิศทางดอกเบี้ยมีความชัดเจนมากขึ้นประกอบกับเศรษฐกิจโดยรวมยังคงเติบโตได้ โดยเราแนะนำเข้าลงทุนผ่านกองทุน BGOLD และการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม ซึ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่งและมีมูลค่าการซื้อขายที่น่าสนใจผ่านกองทุน PRINCIPAL VNEQ-A

5 Bites Breakfast - 5 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้ 17 ก.ย. 67 | Café Invest